ซิซซ์เล่อร์ ลุยเสิร์ฟ 3 กลยุทธ์ รับเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่

ซิซซ์เล่อร์ ลุยเสิร์ฟ 3 กลยุทธ์ รับเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ ปรับโฉมและขยายร้าน-เปิดตัวเมนูใหม่-อัพดีกรีอีเมมเบอร์ ประเดิมเปิดตัวเฟสทีฟ เมนูโฉมใหม่จากเนื้อวัวนำเข้าระดับพรีเมี่ยม 

นายกรีฑากร ศิริอัฐ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และการเงิน บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน 11 เดือนที่ผ่านมาในปี 2565 ของซิซซ์เล่อร์ ภาพรวมมีการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เป็นไปตามกลยุทธ์และเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ จากการเดินหน้าปรับโฉมสาขาเดิมที่มีอยู่ให้มีความทันสมัยมากขึ้น และขยายสาขาใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Healthy Food Happy Mood”

ที่มุ่งเน้นร้านพื้นที่ขนาดกลาง มาพร้อมดีไซน์ใหม่ทั้งในส่วนของรูปแบบร้าน และเมนูอาหารรวมถึงสลัดบาร์พรีเมี่ยม เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงในแต่ละพื้นที่ให้มากขึ้น โดยปัจจุบันได้เปิดตัวสาขาภายใต้คอนเซ็ปต์ดังกล่าวไปทั้งหมด 3 สาขา ได้แก่ เทอร์มินอล 21 อโศก เทอร์มินอล 21 พระราม 3 และโรบินสัน ราชพฤกษ์ รวมถึงมีแผนที่จะเปิดที่จังหวัดภูเก็ตภายในสิ้นปีนี้

นายกรีฑากร ศิริอัฐ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และการเงิน บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ส่งผลให้ภายในสิ้นปี 2565 ซิซซ์เล่อร์ จะมีสาขาทั่วประเทศทั้งหมดอยู่ที่ 61 สาขา เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด เนื่องจากสัดส่วนการนั่งรับประทานที่ร้านถือเป็นหัวใจหลักของซิซซ์เล่อร์ ในขณะที่ ดีลิเวอรี่ รวมถึงบริการสั่งกลับบ้านมีการเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ ปัจจัยการเติบโตมาจากพฤติกรรมผู้บริโภค และการกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคผ่านการนำเสนอโปรโมชั่นต่างๆ รวมถึงโมเดล ซิซซ์เล่อร์ทูโก (Sizzler To Go) ที่เน้นการให้บริการด้วยเมนูเครื่องดื่มตอบโจทย์วิถีชีวิตประจำวันผู้บริโภคที่มีความเร่งรีบและต้องการความสะดวก เช่น สถานีรถไฟฟ้า โรงพยาบาล ปัจจุบันมีอยู่ 4 สาขา ซึ่งช่วยเพิ่มสัดส่วนยอดขายภาพรวมที่ผ่านมาของซิซซ์เล่อร์ได้เป็นอย่างดี

นายกรีฑากร กล่าวเสริมว่า นอกจากนี้ อีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ทำให้ซิซซ์เล่อร์สามารถเติบโตและครองใจผู้บริโภคได้มาอย่างยาวนาน คือการไม่หยุดคิดค้นและรังสรรค์เมนูใหม่ๆ ต่อเนื่องตลอดทั้งปี ทั้งอาหารจานหลัก ซึ่งทุกเมนูปราศจากผงชูรส และสลัดบาร์สุดพิเศษที่รังสรรค์จากวัตถุดิบระดับพรีเมี่ยม เช่น ช่วงปลายปีที่เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองก็มีเมนูเฟสทีฟออกมาที่คาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายภาพรวมได้ดียิ่งขึ้น

รวมถึงการต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ เช่น ซิซซ์เล่อร์ ชีสโทสต์ (Sizzler Cheese Toast) หนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ของร้านที่ทุกคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีให้ลูกค้าสามารถสั่งกลับไปทำที่บ้านได้เอง ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งหมดนี้ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประทานอาหารที่ดีมีคุณภาพในทุกโอกาส ตลอดจนการพัฒนาระบบ “Loyalty Program E-Member” ระบบสะสมแต้มออนไลน์ ผ่าน Line Official Account @SizzlerThai สำหรับสมาชิกทุกระดับที่มาพร้อมสิทธิประโยชน์มากมาย

“ส่วนกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจในปี 2566 ซิซซ์เล่อร์ ยังคงมุ่งเน้นการนำเสนอสินค้าและบริการ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ชื่นชอบอาหารที่มีคุณภาพประกอบการมีสุขภาพที่ดีผ่านแนวคิด “Healthy Food Happy Mood” อย่างต่อเนื่อง ทั้งการทยอยปรับโฉมสาขาเดิม และขยายสาขาใหม่เพิ่มขึ้นอีก 4-5 สาขา ไปพร้อมการนำเสนอเมนูใหม่ๆ ตามช่วงเทศกาลต่างๆ ตลอดจนการมอบสิทธิพิเศษผ่านระบบ E-Member เพื่อสร้างสีสัน และกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าจำนวน E-Member ปี 2566 คาดเติบโตเพิ่มขึ้นเท่าตัว” นายกรีฑากร กล่าวสรุป

