N-Squared เผยกลยุทธ์เด็ด สร้างการเติบโต ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

N-Squared เผยกลยุทธ์เด็ด สร้างการเติบโต ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

การซื้อขายผ่านออนไลน์ ในปัจจุบันมีการแข่งขันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการวางกลยุทธ์และเทคนิคในการแข่งขันถือเป็นส่วนสำคัญของการทำธุรกิจ หากมีการวางกลยุทธ์ที่ดีและตามทันเกมที่ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาก็จะสามารถแข่งขันในธุรกิจอีคอมเมิร์ซได้อย่างแข็งแกร่ง

นัฐพล บุญภินนท์ Managing Partner, N-Squared eCommerce เปิดเผยถึงกลยุทธ์และเคล็ดลับในการบริหารธุรกิจการขายสินค้าให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ในงาน Priceza E-Commerce Summit 2020 สุดยอดงานอัพเดทเทรนด์ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ว่า ต้องรู้ว่าตัวเราขายอะไร ถนัดในการขายสินค้าประเภทใด รวมถึงการขายสินค้าให้ครอบคลุมทุกช่องทางการจัดจำหน่ายและจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จุดเริ่มต้นของธุรกิจ N-Squared

N-Squared เป็นผู้จัดจำหน่ายของยุคดิจิทัลที่ขายสินค้าเฉพาะออนไลน์เท่านั้น ปัจจุบันมีการขายสินค้าแบรนด์ต่าง ๆ มากกว่า 50 แบรนด์ ในรูปแบบการทำ OEM และการนำเข้าสินค้า โดยสินค้าที่ชำนาญจะอยู่ในหมวด Home & Living เนื่องจากเป็นสินค้าเริ่มแรกของการทำธุรกิจและยังเป็นประเภทสินค้าที่อยู่ได้นาน ไม่เหมือนสินค้าแฟชั่นหรือเทคโนโลยีที่ตกเทรนด์รวดเร็ว โดยขณะนี้มีรายได้ 900 ล้านบาท (ข้อมูล ต.ค.2562) ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปี 2561 ที่มีรายได้ประมาณ 730 ล้านบาท ในพื้นที่ตลาด 5 ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย และกำลังวางแผนขยายตลาดไปยังประเทศเวียดนาม

“สำหรับการขายสินค้าของเราจะอยู่ในทุกแพลตฟอร์มทั้ง การซื้อขายผ่านเครือข่ายออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ก ไลน์ อินสตาแกรม รวมถึง เว็บไซต์สื่อกลางการติดต่อซื้อ ผ่าน ลาซาด้า ช้อปปี้ เจดี เซ็นทรัล และ ‘HomeHuk’ เว็บไซต์ของเราเอง ในรูปแบบเดียวกับ โฮมโปร หรือ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จึงได้มีการพัฒนา Chatbot เองในชื่อว่า ‘Chatpify’ ที่ทำได้ตั้งแต่การพูดคุยกับลูกค้า ไปจนถึงจบออเดอร์ ส่งไปยัง Warehouse Fulfilment ของเราและสามารถคอนเฟิร์มเลขแทรคกิ้งกับลูกค้าด้วย โดยจะใช้คน 2-3 คนในการซัพพอร์ตการตอบคำถามที่ยาก ซึ่งปัจจุบันรับออเดอร์อยู่ที่ประมาณวันละ 2,000 ออเดอร์”

แนวทางความสำเร็จในการขายบนโซเชียลแพลตฟอร์ม

ในส่วนของแนวทางที่ N-Squared มองเห็นและทำให้การทำธุรกิจบนโซเชียลแพลตฟอร์มต่างๆ ประสบความสำเร็จได้มี 3 ข้อ ได้แก่

  1. เป็นคนไทย ขายคนไทย

 

หลายๆ คนอาจจะได้โซลูชันมาจากต่างประเทศและนำมาใช้กับการขายในตลาดไทย แต่ไม่ใช่พฤติกรรมการซื้อสินค้าของคนไทย อาทิ การชำระเงินด้วยบัตรเครดิต QR Payment ซึ่งไม่ใช่พฤติกรรมการชำระเงินของคนไทยโดยส่วนมาก ดังนั้นการชำระเงินที่ดีของคนไทยที่เรามองก็คือ COD (Cash on Delivery) หรือการชำระเงินปลายทางจะตอบโจทย์ลูกค้ามากกว่า ต้องเลือกสิ่งที่ลูกค้าชอบ มากกว่าเจ้าของธุรกิจชอบ

2. OMNIChannel

การขายสินค้าในหลายช่องทาง อาจจะมองว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย แต่จะสื่อให้เข้าใจ เข้าถึง ครอบคลุม ทำได้ยากมาก เช่น การไลฟ์ ขายสินค้าในเฟซบุ๊กกับการขายสินค้าตอบแชทในเฟซบุ๊กก็ถือว่าเป็นคนละช่องทางการขาย บางทีลูกค้าอาจจะดูการขายสินค้าในไลฟ์ แต่สั่งซื้อผ่าน แมสเซนเจอร์ หรือลงสินค้าขายใน อินสตาแกรม แต่แชทซื้อหรือสอบถามผ่านทาง ไลน์ ดังนั้นไม่ควรมองว่าการขายผ่านโซเชียล คอมเมิร์ซ 1 ช่องทางเท่ากับ 1 ช่องทาง ต้องมองเป็นโซเชียล คอมเมิร์ช เป็น OMNI-Channel ไม่เช่นนั้นจะทำให้การขายล้มเหลวได้

3. Continuous Improvement

ถ้ามองในมุมของเทคโนโลยีคือต้องมีการพัฒนาบอทที่ใช้อย่างสม่ำเสมอ เช่น คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยแต่บอทไม่สามารถตอบได้ ต้องพัฒนาและเก็บข้อมูลว่าลูกค้าต้องการคำตอบแบบไหนและพัฒนาบอทให้สามารถตอบสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้รูปภาพเพิ่มเติมในการอธิบายเพราะฉะนั้นต้องตระหนักเสมอว่า ไม่ใช่แค่บอทที่ต้องเรียนรู้ เราก็ต้องเรียนรู้ที่จะปรับความรู้ให้กับบอทเช่นกัน ลูกค้าอาจจะไม่ได้รู้สึกแย่ที่ต้องคุยกับบอท แต่อาจจะแย่ที่คุยกับบอทที่ไม่สามารถทำงานได้ ดังนั้นจึงเป็นผลตอบรับระยะยาวที่จะให้ลูกค้าเลือกใช้บริการและซื้อสินค้าจากเรา

 

 

บทความก่อนหน้านี้ชีวิตพลิก! “เสี่ยเฟอร์ฯพันล้าน”หันขายราดหน้า ผุดแฟรนไชส์หลักหมื่น เพื่อ “คนถูกเลิกจ้าง”
บทความถัดไปแจกสูตร “ขนมวงทอง” ขนมไทยหาทานยาก ราดน้ำตาลมะพร้าว อร่อยมาก