สำรวจตลาด “พาหุรัด-สำเพ็ง” เสื้อผ้า-ผ้าม้วน-ริบบิ้นสีดำขายดี

ภายหลังจากสำนักพระราชวังมีการประกาศเรื่องพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ 89 ทรงครองราชสมบัติ 70 ปี ในวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 เวลา 15.52 น. นำมาซึ่งความโศกเศร้าเสียใจของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า

ในขณะที่สำนักนายกรัฐมนตรีออกประกาศให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ และสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสาเป็นเวลา 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป และให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ทุกข์ มีกําหนด 1 ปี ส่วนประชาชนให้พิจารณาตามความเหมาะสม

ด้วยบรรยากาศที่โศกเศร้า พสกนิกรชาวไทยทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัดพร้อมใจกันส่วมใส่ชุดดำเพื่อแสดงความไว้อาลัย อีกทั้งประชาชนจำนวนมากต่างออกมาเลือกซื้อเสื้อผ้าชุดสีดำไว้สวมใส่ตลอดช่วงเวลาของการไว้อาลัย จนส่งผลทำให้เสื้อผ้าสีดำขาดตลาดในที่สุด

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสลงพื้นที่ย่านพาหุรัด สำเพ็ง จนพบว่าตลอดเส้นทางระหว่างพาหุรัดถึงสำเพ็งมีประชาชนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดต่างเดินทางมาจับจ่ายซื้อเสื้อผ้าชุดสีดำ สีขาว อย่างคึกคัก มีทั้งซื้อผ้าเพื่อนำไปตัดชุด และเลือกซื้อเสื้อผ้าชุดสีดำ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ กางเกง กระเป๋า รองเท้า อีกทั้งยังมีผ้าสำหรับนำไปผูกประดับสถานที่ และริบบิ้นผ้าสีดำที่ประชาชนส่วนใหญ่นิยมเลือกซื้อหา เพื่อนำไปทำสัญลักษณ์ไว้อาลัย

“วินิจ คำตา” พนักงานร้านของบริษัท ตั้งย่งหลี จำกัด กล่าวว่า ลูกค้าที่มาซื้อสินค้าแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ลูกค้าที่มาซื้อผ้าไปตัดชุด ซึ่งจะมาซื้อครั้งละ 3-4 เมตร อีกกลุ่มเป็นลูกค้าที่มาซื้อครั้งละมาก ๆ ประมาณ 10 กว่าม้วน เพื่อนำไปผูกประดับอาคารสถานที่ ตอนนี้ที่ร้านมีผ้าดำกว่า 20 ม้วน ก็ขายได้เรื่อย ๆ เพราะลูกค้าเข้า-ออกตลอดเวลา หากสินค้าหมดจะสั่งเพิ่มครั้งละประมาณ 20 ม้วนสำหรับใช้เป็นสต๊อก โดยราคาขายขึ้นอยู่กับยี่ห้อ และเนื้อผ้า ราคาเริ่มต้นตั้งแต่เมตรละ 190 บาท แพงสุดเมตรละ 450 บาท และไม่ได้ขึ้นราคาจากราคาขายปกติ

“สุพรรษา ไขไพวัน” แม่ค้าขายเสื้อสีดำที่ตลาดพาหุรัด บอกว่า ปกติขายเสื้อผ้าทั่วไป เช่น เสื้อลูกไม้ และเสื้อผ้าสีต่าง ๆ แต่พอมาถึงช่วงไว้ทุกข์เนื่องด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสวรรคต จึงปรับเปลี่ยนมาขายเสื้อสีดำ เพราะเป็นสีที่ประชาชนส่วนใหญ่ใส่เพื่อแสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของในหลวง

“ดิฉันไปรับเสื้อผ้าสีดำมาจากตลาดโบ๊เบ๊ มีเสื้อโปโล เสื้อยืดคอกลมสีดำพิมพ์ลายสัญลักษณ์เลข ๙ สีขาว เป็นต้น โดยสำหรับต้นทุนเสื้อโปโลที่รับมา 270-280 บาทต่อตัว นำมาขายตัวละ 350 บาท เสื้อยืดคอกลมสีดำพิมพ์ลายสัญลักษณ์เลข ๙ สีขาวต้นทุนตัวละ 160 บาท นำมาขายตัวละ 200 บาท ซึ่งเสื้อโปโลสีดำเป็นสินค้าที่ขายดีที่สุด เพราะสามารถใส่ลำลองและใส่ไปทำงานได้ โดยกลุ่มลูกค้าจะมีทุกเพศ อายุตั้งแต่วัยรุ่นถึงผู้สูงอายุ”

