เผยผลวิจัย “ข้อดีของกาแฟ” มีทั้ง ช่วยชะลอวัย ลดเสี่ยงเบาหวาน กันเป็นอัลไซเมอร์

เผยผลวิจัย “ข้อดีของกาแฟ” มีทั้ง ช่วยชะลอวัย ลดเสี่ยงเบาหวาน กันเป็นอัลไซเมอร์

นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์ชะลอวัย กล่าวว่า กาแฟ เป็นเครื่องดื่มประจำของใครหลายคน แต่ก็มีไม่น้อยที่กังวลว่าถ้าดื่มในปริมาณมากไปก็จะผลกระทบต่อร่างกาย จึงอยากให้รู้ถึงฤทธิ์ของ “คาเฟอีน” ที่เกินไปจะทำให้มีผลต่อร่างกายเราคือ ปวดหัว มึนศีรษะ ใจสั่น นอนไม่หลับ กระวนกระวาย ท้องเสีย สำหรับอาการที่ควรพบแพทย์  ได้แก่ อาการเจ็บหน้าอก เนื้อกระตุกหรือชักกระตุกซึ่งอาจเกิดได้จากคาเฟอีนทำพิษ

ที่ผ่านมามีคนไข้จำนวนหนึ่งมาปรึกษาเรื่องชะลอวัย แต่ใจยังคงอยากดื่มกาแฟ ซึ่งที่จริงก็ไม่ใช่ข้อห้ามแต่อย่างใด เพราะในโปรแกรมชะลอวัยนั้น กาแฟก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วย “ชะลอวัย” ได้ โดยมีงานวิจัยที่ยืนยันในคุณสมบัติกาแฟ ไว้ดังนี้

1) กระตุ้นร่างกาย ทำให้ร่างกายและสมองตื่นตัว กาแฟมีสารชื่อคล้ายกันคือ “แคฟเฟอีน” ที่ไปแย่งจับกับสารหยุดพักในสมองของเราทำให้ร่างกายตื่นตัว มีสารสื่อประสาทตัวอื่นเพิ่มคือนอร์เอพิเนฟรินและโดพามีนที่กระตุ้นสมอง

2) ช่วยเผาผลาญไขมัน แคฟเฟอีนในเครื่องดื่มสีดำนี้ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญให้ร่างกายเรา 3-11%  จากงานวิจัยของ Wageningen Agricultural University ที่เนเธอแลนด์ ส่วนการศึกษาตีพิมพ์ใน American Journal Clinical Nutrition ก็ชี้ว่ากาแฟเพิ่มการเบิร์นไขมันได้มากถึง 10% ในคนอ้วน ส่วนคนทั่วไปที่หุ่นลีนอยู่แล้วนั้นได้ถึง 29%  อย่างไรก็ดีการดื่มกาแฟระยะยาวอาจลดผลในข้อนี้

นพ.กฤษดา ศิรามพุช

3) เพิ่มศักยภาพการออกกำลังกาย แคฟเฟอีนกระตุ้นระบบประสาทให้ส่งสัญญาณไปบอกก้อนเซลล์ไขมันให้สลายไขมัน นอกจากนั้นมันยังไปเพิ่มระดับสารอะดรีนาลินที่ไหลเวียนในเลือดของเราทำให้ร่างกายพร้อมที่เข้าสู่โหมดพร้อมใช้งานกล้ามเนื้อ จึงทำให้แคฟเฟอีนช่วยเพิ่มพลังการออกกำลังกายได้ถึง 11-12% โดยเฉลี่ยจากการศึกษาในวารสาร International Journal Sport Nutrition Exercise Metabolism

4) กาแฟมีวิตามินและแร่ธาตุชั้นเยี่ยม ในกาแฟ 1 ถ้วยนั้นมีรายงานว่าประกอบด้วย วิตามินบี 2, บี 3, บี 5 และแร่ธาตุแมงกานีสกับโพแทสเซียม ซึ่งมีอยู่อย่างละไม่มากไม่มาย แต่ก็ถือว่าเป็นเครื่องดื่มที่ให้วิตามินกับเราได้

