“ครูสอนเต้น” เรียนไปด้วย ทำงานด้วย ชีวิตไม่ง่าย! แต่ทำได้ เพราะใจรัก

“ครูสอนเต้น” เรียนไปด้วย ทำงานด้วย ชีวิตไม่ง่าย! แต่ทำได้ เพราะใจรัก

ว่ากันว่า “พรสวรรค์” เป็นสิ่งที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด แต่ละคนก็มีพรสวรรค์ที่แตกต่างกันไป ทำให้มนุษย์สามารถเป็นเลิศในด้านใดด้านหนึ่ง โดยแทบไม่ต้องใช้ความพยายาม แต่ในปัจจุบัน เพียงพรสวรรค์คงไม่พอ เพราะสิ่งที่จะทำให้พรสวรรค์นั้นคงอยู่ และสำเร็จผลได้ก็คือ “พรแสวง” ที่ต้องมาคู่กัน แสวงหาความรู้ ตั้งใจฝึกฝน และไม่หยุดที่จะพัฒนา ดังเช่น “วิคเตอร์-มีชัย สีหราช” นักเต้นที่ไม่จำกัดขีดความสามารถของตนเอง

ปัจจุบัน วิคเตอร์ กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 สาขาวิชานิเทศศาสตร์ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต เมื่อย้อนไปคุยถึงสาเหตุที่ทำให้เขาตัดสินใจบินตรงกลับมาจากประเทศออสเตรเลีย เพื่อมาศึกษาต่อที่ประเทศไทยนั้น

วิคเตอร์ เล่าว่า  พอจบ High School จากที่ออสเตรเลียก็เริ่มทำงานเลย ทั้งไปเต้นบนเรือ งานละครเวทีต่างๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ต้องกลับมาประเทศไทย รู้สึกอยากเรียนต่อ เมื่อได้ลองหามหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตรอินเตอร์ดู จึงเห็นว่ามหาวิทยาลัยรังสิตเป็นหนึ่งในนั้น พอได้ตัดสินใจเข้ามาเรียนแล้วรู้สึกประทับใจมาก เพราะมีสังคมที่ดี รู้สึกว่าที่นี่เหมือนบ้าน

ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในมหาวิทยาลัยรังสิต เขามุ่งมั่นในเรื่องเรียนและการทำกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรในงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัย  การแสดง หรือการเต้น และสิ่งที่เขาได้รับกลับมาทุกครั้งหลังจากการเข้าร่วมกิจกรรมคือ มิตรภาพ

“ทุกคนเป็นมิตรมากครับ ไม่ใช่แค่เพื่อนๆ แต่อาจารย์ก็มีความเป็นกันเองมาก เหมือนคนในครอบครัวที่อยู่ด้วยกันแล้วไม่อึดอัดเลย ผมอาจจะพูดคำนี้บ่อย แต่รู้สึกแบบนั้นจริงๆ ครับ ไม่ใช่แค่เฉพาะอินเตอร์เท่านั้น แต่ทั้งมหาวิทยาลัยรังสิตก็ถือว่าเป็นครอบครัวใหญ่อีกครอบครัวหนึ่งของผมเลย” วิคเตอร์ บอก

“วิคเตอร์-มีชัย สีหราช” เจ้าของเรื่องราว

ก่อนย้อนอดีตให้ฟัง เริ่มเต้นตั้งแต่อายุ 8 ขวบ โดยเริ่มจากการเต้นลีลาศสไตล์ลาติน จากเมื่อก่อนเป็นคนเก็บตัว ขี้อาย และไม่มั่นใจในตัวเอง แต่แล้วการเต้น ช่วยเปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นคนมั่นใจ และกล้าแสดงออกมากขึ้น วิคเตอร์ ตั้งใจว่าจะยึดเส้นทางนี้เป็นเส้นทางหลักที่พาเขาไปถึงความฝันของชีวิต แต่สุดท้าย กลับพบกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน

“หลังจากจบจาก Performing Arts ระดับ High Schools ที่ออสเตรเลีย เริ่มทำงานเกี่ยวกับการเต้นมาโดยตลอด จนวันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุ ข้อเท้าพลิกเส้นเอ็นขาด รู้สึกเครียดว่าถ้าเต้นไม่ได้จะทำอย่างไรดี จึงเริ่มมองหาแผนสำรองให้ตัวเองว่าควรจะเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยไหม จะได้มีปริญญาที่สามารถเอาไปต่อยอดได้ จึงตัดสินใจย้ายมาเรียนที่ประเทศไทย ตอนแรกคิดว่าจะตั้งใจเรียนไม่ต้องคิดเรื่องเต้น แต่ห้ามไม่ได้ครับ เพราะว่าเรารักการเต้นจริงๆ มันเป็น Passion ของผม เลยเลือกที่จะกลับมาเต้นต่อไป ฝึกซ้อม ฝึกฝน พยายามเรียนรู้เพิ่มเติม พัฒนาตัวเอง จากแค่ความชอบกลายมาเป็นอาชีพ สร้างรายได้ให้กับตัวเองกับการเป็นครูสอนเต้น และ Choreographer ซึ่งเป็นอีกบทบาทที่สำคัญในชีวิตของผมครับ ตอนนี้ก็สอนอยู่ที่ Studio Zoom ที่สุขุมวิท และยังได้ร่วมงานเป็นคู่เต้นกับพี่ๆ ดาราด้วย ทั้ง พี่แต้ว (ณฐพร เตมีรักษ์) พี่ณเดชน์ คูกิมิยะ พี่ซาร่า (นลิน โฮเลอร์) และก็มีได้ไปออกรายการ I Can See You Voice และยังเข้าร่วมการประกวดต่างๆ มากมายครับ” วิคเตอร์ เล่ายิ้มๆ

