SX 2022 สร้างความยั่งยืนด้วยศาสนา จัดเวทีทอล์กใหญ่ ‘พุทธ-คริสต์-อิสลาม’ 29 ก.ย. นี้ ที่ศูนย์สิริกิติ์

ในงาน Sustainability Expo 2022 หรือ SX 2022 มหกรรมเพื่อความยั่งยืนสุดยิ่งใหญ่ระดับอาเซียน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม 2565 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ไม่เพียงองค์กรภาครัฐและเอกชนจะรวมตัวกันนำองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านความยั่งยืนมานำเสนอ แต่ยังมีบู๊ธ “ศาสนาและความยั่งยืน” ในโซน “SEP Inspiration” ที่ตั้งใจนำหลักธรรมคำสอนของแต่ละศาสนามาสื่อสารกับผู้คนในงานว่า หากต้องการเห็นโลกเกิดความยั่งยืนอย่างสมบูรณ์แบบ ก็ต้องใช้หลักคำสอนของแต่ละศาสนามาขับเคลื่อนสังคมด้วยเช่นกัน

นายนนท์ศักดิ์ ลาดำ เจ้าหน้าที่ฝ่ายประสานงานด้านศาสนา บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และเจ้าหน้าที่ประจำบู๊ธ “ศาสนาและความยั่งยืน” เผยว่า จุดประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ คณะผู้จัดงานต้องการให้ผู้คนในสังคมเกิดความรู้ความเข้าใจว่า หลักคำสอนของแต่ละศาสนามีความสำคัญต่อการสร้างสังคมสู่ความยั่งยืนไม่แพ้ความเจริญหรือการพัฒนาทางเทคโนโลยี เพราะหากสังคมเจริญเพียงทางวัตถุ แต่ผู้คนขาดการกล่อมเกลาทางจิตใจ สังคมนั้นๆ ย่อมไม่มีความน่าอยู่ และไม่สามารถเจริญเติบโตได้อย่างแท้จริง

“การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมต้องเดินควบคู่ไปกับหลักศาสนา ภายในบู๊ธนี้จะนำความคิดเห็นของพระเดชพระคุณพระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) และพระศากยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิลมาน ธมฺมสากิโย) พระอาจารย์ที่มีความสนใจในการนำหลักของศาสนามานำเสนอว่า เราสามารถใช้พุทธศาสนา รวมถึงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่เป็นพื้นฐานของพุทธศาสนามาพัฒนาโลกได้อย่างไรบ้าง”

เจ้าหน้าที่ฝ่ายประสานงานด้านศาสนา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า งานนี้ไม่ได้มีเพียงหลักคำสอนของพุทธศาสนา แต่ยังชูให้เห็นว่าหลักของศาสนาอิสลามและศาสนาคริสต์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยคนที่นับถือศาสนาแตกต่างกันก็สามารถเรียนรู้หลักคำสอนของศาสนาอื่น และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้

ดังเช่นเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2565 ที่นครรัฐวาติกัน สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ประสิทธิ์ เขมงฺกโร) เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส หรือ โป๊ปฟรานซิส เพื่อเจริญศาสนสัมพันธ์ระหว่างพระศาสนจักรคาทอลิกกับวัดโพธิ์ที่มีมายาวนานถึง 50 ปี พร้อมนำพระคัมภีร์ของพุทธศาสนาที่แปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ มอบแด่โป๊ปในการศึกษาเรียนรู้ด้วย

“ทุกศาสนาล้วนสอนให้ทุกคนเป็นคนดี มีความพอเพียง ทุกศาสนาสอนให้คนเรามีความเมตตา และมีความรักต่อกัน ผมเชื่อว่าทุกคนที่มาเยี่ยมชมบู๊ธนี้จะกลับไปพร้อมความเข้าใจเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเพื่อความยั่งยืน ว่า สามารถพัฒนาไปโดยไม่ทิ้งรากของแต่ละศาสนาในสังคม” นายนนท์ศักดิ์ อธิบาย

ใครที่อยากทราบรายละเอียดว่า ศาสนามีส่วนสำคัญในการสร้างความยั่งยืนได้อย่างไร สามารถมาเยี่ยมชมได้ที่บู๊ธ “ศาสนาและความยั่งยืน” โซน SEP Inspiration ชั้น G ในงาน SX 2022 

พลาดไม่ได้ วันที่ 29 กันยายน เวลา 13.00-14.00 น. ยังมีกิจกรรมเสวนา “พระพุทธศาสนากับความยั่งยืน” โดย สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ประสิทธิ์ เขมงฺกโร) เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร 

จากนั้น เวลา 14.00-15.30 น. มี Panel Discussion “ศาสนากับความยั่งยืนของชุมชน” โดย พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และกรรมการมหาเถรสมาคม มงซินญอร์ ดร.วิษณุ ธัญญอนันต์ รองเลขาธิการสภาประมุขบาทหลวง โรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย อุปนายกสภามหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และ ฮัจยี อุมัร กาญจนกูล (วาสุเทพ กาญจนกูล) ผู้แทนชุมชนมุสลิมย่านกะดีจีน-คลองสาน ดำเนินรายการโดย นายสุรพล เศวตเศรนี ที่ปรึกษาคณะกรรมการการท่องเที่ยวโดยชุมชนและประธานจัดงาน Water & River Festival

ปิดท้าย เวลา 15.30-17.00 น. ด้วยการสนทนาเรื่อง “Sustaining Sustainability : How and Who?” ดำเนินรายการเป็นภาษาอังกฤษ โดยมี พระธรรมศากยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิลมาน ธมฺมสากิโย) อธิการบดีกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งโลก Ms.Gita Sabharwal จาก United Nations Resident Coordinator in Thailand และ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมสนทนา ดำเนินรายการโดย ดร.ศุลีพร บุญบงการ จูภาวัง ผู้อำนวยการสำนักวิเทศสัมพันธ์ มูลนิธิชัยพัฒนา 

 

SX 2022 จัดโดย 5 องค์กรชั้นนำด้านความยั่งยืนของไทย ได้แก่ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ จีซี, บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ระหว่างวันที่ 26 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม 2565 

ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย บนพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตรของศูนย์ฯ สิริกิติ์ ทั้งนิทรรศการ 7 โซนหลัก เวทีเสวนาตลอด 7 วัน เวิร์กช็อป ฯลฯ ผู้สนใจสามารถเดินทางมาร่วมงานได้ทั้งรถโดยสารสาธารณะ รถยนต์ส่วนตัว โดยมีที่จอดรถรองรับกว่า 3,000 คัน หรือเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT ลงสถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ใช้ทางออกที่ 3 มีทางเชื่อมเข้าศูนย์ฯสิริกิติ์ได้เลย รวมทั้งเดินทางได้ด้วยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีนานา ซึ่งจะมีรถรับส่งระหว่างสถานีนานา-ศูนย์ฯ สิริกิติ์