5) อาจช่วยลดเสี่ยงเบาหวาน โดยเฉพาะเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งเป็นตัวแสบในผู้ใหญ่ ดังในการศึกษาหลายชิ้นที่เผยว่าคนดื่มกาแฟมีความเสี่ยงเบาหวานลดลง 23-50% ซึ่งถือว่ามากทีเดียว โดยในรายละเอียดผู้วิจัยสรุปว่า 3 แก้วต่อวัน ส่วนงานวิจัยจากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยโอกลาโฮมา เผยว่า ช่วยลดเสี่ยงได้ถึง 67% เลยทีเดียว

6) ปกป้องเราจากโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ การลดความเสี่ยงของโรคสมองเสื่อมที่มักเกิดขึ้นได้บ่อยในมนุษย์วัย 65 ปีขึ้นไปนี้อยู่ที่การออกกำลังและกินอาหารที่ดี ส่วนการดื่มคอฟฟี่ก็มีสิทธิ์ช่วยได้ดังการศึกษาจากสถาบันประสาทวิทยามหาวิทยาลัยลิสบอน กล่าวว่า การบริโภคคาเฟอีนมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ กับงานสำคัญอีกชิ้นหนึ่งจากโปรตุเกสเช่นกัน ลงตีพิมพ์ในวารสาร Journal Alzheimer’s disease ก็ได้มีการศึกษาเรื่องนี้ไว้ (Caffeine intake and dementia :systemic review and meta-analysis)

7) ผู้พิทักษ์ตับแข็ง ตับแข็งเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ได้เกิดจากเหล้าอย่างเดียว แต่คนยุคใหม่ต้องระวังสาเหตุจากไวรัสตับอักเสบและไขมันจุกตับ (fatty liver) ที่เคยพบในคนไข้ที่มาหาหนาตามากขึ้นเรื่อยๆ มีรายงานว่าผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ 4 แก้วต่อวัน อาจช่วยลดเสี่ยงตับแข็งจากแอลกอฮอล์ได้ ดังมีการศึกษาจากฝ่ายวิจัยแพทยศาสตร์ Kaiser Permanente Medical Care Program เผยว่า คุณสมบัตินี้มาจากสารในกาแฟ ส่วนการศึกษาจากภาควิชาสถิติและระบาดวิทยา University of Milan-Bicocca พบว่า กาแฟอาจระงับการเกิดโรคตับแข็งจากแอลกอฮอล์และไม่ได้มาจากแอลกอฮอล์ได้ ซึ่งทั้งนี้ไม่รวมเครื่องดื่มคาเฟอีนอื่นๆ

นพ.กฤษดา กล่าวด้วยว่า โดยสรุป การดื่มกาแฟมีผลดีต่อสุขภาพที่ควรทราบไว้ไม่ว่าจะเป็นผลต่อสมอง,ไขมันจุกตับ, การเผาผลาญ, เบาหวาน หรือการลดน้ำหนักตัว แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจำเป็นต้องดื่มกาแฟเสมอไป เพราะในข้อดีต่างๆ ที่กล่าวมาสามารถหาได้จากการรับประทานอาหารอื่นๆ เช่นกัน เช่น อยากช่วยสมองก็รับประทานปลาทู หรืออยากช่วยให้เบาหวานดีขึ้นก็รับประทานมะระขี้นก, อบเชย หรือหาแร่ธาตุโครเมี่ยมมารับประทานเสริมก็ได้ แถมยังช่วยชะลอวัยได้อีกด้วย

บทความก่อนหน้านี้ฉลองครบ 1 ปี! “ไอคอนสยาม” แลนด์มาร์กริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมจัดกิจกรรมสุดอลังส่งท้ายปี 
บทความถัดไปชาบูชิ เปิด 24 ชั่วโมง ประเดิมสาขาแรก “สามย่านมิตรทาวน์”