ตกงานตอนอายุ 35! อย่าตกใจ ทุกปัญหามีทางแก้ ขอแค่ตั้งสติ คิดให้รอบคอบ

ตกงานอย่าตกใจ
ตกงานอย่าตกใจ

ตกงาน ตอนอายุ 35! อย่าตกใจ ทุกปัญหามีทางแก้  ขอแค่ตั้งสติ คิดให้รอบคอบ  

ผมตกงาน แบบกะทันหัน พร้อมหนังสือ เลิกจ้าง 31 ตุลาคมนี้ ตอนนี้ เครียดมากครับ คิดไม่ออก จะไปทำอะไรกินต่อไป เหตุผลที่เลิกจ้าง เนื่องจาก บริษัทขาดทุนสะสม จนไม่สามารถจ้างต่อ ผมมีหนี้สิน คือรถยนต์ 1 คัน หนี้บัตรเครดิต ประมาณ 5 หมื่นบาท  ช่วยคิดหน่อยครับ ว่าอายุ 35 แล้ว สายงานเกี่ยวกับธุรกิจท่องเที่ยว ก็แย่มากๆ ครับ เงินเก็บมีอยู่แสนกว่าบาท ไม่กล้าบอกทางบ้าน กลัวจะคิดมาก ตอนนี้สภาพจิตใจแย่มากๆครับ”

คือกระทู้หัวข้อน่าเห็นใจ จากสมาชิกเว็บไซต์ พันทิป ที่มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นการให้กำลังใจ และยังมีข้อเสนอแนะที่น่ารับฟัง ไว้เป็นแนวทาง สำหรับใครหลายคนที่อาจกำลังประสบกับปัญหาเดียวกันกับเจ้าของกระทู้นี้ก็เป็นได้

โดยสมาชิกท่านหนึ่ง มีคำแนะนำว่า

ตกงานแล้วอย่าตกใจ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ทำบัญชีวางแผนการเงิน ว่าเงินที่มี หนี้ที่มี หักลบกลบหนี้แล้วอยู่ได้กี่เดือน
  2. บอกที่บ้านตรงๆ แทนที่จะจิตตกคนเดียว มีคนคุยด้วย หรือเข้าใจ จะดีกว่า
  3. หางานทำโดยด่วน อย่าเพิ่งเลือกงาน เพราะเศรษฐกิจมันแย่จริงๆ จะ KFC McDonald MK ปั๊มน้ำมัน Amazon สมัครไปก่อน
  4. หาอาชีพเสริมทำ แก้ปัญหาขาดรายได้ ปัจจุบัน ผมทำ Grab Walk เดินส่งอาหารอยู่ ถ้าทำงานหลักแล้วก็ทำงานเสริมได้ เพราะมีเงินเยอะ ดีกว่า มีเงินน้อย
  5. ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เพิ่มคุณค่าให้ตัวเอง ผมไม่ได้บอกให้เรียนโทนะครับ อาจจะหาหนังสือดีๆ มาอ่าน พวก How to ก็ดี