“ช่วงนี้ขายได้ประมาณ 30 ตัวในแต่ละวัน โดยเราขายตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น คิดว่าพอหลังจากเดือนหน้าคนอาจจะเริ่มซื้อกันน้อยลง ตนเองจะเอาเสื้อผ้าที่เคยขายอยู่เดิมที่เก็บไว้ในสต๊อกมาขายปนกับเสื้อผ้าสีดำ”

ขณะที่ “อัจราพร แซ่ตั้ง” แม่ค้าขายรองเท้า ให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้ขายรองเท้าหลากรูปแบบ และคละสีสัน แต่ช่วงนี้เน้นนำรองเท้าสีดำมาขาย ซึ่งเพิ่มจำนวนขึ้นจากเดิมเป็นเท่าตัว เพราะลูกค้าหารองเท้าสีดำเยอะขึ้น โดยหลังจากที่ในหลวงสวรรคต รองเท้าสีดำขายดีมากจนของหมด แต่โรงงานไม่สามารถหารองเท้ามาส่งได้ทันที

 

สำหรับรองเท้าที่ขายดีจะเป็นคัตชู และรองเท้ารัดส้น เพราะผู้ที่ต้องการเข้าไปลงนามไว้อาลัยจะต้องสวมรองเท้า 2 รูปแบบข้างต้น โดยรองเท้าของที่ร้านมีราคาเริ่มต้นที่ 199 บาทขึ้นไปจนถึง 499 บาท ขึ้นอยู่กับรูปแบบและลักษณะการตัดเย็บรองเท้า

“แม้รองเท้าจะขายได้ไม่ดีเท่ากับเสื้อและผ้าม้วน อีกทั้งบางคนอาจมีรองเท้าสีดำอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่คนที่มาซื้อเสื้อผ้าที่พาหุรัดมักจะซื้อรองเท้ากลับไปด้วย โดยตอนนี้เราขายรองเท้าสีดำได้เกิน 20 คู่ต่อวัน จากเดิมที่รองเท้าสีดำไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไรนัก”

ไม่เพียงแต่เสื้อผ้าชุดสีดำ และผ้าสีดำเท่านั้น อีกสิ่งหนึ่งที่ประชาชนต่างเดินทางมาเลือกซื้อหากันเป็นจำนวนมากคือริบบิ้นสีดำ ซึ่งจากการพูดคุยและสอบถาม“พนักงานร้านสุวรรณดี” ที่อยู่ย่านสำเพ็ง เล่าให้ฟังว่า ราคาริบบิ้นตอนนี้ถือว่าอยู่ในราคาปกติ เพียงแต่ตอนนี้ไม่ค่อยจะมีของขาย แม้โรงงานจะเร่งการผลิต และทยอยจัดส่งให้กับร้านค้าต่าง ๆ แต่ก็มีออกมาในตลาดเพียง 20% เท่านั้น

ในส่วนของประชาชนที่มาเลือกซื้อริบบิ้นสีดำจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ซื้อส่วนตัว และหน่วยงาน ห้างร้านต่าง ๆ โดยริบบิ้นมีราคาตั้งแต่ม้วนละ 70 บาท ซึ่งเป็นริบบิ้นซาติน ขนาดครึ่งนิ้ว ไปจนถึงราคาม้วนละ 250 บาท ซึ่งเป็นริบบิ้นปีเก้ และคาดว่าความต้องการน่าจะอยู่ในช่วง 1-2 อาทิตย์นี้ หลังจากนั้นปริมาณความต้องการน่าจะลดลง

ขณะที่ร้านค้าโบสำเร็จรูปต่าง ๆ ที่อยู่ตลอด 2 ข้างทางสำเพ็ง มีการจำหน่ายโบในราคาที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับรูปแบบและความสวยงาม โดยเริ่มต้นตั้งแต่ 10 บาท ไปจนถึง 25 บาท และราคาขายปลีกและขายส่งก็ยังแตกต่างกันอีกด้วย

เสื้อดำออนไลน์ออร์เดอร์พุ่ง

ไม่เพียงแต่ร้านค้าย่านพาหุรัด สำเพ็ง ที่คึกคักกับ บรรยากาศการค้าขายเสื้อผ้าสำหรับพระราชพิธีสำคัญที่สุดของประเทศ แต่เหล่าบรรดาร้านเสื้อผ้าออนไลน์ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงเช่นกัน เหมือนอย่าง “Cherry Sherbet shop” ซึ่งจำหน่ายเสื้อผ้าสตรีราคาเดียวที่ 200 บาท เปิดมาแล้วกว่า 5 ปี มียอดไลก์ทั้งสิ้น 4.7 แสนคน

