‘บิ๊กตู่’ วอนเลิกวาทกรรม ‘คนจนติดคุก’

‘บิ๊กตู่’ วอนเลิกวาทกรรม ‘คนจนติดคุก’

บิ๊กตู่ – เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยก่อนการประชุม พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ยุติธรรม พร้อมคณะนำเสนอผลงานเด่นของกระทรวงยุติธรรม “ยุติธรรมใส่ใจ…เพื่อสังคมแห่งความปลอดภัยของทุกคน” ซึ่งถือเป็นการดำเนินงานเชิงรุกตามนโยบายของรัฐบาลในการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความยุติธรรมให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ นายกฯ ได้ติดตามข้อมูลผลงานของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความยุติธรรม โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้ใช้แว่นขยาย 3 มิติเพื่อดูความแตกต่างผลงานก่อนที่รัฐบาลนี้เข้ามา และผลงานที่รัฐบาลได้ดำเนินการทั้งค่าประกันตัวและค่าทนายความ

โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลเน้นช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อย และต้องทำความเข้าใจกับเขาถึงกระบวนการยุติธรรม อย่างคดีชาวบ้านเก็บเห็ดในป่าได้ให้ประกันตัวแล้ว ซึ่งรัฐบาลทำมาเยอะแยะมหาศาล ทั้งนี้ ได้นำชาวบ้านที่ได้รับการช่วยเหลือในทางกระบวนการยุติธรรมได้มาขอบคุณนายกฯ ซึ่งนายกฯ ได้หันมาทางสื่อมวลชนพร้อมบอกว่า ไปบอกเขาด้วยว่าได้รับการดูแล เดี๋ยวจะหาว่าเราไม่ช่วยอีก แล้วที่บอกว่าคนจนติดคุก คนรวยไม่ติดคุก คนรวยเขามีทนายมีเงินสู้คดี คนจนไม่มีเงินไปประกันตัว รัฐบาลก็มาช่วยตรงนี้ ตราบใดที่รัฐบาลและทุกภาคส่วนเดินหน้าไปด้วยกัน ก็ไปด้วยกันได้ทั้งหมด เมื่อก่อนไม่มีการมาดูแลแบบนี้ วันนี้เลิกเสียทีวาทกรรมที่บอกว่า คนจนติดคุก

จากนั้นนายกฯ เยี่ยมชมโครงการในกลุ่มยุติธรรมใส่ใจ (Justice Care) ซึ่งมีการติดตู้บริการอัตโนมัติ Kiosk ที่ใช้ติดตามผลเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ 77 จุดทั่วประเทศ และแอพพลิเคชั่น Justice Care ที่นำเสนอสาระความรู้ผลการดำเนินงาน ซึ่งสามารถส่งขอความช่วยเหลือผ่านแอพพลิเคชั่นรวมถึงสายด่วนยุติธรรม 1111 กด 77 อีกด้วย โดยนายกฯ ได้ฟังเพลงแร็ปที่เนื้อหาเกี่ยวกับคดีความ การขึ้นโรง ขึ้นศาลที่ไม่มีใครต้องการ ซึ่งขับร้องโดย บ๊อบบี้ นายนิติกร สิมาลี สมาชิกวง 3.50 พร้อมกันนั้นนายกฯ ได้ทดลองนำบัตรประชาชน เสียบผ่านเครื่องดังกล่าว ก่อนหันมาถามสื่อมวลชน ว่า มีใครมีคดีหรือไม่ ถ้ามีก็ไปร้องเรียนนะ

 

นอกจากนี้ ยังมีโครงการในกลุ่มส่งเสริมสัมมาชีพและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการพัฒนาพฤตินิสัย (สมภพ.) ได้นำ ร้านกาแฟวังจันทร์ Cook & Coff จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ให้โอกาสนักโทษที่กำลังพ้นโทษมาทำงานเป็นการฝึกอาชีพ โดยนายกฯ ได้ชิมกาแฟและชื่นชมผลงานฝีมือการทำลาเต้อาร์ต ที่เป็นรูปใบหน้าของตนเอง พร้อมข้อความว่า “รัก ลุง ตู่” ถึงขนาดเดินเข้ามาหาสื่อมวลชน เพื่อให้ถ่ายรูปผลงานดังกล่าว ก่อนจะชิมพร้อมกับบอกว่าอร่อย รสชาติดี ทั้งนี้ นายกฯ กล่าวด้วยว่า โครงการนี้ถือเป็นพระกรุณาธิคุณของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คนเราไม่มีใครอยากทำผิด บางครั้งก็ด้วยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เมื่อศาลยังไม่ตัดสินทุกคนก็ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ นั่นคือสิ่งที่เป็นกฎหมายก็ต้องทำความเข้าใจ ว่าทำไมต้องรักษาสิทธิคนพวกนี้ ก็เพราะกฎหมายเขียนว่า ตราบใดที่ยังไม่มีการตัดสินคดีถือว่ายังบริสุทธิ์ ถ้ามีพยานก็เอาไปสู้กันในศาล ซึ่งศาลจะพิจารณาจากความเป็นจริง

“ดีใจที่ได้รับทราบความคืบหน้า เรื่องเสือดำที่มีปัญหาอยู่ วันที่ 19 มี.ค.นี้ จะมีการตัดสินคดีในศาลชั้นต้น ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการทั้งหมด จะไปสู้คดีด้วยทนายหรืออะไรก็ว่ากันไป แต่ศาลจะดูจากวัตถุพยาน พยานบุคคล”

จากนั้น นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมบู๊ธ สมภพ. …สู่ชีวิตใหม่หลังพ้นโทษ ซึ่งนำเสนอประมวลภาพถ่ายและเรื่องราวของผู้พ้นโทษ ที่ประสบความสำเร็จในการกลับคืนสู่สังคม ซึ่งมีนายหรั่ง อัครินทร์ ปูรี เป็นตัวแทนของผู้พ้นโทษในการสื่อสารประสบการณ์ตรง ซึ่งเป็นผู้มีฝีมือในการทำกีตาร์โปร่ง โดยนายกฯ ได้เซ็นชื่อลงบนกีตาร์พร้อมสอบถามราคาซึ่งมีราคา 35,000 บาท

ซึ่งนายกฯ บอกว่า จะซื้อไปฝากลูกสาว แล้วหยิบกีตาร์ขึ้นมา โดยนายกฯ กล่าวว่า ชอบเหมือนกันกีตาร์คลาสสิก ตนชอบดนตรี แต่เล่นไม่ได้ สมัยเด็กๆ เล่นแต่อังกะลุง และนายกฯ ได้ให้กำลังใจเดินไปข้างหน้าพร้อมกัน ทุกคนคือผู้นำของการเปลี่ยนแปลง เพื่อชีวิตที่ดีกว่าในอนาคต

ผู้สื่อข่าวรายงาน ในวันที่ 21 มี.ค. ซึ่งเป็นวันครบรอบวันคล้ายวันเกิดของพล.อ.ประยุทธ์ ครบ 65 ปีนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้แจ้งไปยังเหล่าทัพและส่วนราชการ ขอให้งดเข้าอวยพรในวันคล้ายวันเกิดปีนี้ แต่ให้ส่งเป็นการ์ดอวยพรแทน

 

ที่มา ข่าวสดออนไลน์