สมาชิกอีกท่านหนึ่ง ก็เสนอแนะไว้น่าสนใจ ดังนี้

  1. เคลียร์หนี้สินก่อน จะได้เดินหน้าทำอย่างอื่นต่อ
  2. คุยกับที่บ้าน เพราะมันกระทบกับทุกคน คุณไม่จำเป็นต้องเก็บไว้เป็นความลับ บางทีที่บ้านอาจจะมีคนรู้จักแนะนำงานให้ก็ได้
  3. แจ้งเรื่องที่ประกันสังคม ขึ้นทะเบียนผู้ว่างงาน อย่างน้อยก็มีเงินชดเชยให้คุณระหว่างหางาน
  4. ไม่จำเป็นต้องทำงานในสายงานที่ถนัด ถ้ามีอะไรที่ทำได้ ให้ทำไปก่อน ไม่ต้องสนใจว่าเงินจะมากหรือน้อย ให้มีรายได้เข้ามาทุกเดือน
  5. ทรัพย์สินอะไรที่มันเกินมือ ให้ตัดทิ้งไปก่อน สูงสุดคืนสู่สามัญ ไปสักระยะ
  6. เป็นเวลาที่ดีที่คุณจะมีเวลาให้ตัวเองในระหว่างหางาน ไปออกกำลังกาย ไปเที่ยวแบบประหยัด ไปสัมผัสธรรมชาติ ไปปลดปล่อย
  7. คุณอาจจะได้เจอเรื่องราวใหม่ๆ ความรู้สึกใหม่ๆ ไม่ต้องไปท้อถอย ทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส แค่มีสติแล้วมองให้ออก
  8. ลองหางานที่ต่างจังหวัดดู ไปในที่ที่ไม่คุ้นเคย เปิดประสบการณ์ใหม่

นอกจากนี้ ยังมีคำแนะนำดีๆ จากสมาชิกอีกท่านหนึ่ง ว่า

แชร์จากประสบการณ์ตรงครับ ผมเคยโดนเลิกจ้าง แบบได้เงินชดเชย เลยอยากจะแชร์ประสบการณ์ตรง และการเอาตัวรอด

  1. คุณต้องจิตแข็งๆ ก่อนเลยครับ ห้ามหมดกำลังใจก่อน อันนี้สำคัญโคตร เพราะคนตกงาน ส่วนใหญ่จะมีความรู้สึกเหมือนกันคือเคว้ง ให้คิดไว้ว่าเดี๋ยวก็ได้งาน
  2. คุณต้องคิดบริหารจัดการเงินชดเชย รวมทั้งเงินเก็บให้สามารถใช้ได้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ เรื่องหนี้บัตรเครดิต ยังไม่ต้องรีบไปโปะครับ ผ่อนจ่ายตามรายงวดไปก่อน ค่าผ่อนรถก็เหมือนกัน ผ่อนจ่ายตามงวดไป อย่าให้ขาด อย่าให้หนี้เพิ่ม เพราะโจทย์ของคุณคือ จะใช้เงินที่มีอยู่ยังไงให้ได้นานที่สุด
  3. ลองตัดสินใจดูว่า จะทำธุรกิจเองหรือ หางานประจำ ถ้าทำธุรกิจเองคุณต้องแน่ใจว่า คุณมีหัวการค้าและไปรอด ถ้าคุณเลือกทางนี้ผมไม่มีอะไรแนะนำ เพราะผมเลือกกลับหางานประจำ
  4. ถ้าเลือกหางานประจำ คุณร่อนเรซูเม่ไปให้เยอะที่สุด เท่าที่จะเยอะได้ ลองดูหลายๆ สายงานที่ใกล้เคียงกับสายงานที่คุณทำอยู่
  5. ถ้าคุณเคยไปสมัครงานก่อนหน้านี้ ลองรีวิวดูอีกครั้ง มีบริษัทไหนมั้ย ที่คุณเคยได้แต่ปฏิเสธไป ลองกลับไปดูอีกทีว่าเขาเปิดรับมั้ย ถ้ายังเปิดรับก็ลองสมัครไปอีกที ผมเองได้งานเพราะวิธีนี้
  6. ตลาดงานบ้านเรามีความประหลาดอยู่อย่างหนึ่ง คือ อัตราว่างงานสูง แต่ในมุมบริษัทเองก็หาคนทำงานยากพอสมควร อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ ร่อนเรซูเม่ไปเยอะๆ เดี๋ยวก็ได้งานเอง
บทความก่อนหน้านี้แพทย์แผนไทย แนะ ประชาชนพกยาฟ้าทะลายโจร ต้านหวัดจากภัยหนาว
บทความถัดไปหนุ่มป.โท เมินชีวิต “มนุษย์เงินเดือน” ขอเปิดร้านอาหาร มีปากท้องเป็นเดิมพัน