รู้ไหม? ผักอะไรบ้าง ปลูกก็ง่าย กินก็ดี แถมมีประโยชน์อีกเพียบ!

รู้ไหม? ผักอะไรบ้าง ปลูกก็ง่าย กินก็ดี แถมมีประโยชน์อีกเพียบ!

ผักสวนครัว – ช่วงเศรษฐกิจซบเซา อีกทั้งสภาวะแล้ง น้ำในเขื่อนลดน้อยลง ส่งผลให้ข้าวของผักปลาเริ่มมีการปรับราคาขึ้น ทำให้เวลาจะซื้ออะไรก็ต้องคิดแล้วคิดอีก จนหลายคนหันมาปลูกผักกินกันเอง เว็บไซต์ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาการุณย์ ได้เผยแพร่บทความ ผักสวนครัวที่ปลูกง่าย แถมมีประโยชน์มากมาย โดยมีผักดังนี้

1. ผักบุ้งจีน

ผักบุ้ง เป็นผักที่มีคุณค่าทางอาหารสูง อุดมไปด้วยใยอาหารที่ช่วยในการขับถ่าย และวิตามินเอที่มีส่วนช่วยในการบำรุงสายตา

วิธีปลูกและดูแล : เตรียมดินร่วน หรือดินร่วนปนทราย หว่านเมล็ดให้กระจายทั่วกระถาง (แช่เมล็ดผักบุ้งในน้ำอุ่นก่อนปลูกประมาณ 6-12 ชั่วโมงเพื่อให้เมล็ดงอกดีขึ้น) กลบเมล็ดด้วยดินร่วนบางๆ คลุมด้วยฟางและรดน้ำให้พอดีชุ่ม ควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ ผักบุ้งมีระยะเวลาที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ ภายใน 20-25 วันหลังปลูก หรือเมื่อผักบุ้งมีความสูง 30-35 เซนติเมตร

2. พริก

พริก มีปริมาณวิตามินซีที่ค่อนข้างสูง และสามารถสลายได้เมื่อโดนความร้อน เพื่อคุณประโยชน์สูงสุด อาจรับประทานเป็นพริกสดแทน แต่ควรระวังในผู้ที่มีโรคประจำตัวเป็นโรคกระเพาะอาหาร เพราะอาจทำให้อาการปวดท้องรุนแรงขึ้น

วิธีปลูกและดูแล : สามารถใช้ฝักพริกที่แห้งแล้วฝังกลบในดินร่วนระบายน้ำได้ดี ควรรดน้ำให้สม่ำเสมอ แต่ไม่เปียกแฉะจนเกินไปเพราะจะทำให้ต้นพริกเหี่ยวตายได้

ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยว ขึ้นอยู่กับพริกแต่ละประเภท ส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่าง 60-90 วันก็สามารถเก็บได้แล้ว

chili pepper isolated

3. กะเพรา

กะเพรา สามารถขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดแก่ หรือการปักชำด้วยกิ่งแก่ โดยลิดใบออกบางส่วน แล้วปักลงในดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี รดน้ำอย่างสม่ำเสมอในทุกๆ วัน สามารถเก็บเกี่ยวยอดอ่อนไปทำกับข้าวได้เมื่อต้นกะเพรามีอายุประมาณ 1 เดือน

โดยกะเพราเป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่มีน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยชูรสชาติอาหารให้น่ารับประทานมากขึ้นได้ ทั้งยังมีฤทธิ์แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลมได้

4. โหระพา

โหระพา จะขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ โดยสามารถนำก้านที่มีใบโหระพาอยู่นิดหน่อย ไปปักชำไว้ในที่ร่ม และรดน้ำให้ชุ่มชื้น เมื่อต้นแข็งแรง ดูใบงอกได้ดีแล้วสามารถนำมาปลูกกลางแจ้งที่แดดไม่จัดได้ สามารถเก็บเกี่ยวยอดอ่อนไปทำกับข้าวได้เมื่อต้นโหระพามีอายุ 1 เดือน

โหระพา เป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่มีน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยชูรสชาติอาหารให้น่ารับประทานมากขึ้นได้ ทั้งยังมีฤทธิ์ช่วยย่อยอาหาร ทำให้เจริญอาหารและขับลมได้

