ศิริราชชวนใส่ตาเทียมฟรี 300 ดวง ถวายเป็นพระราชกุศลแด่กรมสมเด็จพระเทพฯ

ศิริราชชวนใส่ตาเทียมเฉพาะบุคคล ฟรี 300 ดวง ถวายเป็นพระราชกุศลแด่กรมสมเด็จพระเทพฯ

ศูนย์บริการตาเทียม  รพ. ศิริราช ร่วมกับ มูลนิธิไลอ้อนส์แห่งประเทศไทย จัดโครงการ “300 ดวงตาเทียม 300 ดวงใจ” ชวนผู้สูญเสียดวงตารับบริการทำตาเทียมเฉพาะบุคคลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี เผยขณะนี้ยังมียอดคงเหลืออีกกว่า  200 ดวง    

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูญเสียดวงตาหรือตาฝ่อ ที่ยังไม่ได้รับบริการใส่ตาเทียมเฉพาะบุคคล คาดการณ์ ไว้อยู่ที่ประมาณหลายพันราย  ในการรักษาโรคทางตา จุดมุ่งหมายที่สำคัญที่สุดคือ การทำให้ผู้ป่วยกลับมามองเห็นได้อย่างปกติ แต่ในบางครั้งก็ไม่สามารถทำได้  บางรายอาจต้องถูกผ่าตัดนำลูกตาออก หรืออาจเกิดภาวะลูกตาฝ่อซึ่งสาเหตุของการสูญเสียดวงตานั้นมีหลากหลาย เช่น อุบัติเหตุ การติดเชื้อหรือการอักเสบในลูกตา หรือมะเร็งในลูกตา ส่งผลให้ผู้ป่วยเหล่านี้มีคุณภาพชีวิตที่ด้อยกว่า และมีความรู้สึกตึงเครียดสูงกว่าประชากรทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

อ.พญ.พิมพ์ขวัญ  จารุอำพรพรรณ หัวหน้าศูนย์บริการตาเทียม  รพ.ศิริราช เปิดเผยว่า “ด้วยเหตุนี้สาขาวิชาศัลยกรรมกระดูกเบ้าตาและตกแต่ง ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จึงได้จัดตั้งศูนย์บริการตาเทียมขึ้นในโรงพยาบาลศิริราชมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557   เพื่อผลิตตาเทียมที่มีรูปลักษณ์ใกล้เคียงตาปกติมากที่สุด ซึ่งแม้จะไม่ได้ทำให้กลับมามองเห็น แต่สามารถลดผลกระทบทางด้านจิตใจ และยังทำให้ผู้ที่สูญเสียดวงตาสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมั่นใจ และมีความสุข”

อ.พญ.พิมพ์ขวัญ  กล่าวต่อว่า “ขณะนี้ศูนย์บริการตาเทียม ร่วมกับ มูลนิธิไลอ้อนส์แห่งประเทศไทย จัดโครงการ “300 ดวงตา 300 ดวงใจ” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สูญเสียดวงตาจากการผ่าตัดนำลูกตาออก หรือตาฝ่อ ที่ยังไม่เคยใส่ตาเทียมเฉพาะบุคคลมาก่อน   และมีความต้องการใส่ตาเทียมเฉพาะบุคคล    สามารถรับบริการทำตาเทียมเฉพาะบุคคลได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย  (ปกติมีค่าใช้จ่ายดวงละ 5,000 บาท)  โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2561”

สำหรับขั้นตอนเข้ารับบริการ จะต้องได้รับการตรวจประเมินที่ “หน่วยตรวจโรคจักษุ” ตึกผู้ป่วยนอก ชั้น 5  รพ.ศิริราช ทุกวันพุธ – ศุกร์  เวลา 09.00-12.00 น. ก่อนนัดส่งเข้าศูนย์บริการตาเทียม รพ.ศิริราช และเมื่อเข้าศูนย์ฯ แล้ว   จะมีการถ่ายรูปดวงตาเพื่อเปรียบเทียบ สี ขนาด และตำแหน่งของตาดำอีกข้าง เพื่อทำให้การประดิษฐ์ตาเทียมเฉพาะบุคคลมีความแม่นยำและสวยงามใกล้เคียงตาอีกข้างยิ่งขึ้น ทั้งนี้อาจต้องมีการผ่าตัดตกแต่งเบ้าตาในผู้ป่วยบางรายก่อนสามารถพิมพ์ตาเทียมได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์

