ถูกสุดในไทย! “ชิปป์สไมล์ เซอร์วิส” ธุรกิจรับฝาก-ส่งของครบวงจร เริ่มต้น 25 บาท ตอบโจทย์ผู้ค้าอีคอมเมิร์ซ

ถูกสุดในไทย! “ชิปป์สไมล์ เซอร์วิส” ธุรกิจรับฝาก-ส่งของครบวงจร เริ่มต้น 25 บาท ตอบโจทย์ผู้ค้าอีคอมเมิร์ซ

ประเทศไทย นับว่าเป็นประเทศอันดับ 1 ในทวีปเอเชียที่มีมูลค่าการซื้อขายออนไลน์สูงถึง 24 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากข้อมูลตัวเลขจะเห็นได้ว่าไทยมีการเติบโตของธุรกิจออนไลน์ที่สูง มีพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หน้าใหม่เกิดขึ้นตลอดเวลา รวมทั้งมีการพัฒนารูปแบบแพลตฟอร์มการขายสินค้าใหม่ๆ ที่สามารถสร้างกำไรในตลาดออนไลน์ได้อย่างมหาศาล

เมื่อธุรกิจขายของออนไลน์เติบโตมากขึ้น การขนส่งสินค้าจึงจำต้องปรับตัวให้เติบโตตามความต้องการของตลาดและผู้บริโภค เนื่องจากในแต่ละวันจะมีจำนวนพัสดุที่ลูกค้าทำการจัดส่งเป็นจำนวนมาก ทำให้ตลาดอยู่ในสภาวะ Supply น้อยกว่า Demand หรือสภาวะสินค้าในตลาดออนไลน์มีจำนวนมากกว่าขนส่งที่ให้บริการด้วยสถานการณ์เหล่านี้ จึงเกิดเป็นแนวคิดในการสร้างธุรกิจของชิปป์สไมล์ที่เรียกว่า แพลตฟอร์มธุรกิจออฟไลน์แบบครบวงจร หรือ ระบบโปรแกรมหน้าร้านเสมือนร้านสารพัดงานงานบริการ

คุณสฐีรณัฐ ลาภไกวัล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชิปป์สไมล์ เซอร์วิส จำกัด (SHIPSMILE SERVICES)

คุณสฐีรณัฐ ลาภไกวัล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชิปป์สไมล์ เซอร์วิส จำกัด (SHIPSMILE SERVICES) กล่าวว่า จากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) เมื่อปลายปี 2561 ที่ประเมินว่ามูลค่าการซื้อขายออนไลน์อยู่ที่ 3.05 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 9-10% โดยคาดการณ์ว่าจากนี้ไปจนถึงปี 2565 ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยน่าจะเติบโตขึ้นเฉลี่ย 22% และมีสัดส่วนการซื้อขายออนไลน์ที่สูงขึ้นเช่นกัน แม้ปัจจุบันจะมีเพียง 3% ของยอดค้าปลีกทั้งระบบ แต่เชื่อได้ว่าตลาดนี้จะมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ซึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนในยุค 4.0 ที่เปลี่ยนไปจากอดีตโดยสิ้นเชิง

ชิปป์สไมล์ เล็งเห็นโอกาสในการสร้างธุรกิจ จึงเปิดให้บริการชิปป์สไมล์ เซอร์วิส ศูนย์รวมบริการขนส่งชั้นนำของไทยแบบครบวงจร เราเปิดให้บริการมาแล้วร่วม 2 ปีมีสาขาครอบคลุมทั่วไทยกว่า 600 สาขา ทำรายได้รวมมากกว่า 80 ล้านบาท ตัวเลขเติบโตสูงกว่า 1,000% โดยยึดคอนเซ็ปต์แพลตฟอร์มออฟไลน์แบบครบวงจร หรือระบบโปรแกรมหน้าร้านเสมือนร้านสารพัดงานงานบริการ คือมีทั้งบริการส่งพัสดุที่มีเริ่มต้นเพียง25 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่ถูกที่สุดในประเทศ โดยเรามีพันธมิตรผู้ให้บริการขนส่งด่วนชั้นนำของประเทศหลากหลายเจ้า อาทิ ไปรษณีย์ไทย, แฟลชเอ็กซ์เพรส (FLASH Express) อัลฟ่า (Alpha) และ DHL ที่เพิ่งตกลงร่วมงานกันไปเมื่อไม่นานมานี้ มาเป็นตัวเลือกให้ลูกค้าได้เลือกใช้บริการด้วย อีกทั้งมีบริการเก็บเงินปลายทาง (COD) นอกจากนี้ยังมีการให้บริการพื้นฐานด้านอื่นๆ ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคในยุค 4.0 เช่น การชำระเงินออนไลน์ต่างๆ, การทำเรื่องพ.ร.บ., การต่อภาษีรถ เป็นต้น” คุณสฐีรณัฐ กล่าว

นอกจากจะเป็นศูนย์รวมบริการขนส่งแบบครบวงจรแล้ว ทางชิปป์สไมล์ยังเปิดขายแฟรนไชส์ให้กับผู้ที่สนใจด้วย แฟรนไชส์จะเป็นแบบ drop off ที่ใช้พื้นที่ประมาณ 3 คูณ 5 เมตร มีการลงทุนเพียง 29,999 บาท ก็สามารถคืนทุนได้เร็วภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน

ซึ่งเราตั้งเป้าหมายไว้ว่าในไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 ชิปป์สไมล์จะต้องมีสาขาให้บริการเพิ่มเป็น 1,000 สาขา และมียอดรับส่งพัสดุจำนวน 1,000,000 ชิ้น ต่อเดือน พร้อมพันธมิตรขนส่งรายใหม่ๆ ที่สามารถเข้ามาช่วยเสริมศักยภาพโดยจะเน้นในส่วนการให้บริการในโซนต่างจังหวัดมากยิ่งขึ้น ซึ่งในปี 2563 ยังมีแผนขยายสาขาให้ครอบคลุมไปในทุกตำบลเล็กๆ ไปจนถึงอำเภอและเพิ่มบริการส่งสินค้าไปยังต่างประเทศอีกด้วยนอกจากนี้ยังจะมีงานบริการอื่นๆ อีกมากมายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดโดยรวมต่อไป ซึ่งธุรกิจหรือบริการทั้งหมดของชิปป์สไมล์จะต้องสามารถสร้างความเติบโตทั้งในส่วนของรายได้และกำไรให้แก่บริษัท รวมถึงผู้ประกอบการได้ในระยะยาว” คุณสฐีรณัฐ กล่าวทิ้งท้าย

หากใครสนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.shipsmileservice.com หรือโทรศัพท์ (02) 041- 7818

บทความก่อนหน้านี้ธุรกิจความงามปีนี้ยังสดใส “เดอะซิกเนเจอร์คลินิก” ชูคุณภาพรักษา-สวยแบบธรรมชาติ
บทความถัดไปไอเดียเจ๋ง สาวรุ่นใหม่ ใช้ “ใบตองห่อเค้กแทนพลาสติก” ลดขยะ แถมได้ใจลูกค้า