อนาคตใหม่ ลั่นมีคะแนนทุกเขตในมือแล้ว ท้า กกต. เปิดให้หมดจะตรงกันมั้ย

อนาคตใหม่ ลั่นมีคะแนนทุกเขตในมือแล้ว ท้า กกต. เปิดให้หมดจะตรงกันมั้ย

อนาคตใหม่ – เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 27 มี.ค. ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และน.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ร่วมกันแถลงข่าวถึงการลงสัตยาบันร่วมกับ 6 พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย และการไปยื่นเรื่องร้องเรียนให้ กกต. เปิดผลคะแนนการเลือกตั้งที่ล่วงเข้าสู่วันที่ 3

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า เรื่องการตรวจสอบการทำงานของ กกต. เป็นภารกิจหลักของพรรคอนาคตใหม่ ความเป็นห่วงของประชาชนชาวไทย 50 ล้านคนที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ยังจดจ่อกับการทวงผลการเลือกตั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ และทวงถามความโปร่งใสและเป็นธรรมในการปฏิบัติงานของ กกต. โดยเมื่อวันที่ 26 มี.ค. พรรคอนาคตใหม่ ไปยื่นหนังสือขอให้กกต.เปิดข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งเป็นรายหน่วย ทั้งการเปิดเผยจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง บัตรที่พิมพ์ บัตรที่ใช้ บัตรที่เหลืออยู่ รวมถึงผลการเลือกตั้ง บัตรดี และบัตรเสีย เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลได้ นี่คือนโยบาย Open Data ที่ให้อำนาจประชาชนตรวจสอบข้อมูลภาครัฐ

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ที่มีการแถลงการณ์จุดยืนร่วมกันของพรรคฝั่งประชาธิปไตยที่ต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. มีการหารือร่วมกันว่า พรรคทั้ง 6 พรรค ควรที่จะมีจุดยืนร่วมกันในการทวงถามแทนคะแนนดิบจาก กกต. โดยเร็วที่สุด เนื่องจากผ่านมาครบ 3 วันแล้ว แต่ยังไม่ได้ผลคะแนนดิบ 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งที่การเลือกตั้งเมื่อปี 2554 ทราบผลคะแนนดิบ 100 เปอร์เซ็นต์ ภายในเวลา 7 ชั่วโมงหลังปิดหีบ กกต.ต้องมีคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งทั้ง 6 พรรคได้ส่งตัวแทนไปยื่นหนังสือที่ กกต. แล้ว ก็ยังไม่ได้รับการยืนยันจาก กกต. ว่าจะดำเนินการอย่างไรกับหนังสือทั้ง 2 ฉบับที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นเมื่อวาน และที่ 6 พรรคยื่นวันนี้

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวอีกว่า สำหรับเนื้อหาสำคัญที่ยื่นไปมี 2 ข้อ ข้อแรกคือการขอให้เปิดผลคะแนนดิบรายหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศโดยทันที เนื่องจากการนับคะแนนเสร็จสิ้นแล้ว แต่เหตุใดต้องหน่วงเหนี่ยวการประกาศผลเอาไว้ กกต.ต้องรีบเปิดผลทันทีทั้งประเทศเป็นรายหน่วย รวมถึงคะแนนการเลือกตั้งทั่วราชอาณาจักรให้เปิดทุกประเทศ และข้อ 2 บัตรเลือกตั้งที่มาจากนิวซีแลนด์ 1,542 ใบ ทั้ง 6 พรรคมีข้อเรียกร้อง คือการให้ 1,542 เสียง ถูกนับรวมในผลการเลือกตั้ง หากไม่มีการนับรวม กกต.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ต้องแสดงความรับผิดชอบ และต้องมีคนรับผิดชอบ ต่อคะแนนเสียง 1,542 เสียง ที่เลือกแล้ว แต่ไม่ถูกนำมานับรวม ทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของประชาชนที่ใช้สิทธิเลือกตั้ง

“ยืนยันว่าการทวงถามความมีประสิทธิภาพ ความโปร่งใส เป็นธรรม ในการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ไม่ได้เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของพรรคการเมือง ไม่ได้เป็นไปเพื่อให้เราได้เสียงในสภามากที่สุด แต่พรรคการเมืองในฐานะพาหนะที่นำพาประชาชนไปสู่จุดมุ่งหมายสำคัญคือประชาธิปไตย ในฐานะนักการเมือง เรามีหน้าที่ปกป้องทุกเสียงที่ไปเลือกตั้ง ไม่ให้ถูกบิดเบือน ไม่ให้ถูกละเลย ไม่ให้กลายเป็นเสียงที่เสียไป เพราะ 8 ปีมาแล้วที่ประเทศไม่ได้มีการเลือกตั้งอย่างสมบูรณ์ ทุกเสียงของประชาชนไม่ใช่แค่กระดาษ 1 ใบ แต่คือสิทธิเสรีภาพของประชาชนชาวไทยที่จะได้กำหนดอนาคตของตัวเอง”