ซึ่งตาเทียมเฉพาะบุคคลแตกต่างจากตาเทียมสำเร็จรูปที่ทำจากโรงงาน ตรงที่มีการพิมพ์ขนาดเบ้าตาของผู้ป่วยขึ้นมาด้วยแม่พิมพ์ซิลิโคน ทำให้ตัวตาเทียมนั้นเข้ากับเบ้าตาของผู้ป่วยได้แนบสนิท หลุดยาก นอกจากนั้น ขั้นตอนการประดิษฐ์ตาเทียมเฉพาะบุคคลมีความซับซ้อน ใช้ความละเอียดเชี่ยวชาญมาก  เป็นต้นว่าแม่พิมพ์ซิลิโคนจะถูกนำไปขึ้นรูปชิ้นงาน ซึ่งทำจากอะครีลิกสีขาว  โดยที่ม่านตาจะใช้ด้ายเฉดสีน้ำตาลดำถักทอให้เป็นตาดำรอบฟิลม์เอกซเรย์ที่ตัดเป็นรูปโดนัท แล้วตกแต่งด้วยการระบายสีให้ใกล้เคียงกับสีตาอีกข้างมากที่สุด พร้อมทั้งทำเส้นเลือดฝอยบนตาขาวด้วยด้ายจากไหมพรมสีแดง และเคลือบอะครีลิกใสเพื่อเลียนแบบกระจกตา  ทำให้ตาเทียมเฉพาะบุคคลมีสี ขนาด และตำแหน่งที่ใกล้เคียงกับลูกตาอีกข้าง รวมถึงมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าและเวลาที่ใช้ทำยาวนานกว่าตาเทียมสำเร็จรูป

ในระยะแรก ผู้ป่วยที่ใส่ตาเทียม อาจมีขี้ตาบ้าง หรือเคืองคับเบ้าตาบ้างเล็กน้อย  สามารถหยอดน้ำตาเทียมช่วย  ไม่ควรใช้ยาขี้ผึ้งหยอดเบ้าตา เพราะจะทำให้ตาเทียมเป็นคราบและสูญเสียความเงางามได้ โดยปกติจะไม่แนะนำให้ถอดล้างบ่อย เพื่อลดโอกาสเปลือกตาหย่อนคล้อยและเบ้าตาหลวม ถ้ามีอาการคันแดง  หรือมีขี้ตามาก ควรปรึกษาจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

นายถาวร  มิตรอุดม  ผู้ได้รับการใส่ตาเทียมเฉพาะบุคคลที่ศูนย์บริการตาเทียมกล่าวถึงเมื่อ 20 ปีก่อนว่า ตนได้รับอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้กระจกรถที่แตกทิ่มเข้าดวงตา หลังจากผ่าตัดสามารถมองเห็นลางๆ  ก็ไม่สนใจ  จนกระทั่งกระจกตาขึ้นเป็นฝ้าขาว  และได้รับการผ่าตัดอีกครั้งที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ตาฝ่อ จากนั้นถูกส่งตัวมาที่ รพ.ศิริราช   ได้เข้ารับการใส่ตาเทียมที่ศูนย์บริการตาเทียม  เรียกว่าได้ชีวิตใหม่กลับคืนมา ไปไหนก็กล้าไป  มองแทบไม่ออกว่าตนใส่ตาปลอม ต้องขอขอบคุณคุณหมอและทีมงานที่เอาใจใส่ รักษาตนเป็นอย่างดี แค่ 2 เดือนเท่านั้นก็ได้ตาเทียมแล้ว

อ.พญ.พิมพ์ขวัญ ย้ำว่า “สำหรับโครงการนี้อยากให้ผู้ที่ไม่เคยใส่ตาเทียมเฉพาะบุคคลมาก่อน และผู้ที่ใช้สิทธิบัตรทองหรือประกันสังคมมาลงทะเบียน เนื่องจากยังไม่สามารถใช้สิทธิในการเบิกจ่ายเหมือนสิทธิข้าราชการ นอกจากนี้ ท่านสามารถร่วมบริจาคได้ทุกวันที่ ศิริราชมูลนิธิ เพื่อสมทบกองทุน “ตาเทียม” รหัสกองทุน D003494 โทร. 02 419-7658-60 ซึ่งเงินบริจาคเหล่านี้สามารถนำมาช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสเพิ่มขึ้นได้อีก”

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ ศูนย์บริการตาเทียม รพ.ศิริราช โทร. (098) 984-7714 (ในวันเวลาราชการ)

ที่มา  Siriraj Hospital

 

บทความก่อนหน้านี้12 พฤติกรรมการกิน ถ้าไม่อยากเสี่ยงโรค อย่าทำแบบนี้!
บทความถัดไป“ไข่ผำ” พืชขนาดเล็ก สีเขียวคล้ายตะไคร่ สุดยอดโปรตีน ปรุงเมนูสุดแซ่บได้เพียบ