ดีเดย์ 18 ก.พ. ชาวไร่อ้อยรับเงิน 4 พันล. ส่วนค่าผลผลิตตันละ 50 บ. ลุ้นปลายเดือน

ดีเดย์ 18 ก.พ. ชาวไร่อ้อยรับเงิน 4 พันล. ส่วนค่าผลผลิตตันละ 50 บ. ลุ้นปลายเดือน

นายวีระศักดิ์ ขวัญเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย (กท.) เปิดเผยว่า จากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2561 ได้เห็นชอบให้ใช้กลไกกองทุนอ้อยฯ ที่เป็นรายได้จากระบบมาดูแลปัญหาราคาอ้อยฤดูการผลิตปี 2561/62 ที่อยู่ระดับ 700 บาทต่อตัน เพื่อช่วยเหลือชาวไร่อ้อยนั้น ล่าสุดกองทุนฯ เตรียมนำเงินจากการบริหารมาจ่ายเสริมสภาพคล่องให้กับชาวไร่อ้อยในช่วงแรกก่อนหลังหีบระยะหนึ่ง จำนวน 53 บาทต่อตัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป คาดว่าจะเป็นวงเงินประมาณ 3,500-4,000 ล้านบาท จากนั้นจึงจะจ่ายส่วนที่เหลืออีกในช่วงปิดหีบ

“ล่าสุดอ้อยเข้าหีบแล้วประมาณ 65 ล้านตันอ้อย กองทุนฯ จะตัดระบบบัญชีจ่ายงวดแรกก่อน ใครพร้อมก็มาดำเนินการได้ทันที โดยจะโอนเงินเข้าบัญชีชาวไร่อ้อยตรง ทำให้เม็ดเงินนี้ไปช่วยเสริมสภาพคล่องได้เป็นอย่างดี และจากนั้นเมื่อปิดหีบอ้อยส่วนที่เหลือก็จะจ่ายงวด 2 ต่อไป คาดว่าจะเป็นวงเงินรวม 7,000 ล้านบาท” นายวีระศักดิ์ กล่าว

นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า กองทุนฯ กำลังพิจารณาว่าจะมีวงเงินเหลือมาส่งเสริมการจัดซื้อรถตัดอ้อยให้กับชาวไร่อ้อยเพื่อเตรียมตัวในฤดูการผลิตปี 2562/63 ได้หรือไม่ ระหว่างรอขั้นตอนการขอขยายโครงการส่งเสริมสินเชื่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอ้อยอย่างครบวงจร (ระยะที่ 2) โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่จะจัดวงเงินปีละ 2,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6,000 ล้านบาท (งบประมาณปี พ.ศ. 2562-2564)

นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ชาวไร่อ้อยประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก หากรถตัดอ้อยจะสามารถตัดอ้อยสดได้แทนการเผาอ้อยก่อนตัดที่เป็นปัญหาในเรื่องของมลพิษ ปัจจุบันรถตัดอ้อยในระบบประมาณ 1,000 กว่าคัน สามารถตัดอ้อยคิดเป็น 30% ของปริมาณอ้อยแต่ละปี ที่เหลือเกือบ 70% ยังเน้นใช้แรงงานทั้งหมดเป็นแรงงานต่างด้าว ที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดกติกาส่งเสริมการตัดอ้อยสดด้วยการให้เงินเพิ่มขึ้นกับชาวไร่ที่ขายอ้อยแต่การตัดอ้อยสดต้องพึ่งพารถตัดเป็นหลัก

แหล่งข่าวจากชาวไร่อ้อย กล่าวว่า นอกเหนือจากเงินช่วยเหลือจากกองทุนฯ มติครม. ยังเห็นชอบให้นำเงินงบประมาณกลางวงเงิน 6,500 ล้านบาท มาช่วยเหลือปัจจัยการเพิ่ม เพิ่มอีก 50 บาทต่อตัน ช่วยรายละไม่เกิน 5,000 ตัน หรือไม่เกิน 2.5 แสนบาทต่อราย ล่าสุดได้รับแจ้งจาก สอน. ว่าอยู่ในขั้นตอนการขอเสนองบ คาดว่าปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้น่าจะได้รับเงิน เมื่อเงิน 2 ส่วนรวมกันมากกว่า 100 บาทต่อตัน จะทำให้ชาวไร่อ้อยมีสภาพคล่องที่ดีขึ้น

บทความก่อนหน้านี้ค้าปลีกปี’62 ส่อซึมยาว จากกำลังซื้อผู้บริโภคกลุ่มฐานระดับกลางลงล่างซึม คาดโตต่ำกว่าจีดีพี
บทความถัดไปแอนนี่ โฮมรสุมชีวิต เงินหมด-ช็อกแม่ป่วยนอนจมกองอึฉี่ ลูกชายไม่เคยมีพ่อแม่บุญธรรม(คลิป)