ผู้ประกอบการหวั่นใจ “ไวรัสอู่ฮั่น” ทำเที่ยวไทยกระอัก อาการหนักอาจถึงขั้นเปลี่ยนอาชีพ

ผู้ประกอบการหวั่นใจ “ไวรัสอู่ฮั่น” ทำเที่ยวไทยกระอัก อาการหนักอาจถึงขั้นเปลี่ยนอาชีพ

สถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในไทย ล่าสุดวันที่ 28 ม.ค. 2563 พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม 6 ราย โดยเป็นชาวจีนทั้งหมด ซึ่ง 5 ใน 6 รายเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน มาจากเหอเป่ย ขณะที่อีก 1 ราย เดินทางมาจากฉงชิ่ง  ขณะนี้อยู่ระหว่างการรักษาตัวที่สถาบันบำราศนราดูร

และตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2563 ทางรัฐบาลจีนได้มีคำสั่งให้บริษัทนำเที่ยวทั่วประเทศของจีนหยุดดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยว หยุดขายตั๋วเครื่องบินและโรงแรม ทั้งนี้ ข้อมูลจากการท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระบุว่า มีเส้นทางการบินจากจีนมายังจังหวัดเชียงใหม่ ประมาณ 19 เส้นทาง

ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 จะส่งผลกระทบให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยในปี 2563 ลดลงราว 2 ล้านคน

นายมานพ แซ่เจีย นายกสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่ เปิดเผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2563 จนถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 กรุ๊ปทัวร์จีนจากทุกเมืองที่จะเดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่จะหายไป 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสัดส่วนของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เข้ามายังจังหวัดเชียงใหม่ 40 เปอร์เซ็นต์เป็นกรุ๊ปทัวร์ และ 60 เปอร์เซ็นต์ เป็นกลุ่มที่เข้ามาท่องเที่ยวด้วยตนเอง ซึ่งหลังจาก 7 กุมภาพันธ์ต้องดูสถานการณ์อีกที ส่วนรายได้ที่หายไป ยังไม่สามารถประเมินภาพรวมได้

นายมานพ แซ่เจีย นายกสมาคมมัคคุเทศก์เชียงใหม่

คุณวิริศรา เเซ่จิว ไกด์อิสระประจำจังหวัดเชียงใหม่เเละเชียงราย ทำอาชีพไกด์มานานกว่า 4 ปี ส่วนใหญ่รับเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้ถูกกรุ๊ปทัวร์จีนจองตัวตั้งเเต่เดือนพฤศจิกายน เเต่หลังจากไวรัสโคโรนาระบาด สนามบินถูกปิด ทำให้งานทั้งหมดถูกยกเลิกกะทันหัน เฉลี่ยจำนวนนักท่องเที่ยวที่หายไป 40 คน คิดเป็นรายได้ที่สูญเสีย ประมาณ 30,000 บาท 

“ปกติเป็นไกด์ทัวร์คนจีนเพราะพูดภาษาจีนกลางได้ หากวิกฤตไวรัสโคโรนาระบาดหนัก คนจีนล้มตายกันเยอะถึงขั้นปิดประเทศถาวร เวลานั้นจะผันตัวจากไกด์ไปเป็นล่ามแทน เพราะอย่างไรก็ตามคนจีนที่อาศัยในไทยก็ยังมีจำนวนมาก หรืออาจจะไปขับแกร็บรับส่งผู้โดยสารในเชียงใหม่ รวมถึงกลับบ้านเกิดที่จังหวัดเชียงรายไปปลูกผักขาย” 

คุณวิริศรา เเซ่จิว

คุณดวงใจ วิจิตรโกเมน อายุ 29 ปี เจ้าของ ติดใจ แบงค็อก โฮสเทลย่านถนนพระราม 9 กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงเป็นคนไทย ส่วนลูกค้าจีนมีบ้างประปราย ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ลูกค้าคนจีนยกเลิกการจองห้องพักแล้ว 4 ห้อง เเละจนถึงขณะนี้ ไปยังเดือนกุมภาพันธ์ยังไม่มีนักท่องเที่ยวจีนจองห้องพักเข้ามา เเละมองว่าจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เลือกที่จะปลอดภัยไว้ก่อน ด้วยการไม่เลือกทำการตลาดคนจีนในช่วงนี้ 

  

 

 

บทความก่อนหน้านี้บสย. ช่วย SMEs เตรียมลงนาม 18 สถาบันการเงิน “ต่อเติม เสริมทุน SMEs สร้างไทย”
บทความถัดไปสธ. จับมือ ศธ. พัฒนาหลักสูตร กศน. “กัญชาและกัญชงศึกษา”