สงคราม E-Commerce ปี 2020 จะเป็นอย่างไร? สินค้าอะไรจะมีการซื้อขายมากที่สุด

สงคราม E-Commerce ปี 2020 จะเป็นอย่างไร? สินค้าอะไรจะมีการซื้อขายมากที่สุด

E-Commerce หรือ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือการทำธุรกิจโดยซื้อขายสินค้าผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งประโยชน์ของการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนที่ต่ำ เพราะไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน ไม่มีค่าเช่าพื้นที่ ไม่ต้องใช้กำลังคนมาก แถมยังสามารถนำสินค้าและบริการเข้าถึงคนหมู่มากได้ทุกที่ทุกเวลา ซื้อขายและชำระเงินผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ได้อย่างสะดวกสบายและง่ายดาย จึงทำให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในปัจจุบันกำลังได้รับความนิยม และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกปี

ปัจจุบัน ธุรกิจอีคอมเมิร์ซกำลังมาแรง อ้างอิงจากมูลค่าตลาด E-commerce ที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกปีตามรายงานของ ETDA

มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทย ในปี 2558 มีมูลค่าถึง 2,245,147.02 ล้านบาท

มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทย ในปี 2559 มีมูลค่าถึง 2,560,103.36 ล้านบาท

มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทย ในปี 2560 มีมูลค่าถึง 2,812,592.03 ล้านบาท

มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทย ในปี 2561 มีมูลค่าถึง 3,150,232.96 ล้านบาท

และยังคาดการณ์ว่าจากนี้ไปจนถึงปี 2565 ตลาดอีคอมเมิร์ซไทย น่าจะเติบโตขึ้นเฉลี่ย 22% เลยทีเดียว

ไม่ใช่แค่ตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตขึ้น

การขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซยังทำให้ ความต้องการบริการ E-Logistics เพิ่มขึ้นอีกด้วย จากรายงานของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า มูลค่าตลาดโลจิสติกส์มีมูลค่าตลาดไม่ต่ำกว่า 2.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งเติบโตสูงถึง 10-20% ต่อปี แยกเป็น 2 รูปแบบ คือการขนส่งระหว่างธุรกิจ เพื่อนำไปจำหน่ายต่อ และการขนส่งโดยตรงถึงผู้บริโภค อาทิ Kerry, ไปรษณีย์ไทย, SCG Express, Lalamove, Flash Express, DHL เป็นต้น นำมาสู่การแข่งขันในธุรกิจโลจิสติกส์ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ที่ดุเดือดไม่แพ้กัน

สอดคล้องกับการเติบโตของ E-payment (การจ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์) ที่ภาพรวมเติบโตขึ้นร้อยละ 35.7% โดยบริการที่เติบโต สูงสุด คือ บริการโอนเงินและการชำระเงินผ่านอินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Internet/Mobile banking)

 

ธุรกรรมการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ในไตรมาส 3 ปี 2561 มีจำนวน 1,464 ล้านรายการ คิดเป็นมูลค่า 92 ล้านล้านบาท ปริมาณการใช้งานเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถึงร้อยละ 35.7 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซเช่นกัน (ข้อมูล : รายงานธุรกรรมการชำระเงิน ประจำไตรมาส 3 ปี 2561 ธนาคารประเทศไทย)

อีคอมเมิร์ซครึ่งปีแรก 2562 เป็นอย่างไร

จากผลการสำรวจของ บริษัท ไพรซ์ซ่า จำกัด ผู้นำอันดับ 1 ด้านเครื่องมือค้นหาสินค้าและบริการเปรียบเทียบราคาในประเทศไทย ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 14 ล้านคน ต่อเดือน เผยถึงประเภทสินค้าที่มีการซื้อขายมากที่สุดในแพลตฟอร์ม ดังนี้

อันดับ 1 ได้แก่ สินค้ากลุ่มสุขภาพและความงาม 27%

อันดับ 2 สินค้ากลุ่มเสื้อผ้าและแฟชั่น 17%

อันดับ 3 สินค้ากลุ่มอุปกรณ์ของตกแต่งบ้าน 11% เป็นต้น

ทั้งนี้สินค้าในแพลตฟอร์มของไพรซ์ซ่ามีมากถึง 50 ล้านชิ้น ซึ่งมีแนวโน้มของจำนวนสินค้าเพิ่มขึ้นจากปี 2018 สูงถึง 29% แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่มากขึ้นของจำนวนสินค้า และจำนวนผู้ขาย สะท้อนถึงการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซมากขึ้นทุกปีผ่านมุมมองของไพรซ์ซ่าได้อย่างชัดเจน

คุณธนาวัฒน์ มาลาบุปผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพรซ์ซ่า จำกัด และนายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย กล่าวว่า ภาพรวมในปีนี้ จนถึงปี 2020 เราจะได้เห็นการแข่งขัน และการนำเสนอบริการใหม่ๆ ของ “ดิจิทัล แพลตฟอร์ม” อย่างชัดเจน และดุเดือดขึ้นทุกๆ ปี ซึ่งตนเองคาดหวังว่าวงการธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะมีแนวโน้มที่เติบโตขึ้นในระดับอาเซียน ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

“สำหรับเทรนด์ธุรกิจในปี 2020 นั้นมั่นใจว่าตลาดอีคอมเมิร์ซประเทศไทยจะมีมูลค่าเติบโตขึ้นอย่างมหาศาล เพราะโอกาสของผู้ประกอบการไทยยังมีอยู่มาก ทั้งขายในเว็บไซต์ตัวเอง ขายในมาร์เก็ตเพลส และขายผ่านโซเชียลมีเดีย”

ผู้ประกอบการจะต้องรู้ว่าเทรนด์อีคอมเมิร์ซที่กำลังจะมาเป็นอย่างไร มีความแตกต่าง หรือมีอะไรใหม่บ้าง เพื่อที่จะได้รับมือ มองหาโอกาส และปรับกลยุทธ์ในการเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจของตัวเอง ร่วมหาคำตอบของเทรนด์ธุรกิจในปี 2020 ได้ที่งาน Priceza E-commerce Summit 2020 ในวันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2562 ณ โรงแรมสุขุมวิท 31 สำรองบัตรด่วนก่อนปรับราคาได้ที่ https://www.zipeventapp.com/e/Priceza-E-Commerce-Summit-2020