เปิด 4 เทคนิค ต่อยอดเงินได้ จากการทำรีไฟแนนซ์บ้าน

เปิด 4 เทคนิค ต่อยอดเงินได้ จากการทำรีไฟแนนซ์บ้าน

การรีไฟแนนซ์บ้าน คือ การขอลดดอกเบี้ยบ้านจากธนาคารแห่งใหม่ หลังจากผ่านช่วงเวลาหนึ่งของการผ่อนชำระกับธนาคารเดิม เพราะส่วนมากธนาคารจะให้ดอกเบี้ยต่ำในช่วง 1-3 ปีแรก และหลังจากนั้นจะเป็นดอกเบี้ยแบบลอยตัว หรือ MLR ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ทำให้คนซื้อบ้านมีภาระดอกเบี้ยมากขึ้น การทำรีไฟแนนซ์นอกจากจะทำให้ผู้ที่ซื้อบ้านประหยัดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยบ้าน จ่ายค่างวดบ้านน้อยลงแล้ว เงินส่วนต่างจากการผ่อนชำระรายเดือนก็สามารถนำไปต่อยอดด้วยเทคนิคต่างๆ ที่มีประโยชน์

เว็บไซต์ scb ได้แชร์บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับ การต่อยอดเงินจากการทำรีไฟแนนซ์ ไว้ 4 ข้อ ดังนี้


1. ต่อยอดแผนการเกษียณด้วย RMF

ในเมื่อการผ่อนบ้านมักจะใช้ระยะเวลานาน และแผนการเกษียณก็เป็นเป้าหมายการเงินในระยะยาวของทุกคน การประหยัดดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน หากจะนำมาต่อยอดทั้งที ต้องมีประโยชน์หลายด้านเกิดขึ้น และหนึ่งในวิธีการต่อยอดที่ได้ประโยชน์สูงที่สุดก็คือ การซื้อ RMF (กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ) ทุกปี

การซื้อ RMF ยังได้ผลประโยชน์ทั้งด้านการลงทุนเพิ่มผลตอบแทนที่มีนโยบายการลงทุนให้เลือกหลากหลาย และการประหยัดภาษี โดยที่ RMF สามารถลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ หรือไม่เกิน 500,000 บาท เรียกได้ว่า…กำไรทั้งการผ่อนบ้าน กำไรทั้งภาษี แถมยังมีโอกาสกำไรจากการลงทุนอีก คุ้มยิ่งกว่าคุ้มสำหรับวิธีนี้!!!


2. ต่อยอดด้วย LTF เพิ่มโอกาสทำกำไร

การลงทุนใน LTF (กองทุนรวมหุ้นระยะยาว) ก็มีข้อดีไม่ต่างจากการลงทุนใน RMF เพราะได้ทั้งผลประโยชน์จากการลดหย่อนภาษี และมีโอกาสทำกำไรจากการลงทุนอีกด้วย เพียงแต่ว่า LTF มีความเสี่ยงที่สูงกว่าเพราะเน้นการลงทุนในหุ้นเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีโอกาสทำกำไรระยะสั้นได้เรื่อยๆ


3. ต่อยอดด้วยการออมในหุ้น หรือกองทุนรวม ด้วยวิธี DCA

หนึ่งในวิธีการออมที่ให้ผลตอบแทนดีในระยะยาว คือ ออมเงินในหุ้นหรือกองทุนรวมด้วยวิธี Dollar Cost Average (DCA)

DCA เป็นวิธีการลงทุนด้วยการซื้อหุ้น/กองทุนรวม ที่เลือกไว้โดยไม่สนใจว่าราคา ณ ตอนนั้นจะสูงหรือต่ำ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนในการลงทุนเป็นราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก เหมาะกับการลงทุนระยะยาวมากกว่าระยะสั้น

4. ซื้อประกัน ช่วยแบ่งเบายามเกิดเหตุไม่คาดฝัน

การขอเงินกู้ซื้อบ้าน ธนาคารอาจจะให้ผู้ขอกู้ทำประกันชีวิต ซึ่งข้อดีคือ ช่วยให้เรามีทุนประกันคุ้มครองครอบคลุมกับยอดเงินกู้ที่ธนาคารจะให้ เพื่อในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดคิดกับชีวิตของเรา ครอบครัวของเราจะมีเงินทุนสำหรับผ่อนชำระต่อไปได้ หากแต่การทำประกันชีวิตเพียงอย่างเดียว จะไม่ครอบคลุมการแบ่งเบาภาระยามเจ็บไข้ได้ป่วย  ยิ่งถ้าไม่มีสวัสดิการจากภาครัฐหรือบริษัทติดตัวไว้ เงินค่ารักษาพยาบาลเราต้องจ่ายเองทั้งหมด

นั่นคือสาเหตุที่ทำให้เราควรมีทั้งประกันชีวิต และประกันสุขภาพติดตัวไว้สักฉบับ โดยเงินที่ประหยัดได้จากการทำรีไฟแนนซ์ สามารถนำมาต่อยอดความคุ้มครองให้กับชีวิตและสุขภาพของเราได้ เพราะค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลนับวันจะเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะโรคร้ายแรงที่มีโอกาสสูญเสียทรัพย์สินมากมายเพื่อการรักษา บางคนถึงกับต้องขายบ้านที่ยังผ่อนไม่หมดมาเป็นค่ารักษาพยาบาลให้กับตัวเอง หรือคนในครอบครัวการซื้อประกันจึงถือเป็นการผลักภาระค่าใช้จ่ายบางส่วนไปให้บริษัทประกัน นำเงินก้อนเล็กไปแลกเงินก้อนใหญ่ ซึ่งถือว่าคุ้มไม่เบา

บทความก่อนหน้านี้ปตท. – บางจาก ปรับราคาน้ำมัน ดีเซลลด เบนซิน-แก๊สโซฮอล์เพิ่มอีก 0.50
บทความถัดไปกรมอุตุฯ เผยเหนือ-อีสาน อุณหภูมิลด 5 องศา ยอดดอยต่ำสุด 12 องศา ใต้ฝนยังตก