ธ.กรุงเทพ มอบความรู้แก่เด็กผ่านหนังสือชุดพิเศษให้โรงเรียน 400 แห่ง

ธ.กรุงเทพ มอบความรู้แก่เด็กผ่านหนังสือชุดพิเศษให้โรงเรียน 400 แห่ง

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 62 ณ ห้องประชุมชั้น 30 ธนาคารกรุงเทพ สำนักงาน ใหญ่ (สีลม) ธนาคารกรุงเทพ ได้ร่วมมือกับสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จัดทำหนังสือชุดสุดพิเศษ มอบให้แก่ห้องสมุดตามโรงเรียนในสังกัดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 400 โรงเรียน รวมมูลค่า 8 ล้านบาท

“ธนาคารกรุงเทพ” นับเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ใส่ใจและให้ความสำคัญกับ “การศึกษา” ของเยาวชนไทยมาโดยตลอด ในครั้งนี้ทางธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้จับมือผนึกกำลังกับ บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จัดทำหนังสือชุดสุดพิเศษขึ้น เป็นหนังสือสองภาษา (Bilingual) ประกอบไปด้วยภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ที่เหมาะสมสำหรับเด็ก ๆ และเยาวชน ภายใต้โครงการ “เปิดโลกวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ แก่เด็กและเยาวชน” โดยมี นายอนุชา บูรพชัยศรี เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ Mr.Shigeru Aoyagi ผู้อำนวยการองค์กร UNESCO มาร่วมในงาน

ทั้งนี้นายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้ขึ้นกล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงาน ว่า การเรียนรู้เป็นเรื่องสำคัญ และก็ยังคงต้องยอมรับว่าการอ่านก็ยังเป็นทักษะสำคัญที่เราต้องพยายามสร้างและส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่หันมาอ่านหนังสือกันมากขึ้น

ในท่ามกลางความท้าทายของการเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ผู้คนหันมาเสพสื่อสมัยใหม่กันมากขึ้นและทำให้การอ่านหนังสือนั้นน้อยลง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่าการอ่านหนังสือก็ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้เราสามารถถ่ายทอดความคิดและจินตนาการให้กับเด็ก ๆ ได้ ดังนั้นโรงเรียนและคุณครูจึงเป็นกำลังสำคัญที่จะนำพาให้เด็ก ๆ หันมาอ่านหนังสือกันมากขึ้น เพื่อเสริมสร้างจินตนาการให้แก่เด็ก ๆ เพิ่มมากขึ้นได้

“หนังสือที่เราเลือกส่งมอบในปีนี้ เราเลือกเป็นหนังสือเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ เนื่องจากเราจะไม่แยกว่าจะต้องเป็นหนังสือวิทยาศาสตร์ หรือหนังสือสังคมศาสตร์ เพราะในโลกยุคสมัยใหม่จินตนาการและการเรียนรู้เป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นศาสตร์ทั้งสองจะต้องเรียนรู้ควบคู่กันไป เพื่อที่จะได้เสริมสร้างทั้งสองส่วนไปพร้อม ๆ กัน” นายทวีลาภ กล่าว

ทางด้าน นายอนุชา บูรพชัยศรี เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ขึ้นกล่าวว่า ดีใจที่ทางธนาคารกรุงเทพและสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์นได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชน เพราะ “การอ่าน” ยังคงเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญ เนื่องจากการอ่านหนังสือจะสามารถสร้างจินตนาการที่ใหญ่ขึ้นมาได้มากกว่าการดูเท่านั้น และในยุคนี้ในการอ่านข่าวสารต่าง ๆ ตามออนไลน์ ทุกคนยังคงต้องระวังในเรื่องของข่าวปลอม ดังนั้นทักษะในการอ่านจึงสำคัญที่จะช่วยทำให้เราสามารถแยกแยะได้ว่าข้อมูลไหนเป็นของจริงและข้อมูลไหนเป็นของปลอม

สำหรับคุณครูในยุคนี้ นอกจากจะมีทักษะต่าง ๆ ที่ดีแล้ว การรู้เท่าทันโลกก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องพัฒนา คุณครูจะต้องมีการอัพเกรดตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพราะเด็ก ๆ สมัยนี้ถ้าครูเดินเข้าไปในห้องแล้วไปพูดอะไรที่ล้าสมัย อาจจะทำให้เด็กเสียโอกาสและเสียสมาธิในการเรียนรู้ไปได้

 

หนังสือซีรีส์ชุด “นักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ (The Young Scientists Series)” นี้ ประกอบไปด้วยกัน 12 เล่ม จัดพิมพ์เป็นหนังสือแบบสองภาษา (Bilingual) คือ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ที่เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชน ในช่วงอายุ 6 – 12 ปี โดยมีเนื้อหาที่กล่าวถึงช่วงชีวิตในวัยเด็ก และการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ของเหล่านักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องโลก รวมทั้งสิ้น 60 คน เพื่อเปิดโลกทัศน์หรือมุมมอง ตลอดจนส่งเสริมและผลักดันให้เด็กและเยาวชนของไทยมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และต่อยอดความคิดแห่งการค้นคว้า เพื่อเปิดโอกาสสู่การเรียนรู้ในศาสตร์ที่ตนเองต้องการ

ในโครงการครั้งนี้ ทาง “ธนาคารกรุงเทพ” ได้มอบหนังสือชุดพิเศษ “นักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ (The Young Scientists Series)” และหนังสือเสริมสร้างประสบการณ์ชีวิต อีกกว่า 50 รายการ รวมทั้งสิ้น 65 รายการ แก่ห้องสมุดโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 400 โรงเรียน ประกอบไปด้วย โรงเรียนประชารัฐ ที่ซึ่งอยู่ในความดูแลของ ธนาคารกรุงเทพ จำนวน 217 แห่ง, โรงเรียนที่ธนาคารกรุงเทพสร้างอาคารเรียน จำนวน 26 แห่ง และ โรงเรียนสังกัด กระทรวงศึกษาธิการทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด จำนวน 157 แห่ง มูลค่าแห่งละ 20,000 บาท รวมมูลค่า ทั้งหมด 8,000,000 บาท

นอกจากจะมีการจัดมอบหนังสือแล้ว ภายในงานยังได้มีการแสดงที่สร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สื่อการเรียนการสอนได้อีกด้วย อย่าง นิทานเพลง ที่ได้นำเอาเรื่องราวเนื้อหาของหนังสือเรื่องของการกำเนิด “ไอติม” ในชุด “นักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์” มาดัดแปลงเป็นนิทานเพลงสอนเด็ก ๆ ที่นอกจากจะให้ความรู้ถึงจุดกำเนิดของ “ไอศกรีม” แล้ว ยังมีความสนุกจากเสียงดนตรีแทรกเข้ามาอีกด้วย

รวมถึงยังได้มีการจัดนิทรรศการวิทยาศาสตร์ที่ให้ความรู้แก่คณะครูอาจารย์ที่มาร่วมงาน สามารถนำกลับไปพัฒนาต่อยอดแผนการเรียนการสอนให้แก่เด็กได้ อาทิ พืชดูดน้ำ การเดินทางของลูกยาง สารสีในใบไม้ ความลับของผิวส้ม พืชสะสมอาหาร และผลไม้เปลี่ยนสี ซึ่งฐานทั้งหมดนี้นอกจากจะให้ความรู้แล้ว เด็กๆ ยังจะได้รับความสนุกจากการทดลองอีกด้วย