5. สะระแหน่

สะระแหน่ เป็นผักที่มีกลิ่นและรสหอมเย็น สามารถรับประทานร่วมกับอาหารทั้งคาวหวานได้ เช่น ลาบ น้ำตก หรือน้ำปั่นต่างๆ ในสะระแหน่มีน้ำมันหอมระเหยที่มีฤทธิ์ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย สดชื่น ลดอาการปวดศีรษะ และยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้อีกด้วย

สะระแหน่ สามารถเก็บเกี่ยวส่วนยอดมาปรุงประกอบอาหารหรือน้ำปั่นได้ ภายใน 3-4 สัปดาห์หลังปลูก วิธีการปลูกก็ไม่ยุ่งยาก เพียงใช้กิ่งสะระแหน่ที่ไม่อ่อนหรือแก่จนเกินไป สังเกตรากเล็กๆ บริเวณใต้ใบ ปักให้กิ่งเอนราบไปกับดิน รดน้ำให้ชุ่ม แต่ไม่ถึงกับแฉะแล้วโรยแกลบกลบบางๆ สะระแหน่ชอบดินที่ระบายน้ำได้ดี น้ำที่มีความชุ่มพอสมควร แสงสว่างพอดี ไม่ต้องการแดดที่ร้อนจัดจนเกินไป

6. ตะไคร้

ตะไคร้ เป็นพืชที่มีน้ำมันหอมระเหย เมื่อนำมาใช้ปรุงประกอบอาหารแล้วจะช่วยทำให้กลิ่นและรสอาหารดีขึ้น และทำให้ลดการปรุงเค็มลงในอาหาร เช่น ต้มยำ ต้มข่า รวมถึงมีฤทธิ์ในการขับลม แก้ท้องอืดได้

การปลูกตะไคร้ ให้นำต้นตะไคร้มาตัดให้เหลือประมาณคืบครึ่ง แล้วปักส่วนที่เป็นโคนรากลงดินไว้ประมาณ 1 นิ้ว กอหนึ่งปักประมาณ 2-3 ต้น หรือจะเอาโคนแช่น้ำให้รากงอกก่อนแล้วค่อยนำมาปลูกก็ได้ รดน้ำให้สม่ำเสมอทุกวันตลอดการปลูก โดยตะไคร้สามารถเก็บเกี่ยวครั้งแรกได้หลังปลูกประมาณ 6 เดือน และเก็บเกี่ยวครั้งต่อไปได้ ทุกๆ 3 เดือน อายุการให้ผลผลิต 2-3 ปี

7. ตำลึง

ตำลึง เป็นผักที่สามารถหารับประทานได้ง่าย มีใยอาหาร และเบต้าแคโรทีนสูง โดยเบต้าแคโรทีนนี้เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอที่มีส่วนในการมองเห็นและเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกชนิดหนึ่ง

ตำลึง สามารถปลูกได้โดยการเพาะเมล็ดจากฝักแก่ (ฝักแก่มีสีแดงสด ให้นำมาขยี้ในน้ำเปล่าล้างเมือกออกจากเมล็ดก่อนนำไปปลูก เพื่อเพิ่มอัตราการงอก) หรือใช้เถาแก่มาชำในถุงดินก่อน แล้วจึงย้ายลงดินที่เตรียมไว้

ตำลึงชอบดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี เมื่อตำลึงเริ่มแตกยอด ควรปลูกบริเวณรั้วหรือทำร้านให้เกาะ ตำลึงจะแตกยอดได้ดีในช่วงฤดูฝน รดน้ำวันละ 2 ครั้ง สามารถเก็บยอดได้เรื่อยๆ และรดน้ำเพิ่มกระตุ้นการแตกยอด มีอายุประมาณ 2 ปี หลังปลูก

 

บทความก่อนหน้านี้“สยามราชธานี” ชี้ธุรกิจเอาต์ซอร์ซเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ เตรียมโรดโชว์ 2 จว.
บทความถัดไปดีไฮจีนิค จับมือ Smart Bus กำจัดไรฝุ่นและฆ่าเชื้อโรค ภายในรถโดยสารสาธารณะ