ธุรกิจห้องประชุม คุ้มและทำเงินได้ไหม หากจะลงทุนในเชิงธุรกิจ?

ต้องยอมรับความจริงว่าโลกใบนี้เป็นของคนรุ่นใหม่ เพราะฉะนั้น เวลาเขาจะคิดทำธุรกิจอะไรมักจะเกี่ยวข้องกับคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันอยู่เสมอ

อย่างที่ผ่านมาต่อการทำธุรกิจโฮสเทล ก็เป็นการตอบโจทย์นักเดินทางรุ่นใหม่ที่ชอบออกไปผจญภัยโลกกว้างด้วยตัวเอง เพราะแค่เขารู้ความต้องการว่าจะไปพักประเทศไหน

บริเวณไหน

ทำเลอะไร

เขาจะเสิร์ชหาจากโลกอินเตอร์เน็ตทันทีว่ามีโฮสเทลที่ไหนราคาถูกๆ อยู่ใกล้บริเวณที่เขาจะไป และเขาจะจองห้องพักผ่านออนไลน์ทันที

จ่ายเงินจองล่วงหน้าด้วยบัตรเครดิต

พอมาถึงเขาก็จะเข้าพักอย่างไม่มีปัญหาใดๆ

เช่นเดียวกับธุรกิจโคเวิร์กกิ้งสเปซ (Co-working Space) หรือธุรกิจที่ทำงานร่วมกัน ซึ่งปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และบางประเทศในเอเชีย

อย่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้

ทั้งนั้นเพราะคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในวัยทำงาน โดยเฉพาะคนเจเนอเรชั่น Y เจเนอเรชั่น Z ที่กำลังเข้ามามีบทบาทในการทำงานขององค์กรต่างๆ ต่างต้องการความอิสระทางความคิด

พวกเขาไม่ชอบการประชุมในห้องสี่เหลี่ยมที่มีแต่ความจริงจัง

เพราะเขาเชื่อว่าการประชุมอย่างนั้นไม่สามารถทำให้เขาเกิดความคิดสร้างสรรค์ได้ หรือบางทีทำให้คิดไม่ออก หาข้อสรุปจากการประชุมไม่ได้

ยิ่งถ้าคนนำประชุมเป็นคนเบบี้บูมเมอร์ และเจเนอเรชั่น X ยิ่งจะทำให้การประชุมดูน่าเบื่อ พวกเขาจึงอยากที่จะประชุมข้างนอก อาจเป็นร้านกาแฟสตาร์บัคส์

คาเฟ่แอนด์เรสเตอรองต์ที่ไหนสักแห่ง

หรือมินิบาร์เล็กๆ ที่ไหนสักที่

เพื่อจะได้ทำให้บรรยากาศของการพูดคุยเต็มไปด้วยความเป็นกันเอง สนุกสนาน จนทำให้ทุกคนกล้าพูด กล้าแสดงความคิดเห็น และที่สุดจะทำให้ได้ข้อสรุปออกมาอย่างสร้างสรรค์

ที่สำคัญ ยังทำให้ช่วยลดแรงกดดันจากการประชุมด้วย

เพราะทุกคนจะกล้าพูด กล้าแสดงออกมากขึ้น

แต่ปัจจุบัน รูปแบบของการประชุมเล็กๆ ไม่ได้อยู่ตามร้านกาแฟสตาร์บัคส์ คาเฟ่แอนด์เรสเตอรองต์ หรือมินิบาร์อีกต่อไปแล้ว เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องคน ค่าใช้จ่าย และเวลา

เพราะการประชุมลักษณะนั้นจำกัดเรื่องคน โต๊ะหนึ่งนั่งได้เพียง 4 คน ถ้าจะประชุม 8 คน ต้องเอาโต๊ะมาต่อกัน แถมแต่ละคนต้องซื้อกาแฟอย่างน้อย 1 แก้ว ขนมอีกนิดหน่อย รวมๆ กันแล้วก็หลายร้อยบาท หรือหลักพันบาทขึ้นไป

ที่สำคัญคือ เรื่องเวลา ประชุมนานเกินไปก็ไม่ได้ เพราะพนักงานอาจชักสีหน้าไม่พอใจ มิหนำซ้ำ โต๊ะข้างๆ อาจจะมองว่าพวกนี้เอาเปรียบคนอื่น สั่งกาแฟคนละแก้ว แต่นั่งนานเกินไป

จึงทำให้มีกลุ่มคนรุ่นใหม่มองเห็นช่องว่างทางการตลาดตรงนี้ จึงหันมาเปิดโคเวิร์กกิ้งสเปซด้วยการไปรีโนเวตสถานที่ที่ตัวเองมีอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ใช้ทำอะไร มาดัดแปลงทำเป็นที่ประชุมร่วมกัน หรือบางคนอาจไปเช่าพื้นที่ของตึก อาคารสำนักงาน บ้านเดี่ยวที่อยู่บริเวณกลางเมือง และสามารถเดินทางเข้าออกอย่างสะดวก โดยสนนราคาค่าเช่าไม่แพงมาก

เพื่อนำมาดัดแปลงเป็นธุรกิจโคเวิร์กกิ้งสเปซ เพื่อจับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อยากประชุมนอกสถานที่ โดยมีบรรยากาศแบบกันเอง สบายๆ ชิลๆ เพื่อคุยเรื่องธุรกิจกัน

