คสช. ปัดใช้ ม.44 เล่นงานการเมือง แจงค้นบ้านน้องสะใภ้ ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย

คสช. ปัดใช้ ม.44 เล่นงานการเมือง แจงค้นบ้านน้องสะใภ้ ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย

เมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ขอให้รัฐบาลและคสช.หยุดใช้อำนาจคุกคามพรรคการเมืองต่างๆ ในช่วงที่มีการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการใช้มาตรา 44 ว่า ขณะนี้ ทาง คสช. ดูแลความสงบเรียบร้อยในภาพรวม เพื่อให้ทุกส่วนเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ตามบทบาทหน้าที่ของแต่ละส่วน ยืนยันในการปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่ยังคงใช้กฎหมายปกติเข้าดำเนินการต่อผู้ที่กระทำผิดกฎหมายตามฐานความผิดต่างๆ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลัก ส่วนฝ่ายทหาร หรือฝ่ายปกครอง จะให้การสนับสนุนและร่วมปฏิบัติการในบางกรณี และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่มีความระมัดระวัง ในการปฏิบัติให้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ ตามกฎหมายอยู่แล้ว

พ.อ.วินธัย กล่าวว่า เข้าใจดีว่าในโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ฝ่ายการเมืองอาจมีความหวั่นไหวต่อทุกข้อมูลข่าวสาร หรือการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ และอาจนำไปสู่ความกังวลใจที่เกินกว่าเหตุ แต่หากมีการกระทำใดที่คิดว่ากำลังถูกละเมิดสิทธิ ก็สามารถเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ ตามพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมได้

โฆษก คสช. กล่าวย้ำว่า อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องปกติที่ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้มงวดในการกวาดล้าง จับกุม และป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายในทุกรูปแบบ เพื่อมิให้มีเหตุอันใด อันจะกระทบต่อการจัดการเลือกตั้ง เช่น การซื้อสิทธิขายเสียง การประสงค์ร้ายต่อกันของคู่แข่งทางการเมือง ป้องปรามการก่อเหตุและการก่อกวนที่อาจกระทบต่อการออกไปใช้สิทธิของประชาชน เป็นต้น ซึ่งเป็นการทำหน้าที่ ภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอยู่แล้ว อีกทั้งเจ้าหน้าที่ก็มีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเอง และระมัดระวังที่จะไม่ให้การปฏิบัติใดๆ ถูกนำไปเชื่อมโยงให้เป็นประเด็น

พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า คสช.ไม่ได้มีการกลั่นแกล้งหรือใช้อำนาจข่มขู่ คุกคาม เป็นการปฏิบัติตามขั้นตอนปกติในการบังคับใช้กฎหมายตามฐานความผิดต่างๆ เพื่อตรวจค้น และดำเนินการต่อบุคคลที่ดำรงชีพด้วยการกระทำผิดกฎหมาย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการหลักตามข้อมูลด้านการข่าวที่มีอยู่ โดยอาจมีเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครองร่วมดำเนินการแล้วแต่กรณี เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของ ประชาชน และความสงบเรียบร้อยโดยรวม

“ยืนยันไม่มีการใช้อำนาจตาม มาตรา 44 หรือมาตรการอื่นใดทั้งทางตรงและทางอ้อม ดำเนินการใดๆ ที่เป็นเรื่องที่ขัดต่อกฎหมายบ้านเมืองและทำให้ผู้บริสุทธิ์ได้รับความเดือดร้อน แต่หากมีกลุ่มใดฝ่ายใดที่มีพฤติกรรมอันมิชอบก็คงจะมีความกังวลมิใช้น้อยต่อการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่เพื่อสร้างสภาวะที่เอื้ออำนวยต่อการเลือกตั้งในช่วงเวลานี้” พ.อ.วินธัย กล่าว

ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกว่า 30 นายสนธิกำลังตรวจค้นบ้านพักนางกาญจนา เจริญนนทสิทธิ์ ซึ่งเป็นภรรยาของนายโกวิทย์ เจริญนนทสิทธิ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบางบัวทอง จ.นนทบุรี และเป็นน้องสะใภ้ของนายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ ผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 5 หมายเลข 6 พรรคเพื่อไทย นั้น

พ.อ.วินธัย กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เป็นการปฏิบัติหน้าที่ของทางตำรวจสันติบาล โดยมีพ.ต.ต.ประวิทย์ อินตา สว.กก.1 บก.ส. 1 เป็นหัวหน้าชุด เนื่องจากได้รับการร้องเรียนว่าอาจจะมีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง จึงมีการสนธิกำลัง เจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติงานด้านการข่าว ออกสืบสวนตรวจสอบและติดตามเฝ้าระวัง รวมถึงขอความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสที่จะเป็นประโยชน์ในพื้นที่รับผิดชอบสำหรับในช่วงโค้งสุดท้ายการหาเสียง

อย่างไรก็ตาม นางกาญจนา เป็นบุคคลผู้เป็นที่รู้จักของคนในพื้นที่ ซึ่งก่อนเข้าพูดคุยกันทางเจ้าหน้าที่ได้มีการแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตามขั้นตอน มีการพูดคุยสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งของบางกลุ่มบางบุคคลในพื้นที่ตามที่ได้รับการร้องเรียนมา ของเขตเลือกตั้งที่ 5 อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งได้รับความร่วมมือจากนางกาญจนาเป็นอย่างดี โดยบรรยากาศโดยรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

 

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้‘โจ นูโว’ อวยพรวันเกิดนายกฯ ชี้ ‘บิ๊กตู่’ ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทางรอด ชัดเจน!
บทความถัดไปก.แรงงาน จับมือบิ๊กซี ติดตั้ง ‘จ๊อบบ็อกซ์’ ให้บริการจัดหางานทุกที่ ทุกเวลา