ด้าน นายอนิรุทร์ เดวิด คอลลินส์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอสแอลอาร์ที จำกัด (ซิซซ์เล่อร์) ในเครือ เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในช่วงปลายปี ถือเป็นอีกช่วงเวลาไฮซีซั่นที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่มีแนวโน้มจับจ่ายเพิ่มสูงขึ้น เนื่องด้วยเป็นช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองมากมาย ซิซซ์เล่อร์ ในฐานะร้านอาหารสุขภาพชั้นนำจึงได้คิดค้นและรังสรรค์เมนูใหม่

 
นายอนิรุทร์ เดวิด คอลลินส์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอสแอลอาร์ที จำกัด (ซิซซ์เล่อร์) ในเครือ เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

เพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษในการรับประทานอาหารตลอดช่วงเวลาดังกล่าวให้กับลูกค้าครบจบในมื้อเดียว ซึ่ง 3 เมนูเฟสทีฟที่รังสรรค์ขึ้นใหม่ในครั้งนี้มาพร้อมความพิเศษและความโดดเด่นแตกต่าง ที่พร้อมให้ทุกคนได้มาลิ้มลองความอร่อยระดับพรีเมี่ยมตามแบบฉบับซิซซ์เล่อร์ ประกอบไปด้วย

– สเต๊กหมูโทมาฮอว์ค (Grilled Pork Tomahawk) เมนูสเต๊กหมูโทมาฮอว์คย่างร้อนๆ เสิร์ฟพร้อมเนยคาเฟเดอปารีส ตกแต่งด้วยโรสแมรี่ มาพร้อมเครื่องเคียงล้นๆ ทั้งโปเตโต้เวจเจส มะเขือเทศ และเบบี้แคร์รอตย่าง ทานคู่กับซอสพริกไทยดำสูตรเฉพาะ รสชาติเข้ากันเป็นอย่างดี ในราคา 759 บาท

– สเต๊กเนื้อไพร์มริบ* (Grilled Sous Vide Beef Prime Ribs) เมนูสำหรับสั่งจองล่วงหน้าเท่านั้น สเต๊กเนื้อ ไพร์มริบ นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย นำไปซูวีเพื่อให้เนื้อมีความนุ่ม ย่างสุกได้ตามความชอบ เสิร์ฟพร้อมเนยคาเฟเดอปารีสและตกแต่งด้วยโรสแมรี่ มาพร้อมเครื่องเคียงจัดเต็ม ทั้งโปเตโต้เวจเจส การ์ลิกคอนฟิก มะเขือเทศ และเบบี้แคร์รอตย่าง ทานคู่กับซอสพริกไทยดำและซอสบลูชีสซอส แสนละมุน ในราคา 2,899 บาท สุดพิเศษสำหรับเมนูนี้ เสิร์ฟพร้อมสลัดบาร์ไม่อั้น สำหรับ 2 ท่าน

– สเต๊กเนื้อบีฟลอยน์และกุ้งลายเสือ* (Beef Loin Steak and Grilled Tiger Prawn) เมนูสเต๊กเนื้อบีฟลอยน์นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย เลือกความสุกได้ตามใจ มาพร้อมกุ้งลายเสือชิ้นโต 2 ชิ้น ย่างร้อนๆ เสิร์ฟพร้อมมันบดทรัฟเฟิล และซอสพริกไทยดำสูตรเฉพาะ อร่อยลงตัว ในราคา 849 บาท

“สำหรับเมนูเฟสทีฟในปีนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่แบรนด์นำเนื้อไพร์มริบ เนื้อวัวนำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย มารังสรรค์เป็นเมนูสุดสเปเชียลที่ผ่านกรรมวิธีการผลิตเฉพาะตัวให้คนที่มีความชื่นชอบได้รับประทาน เป็นการยกระดับการเสิร์ฟเมนูสเต๊กที่เป็นจุดเด่นของซิซซ์เล่อร์ให้มีความพรีเมี่ยมยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็ยังคงมีเมนูสเต๊กอีกหลากหลายไม่ว่าจะเป็น หมู ไก่ ปลา หรือซีฟู้ด

ให้ลูกค้าสามารถเลือกทานตามความต้องการด้วยเช่นกัน เป็นการสะท้อนภาพร้านอาหารสุขภาพชั้นนำของซิซซ์เล่อร์ที่ครองใจผู้บริโภคยาวนานกว่า 30 ปี และยังคงมุ่งมั่นพัฒนาการบริการในทุกด้านให้ดียิ่งขึ้นอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทุกเพศทุกวัยในทุกโอกาสให้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด” นายอนิรุทร์ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ “ซิซซ์เล่อร์” โทรศัพท์ 02-365-6934 เฟซบุ๊กแฟนเพจ www.facebook.com/SizzlerThai หรือเว็บไซต์ www.sizzler.co.th