ก่อนบอกต่อ  เขาโชคดีที่ครอบครัวให้การสนับสนุนทุกอย่าง มีครั้งหนึ่งที่เขาต้องย้ายจากบ้านเกิดที่ Canberra  ไปอยู่ที่ Sydney เพื่อศึกษาต่อในโรงเรียน Performing Arts ตั้งแต่อายุ 15 เพียงคนเดียว นับเป็นการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว แต่ครอบครัวก็ยังเคียงข้างและให้การสนับสนุน

“พ่อแม่ไม่เคยบอกเลยว่า อย่าเต้นนะ การเต้นไม่ใช่อาชีพที่ก้าวหน้า แต่เขาจะพูดอยู่ตลอดเวลาทำให้เต็มที่ ตามความฝันไปให้สุด รู้สึกว่าโชคดีมาก เพราะรู้ว่ายังมีหลายคนที่ครอบครัวไม่ให้การสนับสนุน แต่ผมก็อยากเป็นกำลังใจกับทุกคนให้พยายามต่อไปครับ ถ้าสุดท้ายเราทำเต็มที่แล้ว อย่างไรมันต้องสำเร็จในสักวันหนึ่ง ที่สำคัญเมื่อผมเลือกที่จะเรียนต่อแล้ว ผมก็จะไม่ละทิ้งการเรียนครับ สำหรับผมรู้สึกว่าการเรียนต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเราใช้ชีวิตอยู่ในมหาวิทยาลัยแค่ 4 ปีเอง จันทร์ถึงศุกร์เราเรียน เสาร์อาทิตย์เราก็เต้น วันอังคาร วันพฤหัสบดี เราก็ต้องเข้าไปที่สตูดิโอเพื่อจะไปสอนด้วย เลยไม่มีเวลาพักผ่อนเท่าไหร่ครับ อะไรที่เป็นเรื่องเรียนเราก็ทำให้เสร็จก่อน หลังจากนั้นค่อยไปทำอย่างอื่น แรกๆ มันก็ยาก แต่ผ่านไปสักพักเริ่มรู้สึกว่าปรับตัวได้แล้ว” วิคเตอร์ บอกอย่างนั้น

 

ปัจจุบัน การจำกัดความตัวเองว่าเป็น “นักเต้น” แล้วเต้นได้อย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ วิคเตอร์อยากให้เรียกตัวเขาว่า “นักแสดง” เพราะเขาไม่จำกัดขีดความสามารถตัวเองไว้แค่เรื่องเต้น แต่ยังพัฒนาในด้านการร้อง การแสดง ควบคู่ไปด้วย โดยเป้าหมายสูงสุดของวิคเตอร์คือการเปิดสตูดิโอเป็นของตัวเอง ที่จะมีทั้งการเต้น การแสดง แบบครบวงจร

“การเต้น คือ สิ่งที่อยู่ในสายเลือดของผมไปแล้ว มันเลิกไม่ได้ เลยมองว่าจะต่อยอดให้มันเป็นธุรกิจยังไง การเปิดสตูดิโอเป็นของตัวเองจึงเป็นคำตอบ” วิคเตอร์ กล่าวด้วยแววตาเป็นประกาย

สุดท้ายนี้ วิคเตอร์ ได้ฝากกำลังใจมาถึงหลายคนที่กำลังเดินตามความฝันว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความมั่นใจ และเชื่อมั่นในตัวเอง

 

“ต้องเชื่อว่าเรามีศักยภาพพอที่จะทำให้สำเร็จได้ อาจจะเหนื่อย อาจจะท้อ อาจจะยอมแพ้กี่รอบ แต่ต้องลุกขึ้นใหม่ เพราะในโลกนี้มันไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ อย่าหยุดที่จะเรียนรู้ อย่างตัวผมเองก็ฝึกฝนอยู่ตลอด ไม่มีเวลาให้เรารู้สึกว่าตัวเองดีที่สุด เต้นมา 15 ปีแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าตัวเองยังต้องพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ต้องขยัน และต้องตั้งใจ ทำให้เต็มที่” วิคเตอร์ บอกจริงจัง