“7 ของใช้ใกล้ตัว” แหล่งสะสมเชื้อโรค ที่ไม่ควรมองข้าม

“7 ของใช้ใกล้ตัว” แหล่งสะสมเชื้อโรค ที่ไม่ควรมองข้าม

ของใช้ใกล้ตัวสะสมเชื้อโรค – เชื้อโรค เป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ หลายคนมีความเข้าใจว่า เชื้อโรคมีอยู่ตามสถานที่สาธารณะ อย่าง ห้องน้ำ โรงพยาบาล หรือ รถขนส่งสาธารณะ แต่รู้หรือไม่ว่า เชื้อโรคมีอยู่ทุกที่ โดยเฉพาะในสิ่งของใกล้ตัวที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนั้น ถือเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคแหล่งใหญ่เลยทีเดียว!

เพจ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาการุณย์ ได้เผยแพร่บทความสุขภาพเกี่ยวกับ ของใช้ใกล้มือที่สะสมเชื้อโรค โดยมีอยู่ด้วยกัน 7 สิ่ง ได้แก่

1. โทรศัพท์มือถือ – เชื่อไหมว่า เป็นสิ่งของที่เชื้อโรคชอบมากที่สุด เพราะโทรศัพท์มีซอกหลืบและอุณหภูมิที่เหมาะแก่การเพาะเชื้อโรค ดังนั้น ควรเช็ดทำความสะอาดหลังใช้งานทุกครั้ง

2. รีโมตทีวี เป็นสิ่งที่ทุกคนในบ้านหยิบจับใช้บ่อย และไม่ค่อยได้ทำความสะอาด จึงเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและแพร่เชื้อโรคได้อย่างดี ดังนั้นควรหมั่นทำความสะอาดรีโมตบ่อยๆ

3. เหรียญและธนบัตร เป็นของสาธารณะที่ผ่านการสัมผัสจากการใช้งานหลายๆ มือ ซึ่งในเหรียญหรือธนบัตร จะมีเชื้อโรคสะสมอยู่ประมาณ 135,000 ตัว! หลังจากหยิบจับแล้ว จึงควรล้างมือทุกครั้งก่อนหยิบจับสิ่งของมารับประทาน

4. แปรงสีฟัน อาจมีเศษอาหาร แบคทีเรีย คราบเลือด และน้ำลายบนแปรงสีฟัน ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้ ถือเป็นของใช้ที่นำเข้าปากโดยตรงที่หมั่นเปลี่ยนทุกๆ 3 เดือน

5. คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ อาจมีคราบเหงื่อ เศษอาหารตกลงไประหว่างร่องคีย์บอร์ด ซึ่งยากต่อการทำความสะอาด และกลายเป็นเหล่งสะสมเชื้อโรคมากกว่าฝานั่งชักโครก 40 เท่า ดังนั้นควรทำความสะอาดคีย์บอร์ดก่อนการใช้งานด้วยน้ำยาสำหรับเช็ดคีย์บอร์ด อย่างน้อยเช็ดสัปดาห์ละครั้ง

6. อ่างล้างจาน เพราะเป็นแหล่งที่มีเศษอาหารตกค้างสะสม กลายเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของเชื้อโรค โดยในแต่ละตารางนิ้วอาจมีเชื้อโรคสะสมอยู่ถึง 500,000 ตัว วิธีล้างทำความสะอาดจานให้ปลอดเชื้อโรคง่ายๆ โดยใช้โซดาไฟ หรือน้ำส้มสายชูราดทำความสะอาดแล้วล้างด้วยน้ำเปล่าอีกครั้ง

7. ฝาที่นั่งชักโครกสาธารณะ ที่ผู้คนมากหน้าหลายตาเข้าไปใช้ ทุกตารางนิ้วจะมีเชื้อโรค 295 ตัว วิธีหลีกเลี่ยงคือ การใช้กระดาษเช็ด หรือนำกระดาษมารองนั่งก่อนที่จะทำธุระส่วนตัวนั่นเอง

ข้อมูลจาก :  หน่วยงานควบคุมและป้องกันการติดเชื้อ ฝ่ายพัฒนาคุณภาพ 

บทความก่อนหน้านี้ยุคนี้ “อยู่ยาก” ทุกอาชีพ! แม้แต่อาจารย์มหาวิทยาลัย ยังโดนลูกศิษย์ “บูลลี่”
บทความถัดไปเคล็ด(ไม่)ลับ ทำยังไง? ให้เส้นมะละกอกรอบ ก่อนเอาไปทำส้มตำแซ่บๆ