ช่างทำเครื่องเงินผู้ไร้เสียง ถวายงานนาน 40 ปี ไม่เคยลืมน้ำพระทัย “ในหลวง”

ครอบครัว “แซ่เติน” ชนเผ่าเมี่ยน อยู่บ้านเลขที่ 75 หมู่ 2 บ้านห้วยสะนาว ต.ป่ากลาง อ.ปัว จ.น่าน เป็นครอบครัวที่มีโอกาสได้ถวายงานเป็นช่างเครื่องเงินรับใช้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ โดยหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวได้ถวายงานรับใช้ยาวนานถึง 40 ปี คือนายเล่าป่า แซ่เติน ปัจจุบันอายุ 80 ปี

 

201610211227218-20090615145041
นายเล่าป่า ผู้พิการเป็นใบ้แม้จะพูดไม่ได้ แต่พยายามถ่ายทอดความรู้สึกผ่านท่าทางและแววตาที่แดงก่ำมีน้ำตาซึม ซึ่งแสดงถึงความอาลัยยิ่งต่อพระองค์ โดยมีนายกมล แซ่เติน ได้แปลความรู้สึกของเล่าป่า ว่าในช่วงที่เป็นช่างเงินถวายงานที่วังสวนจิตรลดา มีชนเผ่าเข้ามาถวายงานหลายชนเผ่า ทั้งชนเผ่าเย้า เผ่าม้ง เผ่าไทใหญ่ ในหลวงจะทรงเสด็จลงมาเยี่ยมเยียนและตรวจงานเป็นประจำ ซึ่งมีโอกาส 4-5 ครั้งที่พระองค์มาทรงตรวจฝีมืองานอย่างใกล้ชิด โดยพระองค์จะทรงมานั่งข้างๆ เพื่อดูฝีมืองาน และพระราชปฏิสันถาร ถามไถ่ ทักทาย แต่ด้วยที่ตนเป็นใบ้ไม่สามารถสื่อสารกับพระองค์ท่าน ได้แต่รู้สึกปลาบปลื้มซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

 

201610211227215-20090615145041
“ซึ่งเครื่องเงินที่เล่าป่าออกแบบถวายที่ทรงโปรดคือชิ้นงานเรือ ซึ่งเป็นงานที่ทำเป็นเครื่องเงินผสมทอง ลวดลายวิจิตร และเมื่อคราวที่ต้องเดินทางกลับบ้าน ยังเคยทรงมีรับสั่งว่า “กลับบ้านไปพักผ่อนให้หายเหนื่อยแล้วให้กลับเข้าวังอีกนะ” โดยเล่าป่าได้รับพระราชทานรางวัลทั้งจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตต์ พระบรมราชินีนาถ แม้เป็นชนเผ่า เป็นใบ้พิการ ยังทรงมีเมตตาให้โอกาส ให้ความรู้ จนสามารถมีเงินส่งเสียกลับมาให้ครอบครัวที่บ้านได้” เล่าป่า ถ่ายทอดความประทับใจ

 

201610211227216-20090615145041
นายกมล แซ่เติน อายุ 71 ปี ได้เล่าลำดับเหตุการณ์ที่ทำให้ครอบครัวมีโอกาสรับใช้ถวายงาน โดยเริ่มต้นไปถึงช่วงปี พ.ศ.2515 ครั้งเมื่อเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร ต.ป่ากลาง อ.ปัว จ.น่าน ซึ่งตนได้เข้าเฝ้ารับเสด็จและได้ถวายเครื่องเงินที่ครอบครัวทำขึ้นให้แก่พระองค์ ในตอนนั้นการทำเครื่องเงินยังไม่เป็นที่นิยม ส่วนใหญ่ทำไร่เลื่อนลอยกัน โดยสองปีต่อมาทางราชการได้แจ้งว่า ในหลวงมีพระกระแสรับสั่งให้ผู้ที่ทำเครื่องเงินถวายในครั้งนั้น เข้าวังเพื่อทำงานเป็นช่างเงินถวายงาน ซึ่งตนและนายเล่าป่า น้าชาย จึงได้เก็บอุปกรณ์การทำเครื่องเงินลงหีบไม้ใบใหญ่และเดินทางไปที่พระราชตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ เริ่มต้นทำงานเป็นช่างเงินถวายงาน และยังได้ไปทำงานเป็นช่างเงิน ในอีกหลายที่ทั้งพระราชตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ พระราชตำหนักภูพานราชนิเวศน์ พระราชวังไกลกังวล และพระราชวังสวนจิตรลดา

 

201610211227214-20090615145041
“ซึ่งก็เป็นทั้งช่างตีเงินและบางครั้งก็ไปถ่ายทอดความรู้ให้กับคนอื่นๆ ด้วย และช่วงที่อยู่ที่พระราชวังสวนจิตรลดา พระองค์ท่านทรงมีรับสั่งว่า “ทำเงินนั้นคงขายได้ยาก ต้องทำทองคำด้วยขายได้ดีกว่า ” จึงทรงให้ช่างทองที่บ้านหม้อ มาสอนทำทองคำ จนมีความรู้และประสบการณ์งานช่างทอง ช่างถมทองด้วย ทำให้มีโอกาสได้ทักษะวิชาความรู้ติดตัวมาเป็นอาชีพจนถึงทุกวันนี้ โดยตนนั้นอยู่ถวายงานได้ประมาณ 5 ปี ด้วยความเป็นห่วงครอบครัวจึงได้ขอกลับบ้าน แต่เล่าป่ายังอยู่รับใช้ถวายงานมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2517 – 2557 รวมแล้ว 40 ปี” นายกมล เล่าย้อนความหลัง

ขณะที่น.ส.บุญานิส แซ่เติน อายุ 47 ปี เป็นลูกหลานในรุ่นที่ 3 กล่าวว่า พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อชนเผ่าเมี่ยนบ้านห้วยสะนาว ทำให้หมู่บ้านต่างๆ ใน ต.ป่ากลาง มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากอาชีพการทำเครื่องเงิน ไม่ต้องไปบุกรุกแผ้วถางตัดไม้ทำลายป่าเพื่อทำไร่เลื่อนลอยอีก มีโอกาส มีชีวิตและมีอนาคตที่มั่นคง โดยครอบครัวแซ่เติน ได้ยึดถือคำสอนและแบบอย่างที่พระองค์ท่านทรงสอนและทำให้ดู คือความพอเพียง จากการที่พระองค์ทรงเริ่มจากช่างเครื่องเงินเพียง 2-3 คน และขยายจนเป็นศูนย์ศิลปาชีพ เพื่อให้โอกาสคนไทยทุกเชื้อชาติได้มีโอกาสมีเรียนรู้ฝึกทักษะกลายเป็นอาชีพที่ยั่งยืนได้ ทำให้ตนและทุกคนในครอบครัว ยึดถือ ความพอเพียง เป็นแบบอย่างในการประกอบธุรกิจและการดำเนินชีวิตมาจนทุกวันนี้

 

 

ที่มา ข่าวสด