เปิดโมเดล บริหารองค์กรยุคใหม่ที่ มองคนเป็นหัวใจสำคัญ

เปิดโมเดล บริหารองค์กรยุคใหม่ที่ มองคนเป็นหัวใจสำคัญ
เปิดโมเดล บริหารองค์กรยุคใหม่ที่ มองคนเป็นหัวใจสำคัญ

หมดยุคบริหารองค์กร ‘ในโลกเก่า’ เปิดโมเดล บริหารองค์กรยุคใหม่ที่ มองคนเป็นหัวใจสำคัญ

ยุคปัจจุบันนับเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง เป็นยุคที่เกิดการปฏิวัติ  ในหลากหลายวงการและอุตสาหกรรม สร้างความเปลี่ยนแปลงและผลกระทบกับทุกองค์กรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม หลายองค์กรในประเทศไทยในปัจจุบัน ยังคงยึดหลักการบริหารแบบ Bureaucracy หรือที่เราคุ้นหูกันในชื่อ ‘ระบบราชการ’ ซึ่งปลูกฝังความเป็นลำดับขั้น  มีกระบวนการที่ซับซ้อน มีขั้นตอนซ้ำซ้อนเกินความจำเป็น กฎเยอะกฎแยะ ซึ่งอาจจะไม่เหมาะสมกับการบริหารจัดการองค์กรในยุคดิจิทัล ที่ต้องเน้นความยืดหยุ่นและความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยน

ดังนั้น องค์กรยุคใหม่จึงต้องปฏิรูปและปรับวิธีการบริหารจัดการองค์กรให้เข้ากับยุคสมัย เพื่อตอบโจทย์โลกการทำงานยุคใหม่ ซึ่งการที่จะเริ่มปฏิวัติวิธีการบริหารจัดการองค์กรแบบใหม่ได้นั้น จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการ ดังนี้

  1. สร้างแรงจูงใจในการทำงาน (Motivation)

การสร้างแรงจูงใจให้พนักงานในที่ทำงาน ไม่ใช่แค่เพียงลดอัตราการลาออกของพนักงานเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของแต่ละคนด้วย โดยองค์กรจะต้องดึงเอาพลังและศักยภาพของแต่ละบุคคลออกมา อีกทั้งคอยผลักดันให้เกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และมีแรงจูงใจในการทำงานที่สูงขึ้น รู้สึกถึงคุณค่าและพึงพอใจในผลงานของตัวเอง กระตือรือร้นที่จะเอาชนะความท้าทายใหม่ๆ และสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน รวมทั้งส่งเสริมการทำงานเป็นทีมให้ดีมากยิ่งขึ้น

  1. ยึดรูปแบบการบริหารองค์กรที่ประสบความสำเร็จ (Models)

การยึดแบบอย่างจากองค์กรที่ประสบความสำเร็จ ช่วยให้บริษัทมองเห็นภาพและแนวทางในการบริหารจัดการที่เหมาะสมกับหน่วยงานของตนเอง ยกตัวอย่างเช่น ไฮเออร์ (Haier) แบรนด์ชั้นนำระดับโลกด้านนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ได้ยึดเอาหลักการพัฒนาองค์กรเรื่อง ‘การให้ความสำคัญกับคุณค่าของมนุษย์’

หรือที่ไฮเออร์เรียกกันว่า RenDanHeyi (เหรินตันเหออี) ซึ่งถือเป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน เป็นหนึ่งในโมเดลการจัดการธุรกิจที่ทั่วโลกให้การยอมรับ สิ่งที่ไฮเออร์ปฏิบัติทำให้พนักงานไฮเออร์รู้สึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร และมุ่งส่งมอบนวัตกรรมให้กับผู้ใช้งานอย่างภาคภูมิใจ การเรียนรู้จากกรณีตัวอย่างขององค์กรที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว จะช่วยให้การปฏิรูปองค์กรสู่ยุคดิจิทัลมีความเป็นไปได้มากขึ้น

  1. ปรับวิธีคิด ให้ออกจากกรอบเดิมๆ (Mindsets)

วิธีคิด ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการบริหารจัดการองค์กร และสิ่งนี้เองสะท้อนถึงภาพลักษณ์และสิ่งที่องค์กรกำลังเป็นอยู่ ผ่านนวัตกรรมที่ส่งมอบสู่ผู้บริโภคและตัวพนักงาน ซึ่งแนวคิดแบบ Bureaucracy นั้นเชื่อว่า มนุษย์หรือพนักงานเป็นทรัพยากร และเครื่องมือที่จะมาสร้างรายได้ให้บริษัท (Human beings are resources) ในทางตรงข้าม แนวคิดแบบ Humanocracy กลับเชื่อว่า พนักงานทุกคนคือปัจเจกที่มารวมตัวกัน เพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง และก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ (Impact) ให้กับบริษัทในทางที่ดีขึ้น (Human beings are agents)

 
  1. ปรับตัว พร้อมรับสิ่งใหม่ (Migration)

ในโลกการทำงานยุคปัจจุบัน แนวคิดการบริหารจัดการองค์กรแบบเก่าอาจจะล้าหลังและถูกปฏิรูป เพื่อให้กลายเป็นองค์กรแบบใหม่ที่มีความยืดหยุ่น ตอบรับกับพฤติกรรมคนทำงานในยุคดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งผู้บริหารและตัวองค์กรเองจะต้องมีวิสัยทัศน์ที่พร้อมปรับตัว เปิดรับแนวคิดใหม่ๆ ตลอดจนผลักดันองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าให้ทันยุคสมัย ทั้งวิธีคิดรูปแบบการบริหารจัดการพนักงาน รวมทั้งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ให้เหมาะสมกับองค์กรมากที่สุด

ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน (SEAC) จัดการบรรยายออนไลน์ในรูปแบบ Virtual Webinar สร้าง Executive Community เชิญผู้บริหาร นักคิด และผู้นำจากองค์กรและสถาบันชั้นนำทั่วโลก มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง และนำเสนอวิธีการจัดการองค์กรให้ก้าวทันยุคสมัย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมปรับองค์กรให้เป็น Humanocracy ที่ “มองคนเป็นหัวใจสำคัญ” มากขึ้น

โดยพบกับการบรรยายในรูปแบบ Virtual ของ SEAC ครั้งถัดไป ในหัวข้อ Lessons Learned: Application and Practices of RDHY Model in Large and Complex Organization โดย Kevin Nolan – President และ CEO ของ GE Appliances ได้ในวันที่ 8 เมษายน 2564 สามารถลงทะเบียนและติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  http://bit.ly/3lomdHw