ถือว่าน่าสนใจทีเดียว

ที่ผ่านมาธุรกิจโคเวิร์กกิ้งสเปซ ประสบความสำเร็จในหลายประเทศที่กล่าวมาเบื้องต้น แต่ตอนนี้ธุรกิจดังกล่าวกำลังบูมอย่างมากในประเทศไทย

โดยเฉพาะแถวสุขุมวิท เอกมัย ราชเทวี สยามสแควร์ และเชียงใหม่

เพราะตรงกับเทรนด์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการทำธุรกิจสตาร์ตอัพ พวกเขาจึงรวมตัวกันเพื่อหาสถานที่พูดคุยในเรื่องธุรกิจ โดยมีสิ่งบริการพร้อมสรรพที่มากกว่าร้านกาแฟทั่วไป

หรือนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ต้องการประชุมนอกสถานที่

เพราะโคเวิร์กกิ้งสเปซสามารถตอบสนองผู้เข้าร่วมประชุมกลุ่มเล็กๆ ได้ไม่เกิน 10 คน หรือไม่เกิน 20 คน และไม่เกิน 50 คนได้

เนื่องจากเขาจะแบ่งฟังก์ชั่นของห้องที่จะพูดคุย เพื่อรองรับกับลูกค้าทุกกลุ่มที่จะเข้ามาประชุมกัน มิหนำซ้ำ ภายในห้องประชุมของโคเวิร์กกิ้งสเปซยังถูกออกแบบให้ดูทันสมัย มีโซฟาให้นั่ง หรือนอนพูดคุยก็ได้ แถมสีสันของห้องก็ดูสบายตา มีกาแฟ-ชา-โกโก้-โอวัลตินอย่างดีให้ทุกคนดื่มอีกด้วย

มีฟรี WiFi

มีจอโปรเจ็กเตอร์ให้บริการ

มีที่ทำการไปรษณีย์ออฟฟิศเล็กๆ อยู่ข้างล่าง

มิหนำซ้ำบางแห่งยังมีให้บริการส่งเอกสาร โดยมีแมสเซนเจอร์คอยสแตนด์บายอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

สำหรับสนนราคาสำหรับผู้ที่จะใช้บริการของโคเวิร์กกิ้งสเปซในเมืองไทยจะอยู่ที่คนละ 150-300 บาท ต่อคนต่อวัน ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับทำเล สถานที่ตั้ง ขนาดของห้องประชุม และการให้บริการของแต่ละสถานที่ด้วย

ถามว่าคุ้มไหมในเชิงธุรกิจ?

คนที่ประสบความสำเร็จบอกว่า…คุ้มมาก

ยิ่งถ้าใครไม่มีภาระเรื่องค่าเช่า จะคืนทุนอย่างรวดเร็วสำหรับค่าตกแต่งภายในที่จ่ายออกไป หรือถ้าใครมีต้นทุนเรื่องค่าเช่า ก็จะคืนทุนในระยะเวลาไม่นาน ถ้าบริการจนลูกค้าประทับใจ

จนเกิดการบอกปากต่อปาก

แล้วเขาจะกลับมาใช้บริการกับเราอีก

เพราะสิ่งที่เราจะได้เพิ่มขึ้นจากการให้บริการค่าห้องประชุม อาจเป็นอาหาร น้ำผลไม้ เค้ก และน้ำอัดลมต่างๆ

รวมไปถึงค่าบริการส่งพัสดุไปรษณีย์

ค่าแมสเซนเจอร์

สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะเป็นรายได้อีกทางหนึ่งที่เพิ่มเข้ามา หรือถ้าเขาประชุมกันถึงตอนเย็น และได้ข้อสรุปจากการประชุมแล้ว เขาอยากสั่งซอฟต์ดริ๊งก์ ฮาร์ดดริ๊งก์เพื่อปาร์ตี้ฉลองความสำเร็จ

เราก็มีไวน์ เบียร์กระป๋อง วิสกี้แก้วเล็กๆ ให้กับพวกเขา ก็ยิ่งจะทำให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง โดยที่พวกเขาไม่ต้องออกไปกินกันข้างนอกเลย

ฉะนั้น ใครที่มีอาคารพาณิชย์ อาคารสำนักงาน บ้านเดี่ยวที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร ลองหันมาทำธุรกิจโคเวิร์กกิ้งสเปซดู

หรือถ้าใครไม่มี แต่อยากทำ ก็ลองไปเดินดูอาคารพาณิชย์แถวกลางใจเมืองที่เขาใช้ประโยชน์ทางธุรกิจแค่ชั้นล่าง ลองไปติดต่อพูดคุยกับเขา เผื่อบางทีคุณอาจจะเป็นเจ้าของธุรกิจการให้บริการที่ประชุมร่วมกัน หรือ โคเวิร์กกิ้งสเปซ ก็ได้

ลองดูนะครับ

เพราะโลกทุกวันนี้มันขับเคลื่อนด้วยคนรุ่นใหม่แล้วจริงๆ

บทความก่อนหน้านี้กลับบ้านเกิด เลี้ยงเป็ด-ปลูกผัก ส่งขายเกาะสมุย รายได้เดือนละ 5 หมื่น
บทความถัดไปอดีตวิศวกร-นักบัญชี ตัดใจลาเมืองกรุง หันทำไร่ ปลูกสตรอว์เบอร์รี่ รายได้3 หมื่น/เดือน อยู่ได้