รู้มั้ย การใช้ “น้ำส้มสายชู” ทำความสะอาดเครื่องซักผ้า ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำเป็นประจำ

รู้มั้ย การใช้น้ำส้มสายชู ทำความสะอาดเครื่องซักผ้า ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำเป็นประจำ

เป็นปัญหาสำหรับคนซักผ้า เพราะมีคราบติดผนังเครื่องซักผ้า มากด้วยเชื้อโรค ทำให้การซักผ้าไม่สะอาดอย่างที่คิด เพจ เคมีฟิสิกส์ของสิ่งทอ อาหาร และของรอบตัว ได้มาเล่าถึงการทำความสะอาดเครื่องซักผ้าไว้ว่า

“อีกเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับการล้างเครื่องซักผ้า ที่หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินว่าการใช้น้ำส้มสายชูสามารถทำความสะอาดเครื่องซักผ้าได้ดี แต่แอดขอเน้นว่าใช้กำจัดเฉพาะ คราบตะกรันหินปูน เท่านั้น แต่ ไม่สามารถกำจัดคราบเมือก บนเครื่องซักผ้าได้ และอาจจะส่งผลทำให้คราบเมือกที่เกาะอยู่นั้นเกาะแน่นขึ้นไปอีกแน่ะ!!

ซึ่งแอดก็เคยเล่าถึงเรื่อง วิทยาศาสตร์ของผงล้างเครื่องซักผ้า ในลิงก์นี้มาแล้ว

https://web.facebook.com/…/a.71137468223…/1932238643481227/…

โดยในเนื้อความกล่าวโดยคร่าวๆ ว่า “ส่วนประกอบหลักของผงล้างเครื่องซักผ้านั้นจะมี “โซเดียมเมตาซิลิเกต”  ที่เป็นด่างค่อนข้างแก่ และส่งผลทำให้เคลือบอนุภาคของสิ่งสกปรกและผิวของโลหะให้แยกออกจากกัน ทำให้สิ่งสกปรกที่เกาะอยู่ที่ผิวของเครื่องซักผ้านั้นหลุดออกมาแล้วไม่สามารถย้อนกลับไปเกาะที่ผิวของเครื่องซักผ้าได้”

ซึ่งอย่างที่บอกว่าคราบบนผนังเครื่องซักผ้านั้น ไม่ได้มีคราบเพียงชนิดเดียวเท่านั้น ซึ่งคราบที่มักพบในเครื่องซักผ้านั้นมักจะมี

1) คราบเมือก ซึ่งเป็นคราบที่มีมากที่สุด มักเกิดจากการรวมตัวของผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มที่จับกับขนผ้า เป็นแผ่นดำๆ ราวกับตะไคร่น้ำเกาะบนผนังเครื่องซักผ้า ซึ่งคราบนี้จำเป็นต้องใช้ด่างอ่อนที่สมบัติการเคลือบผิวโลหะที่ดีอย่าง โซเดียมเมตาซิลิเกต เพื่อทำให้คราบนั้นหลุดล่อนโดยง่าย และป้องกันไม่ให้คราบใหม่เกิดขึ้นด้วย

2) คราบตะกรันหินปูน ซึ่งมักเป็นคราบที่เกิดจากความกระด้างของน้ำ ที่เกาะเป็นแผ่นหินปูนขาว สีน้ำตาล ดำ ขึ้นอยู่กับปริมาณเหล็กในน้ำที่ใช้ซักผ้านะครับ ในกรณีนี้ เราจึงควรใช้น้ำส้มสายชูหรือกรดอ่อนอื่นๆ ล้างออก แต่คราบนี้จะไม่ได้เกิดบ่อยเท่ากับคราบเมือก

โดยเฉพาะในบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่มีน้ำประปาคุณภาพค่อนข้างดี ซึ่งตรงนี้สามารถล้างประมาณปีละครั้งก็ได้ เนื่องจากว่ามีความถี่ในการเกิดน้อยมาก (เพราะในผงซักฟอกทั่วไปก็มีสารป้องกันการเกิดตะกรันในปริมาณที่มากเกินพอแล้ว)

3) คราบเชื้อราที่ก่อเมือกที่มักจะเกาะรวมกับคราบเมือกในข้อ (1) ที่สามารถทำให้เกิดกลิ่นอับบนผ้าได้อย่างต่อเนื่อง หากพลาดตากผ้าในที่ไม่มีแดดเพียงแค่ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น

ในกรณีนี้เราควร ล้างบาง เชื้อราและเชื้อจุลินทรีย์อื่นๆ โดยการใช้น้ำส้มสายชู 1 ขวด และน้ำยาไฮเตอร์ 1 ขวดเล็ก เทลงในน้ำที่เติมเต็มเครื่องซักผ้า เพื่อที่จะทำให้เกิดคลอรีนฆ่าเชื้อโรคได้ดี

แต่มีข้อควรระวังคือ ต้องทำในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก และเอาเด็กและสัตว์เลี้ยงออกห่างจากบริเวณที่ทำด้วย เพราะแก๊สคลอรีนที่เกิดขึ้นนั้นมีฤทธิ์กัดกร่อนทางเดินระบบหายใจอย่างรุนแรงด้วย

ความถี่ในการทำนั้นจริงๆ แล้ว อาจจะ 2-3 ปีครั้งด้วยซ้ำ (หรืออย่างถี่ที่สุดก็แค่ปีละครั้งก็พอ) เนื่องจากว่าระบบนี้นอกจากจะกัดกร่อนระบบทางเดินหายใจแล้ว ยังจะกัดกร่อนวัสดุที่ใช้ทำเครื่องซักผ้า ไม่ว่าจะเป็นซีลยาง หรือสเตนเลส

ดังนั้น ในการทำความสะอาดถังเครื่องซักผ้าแบบประจำนั้น ควรใช้ผงล้างเครื่องซักผ้าจะดีที่สุด ส่วน option เสริมอื่นๆ นั้นควรทำนานๆ ครั้งก็เพียงพอแล้ว”

เพจ เคมีฟิสิกส์ของสิ่งทอ อาหาร และของรอบตัว

บทความก่อนหน้านี้กรมอุตุฯ ประกาศ พายุโซนร้อนจ่อซัดเวียดนาม ไทยตอนบนเย็นลงอีก ภาคใต้ฝนตกต่อเนื่อง
บทความถัดไปฝ่าฟัน ปลูกเอง ชงเอง! กว่าจะเป็น “โอชากาแฟ” ร้านเล็กๆ เรียบง่าย แต่เท่