ส่วนกรณีที่พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) แถลงตอบโต้การรวมตัวของ 6 พรรคการเมือง ที่จะเป็นแนวร่วมต่อต้านการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ โดยมีประเด็นหลักที่ พปชร. ตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมจึงมีการรีบร้อนช่วงชิงการนำ ทั้งที่ผลคะแนนยังไม่เสร็จสิ้นดี นั้น น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ท่านพูดมาเองว่าผลคะแนนไม่เสร็จสิ้นดี ทั้งที่ผ่านมาแล้ว 3 วัน ปกติตามธรรมเนียมสากล และที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่มีทางที่การเลือกตั้งเสร็จไปแล้ว 3 วัน แต่ผลยังไม่สามารถบอกต่อประชาชนได้ 100 เปอร์เซ็นต์ นี่คือความผิดปกติที่ชัดเจน การที่ท่านอ้างว่าผลการเลือกตั้งยังไม่สงบดี หรือตัวเลขยังไม่นิ่ง เป็นเหตุให้ไม่สามารถที่จะมีการรวมตัวกันของพรรคที่รวมเสียงข้างมากในสภาได้ ความผิดปกติอยู่ที่ตัวท่านที่ตั้งคำถามไม่ใช่พวกเรา

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวต่อว่า พรรคฝั่งประชาธิปไตยทั้ง 6 พรรค ไม่จำเป็นต้องช่วงชิงการนำใดๆ เพราะเรามีการนำอยู่แล้ว 6 พรรค รวมกันได้ 255 เสียงขึ้นไป หมายความว่าเป็นเสียงส่วนมากในสภาผู้แทนราษฎร ในสถานการณ์ปกติสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว แต่นี่คือสถานการณ์ไม่ปกติที่มีกลไก ส.ว. เปิดรออยู่ เพื่อสืบทอดอำนาจของคณะ คสช. จึงยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ผู้ที่กำลังช่วงชิงการนำ โดยใช้ 250 เสียง ที่ไม่ได้มาจากประชาชน เข้ามาชิงการนำ 255 เสียงที่มาจากประชาชน คือ พรรค พปชร. และผู้ที่จะไปร่วมกับพรรค พปชร. ไม่ใช่พรรคการเมืองฝั่งประชาธิปไตย

ส่วนเรื่องที่พรรค พปชร. กล่าวว่า การรวมตัวของ 6 พรรคไม่มีความชอบธรรม เพราะคะแนนป๊อปปูลาร์ของพรรคที่ได้มากที่สุด หมายความว่าพรรคเป็นประชาธิปไตยไม่น้อยกว่าพรรคอื่นนั้น น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องยืนยันให้ชัดเจนว่า 1. การเลือกนายกรัฐมนตรี ต้องใช้เสียงของ ส.ส. ไม่เช่นนั้นคงไม่ต้องเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อไปเลือกนายกรัฐมนตรี แต่เลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรงไปเลย เมื่อประชาชนเลือกส.ส. จึงนับเสียง ส.ส. ในการจัดตั้งรัฐบาล และเลือกนายกฯ ซึ่งผู้ที่กุมเสียงของที่นั่งในสภาอันดับ 1 จึงเป็นผู้ที่มีความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาล

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวต่อว่า ถ้านับคะแนนป๊อปปูลาร์หรือคะแนนดิบจริงๆ พรรคพปชร.ได้ 7 ล้านกว่าเสียง แต่หากนับพรรคใหญ่ 2 พรรค คือ เพื่อไทย และอนาคตใหม่ รวมกัน 12-13 ล้านเสียงแล้ว ชัดเจนว่าคะแนนป๊อปปูลาร์ในฝั่งประชาธิปไตยย่อมมีมากกว่า ยืนยันว่าการรวมตัวของฝั่งประชาธิปไตย 6 พรรค ที่จะเป็นแนวร่วมต่อต้านการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ ไม่ใช่แค่ชอบธรรม แต่เป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น เพื่อพิทักษ์เสียงของประชาชน 50 ล้านคน ที่ใช้สิทธิเลือกตั้ง ไม่ให้เสียงของ 250 ส.ว. มีอำนาจเหนือประชาชน

เมื่อถามว่าที่ไปยื่นหนังสือถึง กกต. มีกำหนดให้เปิดเผยผลคะแนนเมื่อไหร่ น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า เราระบุว่า เปิดผลทันที เพราะการนับคะแนนเสร็จสิ้นหมดแล้ว เหลือเพียงการประกาศผล เราทราบว่ามีการติดขัด คือการส่งคะแนนจาก กกต.จังหวัด เข้ามา กกต.ส่วนกลาง โดยส่งมาแล้ว 52 จังหวัด เหลืออีก 25 จังหวัด ต้องถามว่าติดขัดอย่างไร เรายืนยันว่า คะแนนดิบรายหน่วยต้องเปิดทันที โดยทางพรรคการเมืองมีเครือข่ายตรวจสอบการนับคะแนนเลือกตั้ง มีคะแนนดิบอยู่แล้ว เราพร้อมที่จะเปิดออกมา เพื่อจะพิสูจน์ว่าของ กกต. ตรงกับผู้สังเกตการณ์ของเราที่มีอยู่หรือไม่

ที่มา : ข่าวสดออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้ฝรั่งเศสแถลง! จี้ไทยประกาศผลเลือกตั้งให้เร็วที่สุด ย้ำต้องโปร่งใส-ฟื้นฟูประชาธิปไตย
บทความถัดไปดวงประจำวันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม 2562 ราศีใดไม่ควรเกี่ยวข้องใดๆ กับคนสูงอายุ ราศีใดจะพบความรักที่ไม่เหมาะสมแก่ท่าน