“รวีวรรณ มหัจฉริยกุล”
เจ้าของร้าน บอกว่า เพียงระยะเวลา 3 วัน (15 -17 ต.ค.) เสื้อผ้าชุดดำของทางร้านหมดแบบไม่มีเหลือ คอลเล็กชั่นชุดดำที่มีในสต๊อกกว่า 10,000 ชิ้น ถูกจองหมดภายใน 30 นาทีหลังลงรูป แม้จะเพิ่มจำนวนไปอีกลอตก็หมดในเวลาไม่ถึงชั่วโมงเช่นกัน

“นับเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อน ปกติร้านของเราจะลงรูปสินค้าสัปดาห์ละครั้ง จำนวน 10-15 แบบ ผลิตแบบละ 1,000 ชิ้น แต่สัปดาห์เดียว ทางร้านต้องเร่งออกสินค้า 2 คอลเล็กชั่นในสัปดาห์ และเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 11,000 ชิ้นต่อแบบ แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ซึ่งฐานส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้หญิงวัยทำงาน ที่ให้ความสนใจสินค้าของแบรนด์ Cherry Sherbet shop”

นอกจากนี้ ทางแบรนด์ยังได้รับออร์เดอร์เพิ่มขึ้นจากกลุ่มลูกค้าที่นำไปขายต่อยังต่างจังหวัด และนิตยสารคลับ ฟรายเดย์ของมิสทิน ขอเพิ่มออร์เดอร์ในสัปดาห์นี้รวมแล้ว 70% เพื่อรองรับความต้องการลูกค้าตามหัวเมืองในต่างจังหวัด โดยกำลังการผลิตของแบรนด์อยู่ที่ 3,500 ชิ้น/วัน เชื่อว่าน่าจะเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าที่ทะลักเข้ามาอย่างแน่นอน

“รวีวรรณ” คาดว่า กระแสเสื้อดำยังคงมีความต้องการต่อเนื่อง จึงเตรียมแผนการผลิตไว้ล่วงหน้า 3 เดือน โดยจะเพิ่มกำลังการผลิตไว้ที่ 11,000 ชิ้น/สัปดาห์ และเพิ่มกลุ่มสีอื่น ๆ เช่น สีกรมท่า สีเทา สีน้ำเงินเข้ม เพื่อรองรับความต้องการใหม่ ๆ

“เพราะนอกจากดีไซน์จะต้องสวย สินค้าตอบสนองความต้องการได้ไว การไม่เอาเปรียบผู้บริโภคในการฉวยโอกาสขึ้นราคา ยังช่วยทำให้สินค้าได้รับการตอบรับดีอีกด้วย”

เช่นเดียวกับร้าน “Panicloset” ที่เจ้าของแบรนด์ไม่ขอออกนาม เปิดเผยว่า เราผลิตเสื้อผ้าสำหรับสุภาพสตรี เจาะตลาดวัยทำงานระดับบีขึ้นไป และตอนนี้สต๊อกเสื้อผ้าในกลุ่มสีดำเรียกได้ว่าเกลี้ยง คาดว่าจะผลิตออกมาได้ทันภายใน 1 สัปดาห์ ทั้งกลุ่มเสื้อผ้าพร้อมส่ง และกลุ่มสั่งตัด

“เพราะเรามีลูกค้าเก่าบนแฟนเพจเฟซบุ๊กอยู่ที่ 1.6 ล้านคน ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้เป็นลูกค้าหลัก อีกส่วนหนึ่งเป็นลูกค้าที่ซื้อชุดสีดำจากห้างสรรพสินค้าไม่ทัน ก็เลยหันมาซื้อผ่านออนไลน์ ซึ่ง Panicloset เตรียมผลิตสินค้ามากขึ้นถึง 1 เท่าตัวไว้รองรับการจับจ่ายในอีก 3 เดือน”

แต่กระนั้น เมื่อสอบถามถึงเรื่องราคา ทางเจ้าของแบรนด์บอกว่าเราจะไม่ขึ้นราคาเด็ดขาด มีแต่จะลดให้ในช่วงนี้ และคิดว่าเร็ว ๆ นี้จะทำแคมเปญลดราคาสำหรับลูกค้าของเราโดยเฉพาะอีกครั้ง

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์