เบสท์ ซัพพลายเชน ประเทศไทย ร่วมแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ ผ่านแคมเปญ 9.9

BEST Supply Chain ประเทศไทย ร่วมแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ ตอบโจทย์ความสะดวกสบายการทำธุรกิจระหว่างประเทศจีน-ไทย ผ่านแคมเปญ 9.9

                                                                                                       

BEST Supply Chain (เบสท์ ซัพพลายเชน) ผู้ให้บริการบริหารจัดการคลังสินค้าสมัยใหม่ ภายใต้การดูแลของบริษัท เบสท์ โลจิสติกส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้บริการคลังสินค้าระหว่างประเทศและการกระจายสินค้าในช่วงเทศกาล 9.9 พร้อมผลักดันธุรกิจอีคอมเมิร์ซระหว่างจีนและไทยให้เติบโตยิ่งขึ้น

คลังสินค้าระหว่างประเทศในกรุงเทพฯ ภายใต้การดำเนินงานของ เบสท์ ซัพพลายเชน ประเทศไทย เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 2562 โดยมุ่งหวังที่จะช่วยร้านค้าออนไลน์ในการให้บริการจัดเก็บสินค้าที่มาจากประเทศจีนเพื่อนำมาจัดเก็บสินค้าในประเทศไทย

คลังสินค้า เบสท์ ซัพพลายเชน ประเทศไทย มีพื้นที่ในการจัดเก็บสินค้า 5,500 ตารางเมตร และสามารถรองรับการจัดเก็บสินค้าได้สูงสุดถึง 7,000 ตารางเมตร โดยจำกัดสินค้าที่ความสูงไม่เกิน 2 เมตร และน้ำหนักสินค้าไม่เกิน 100 กิโลกรัม

บริษัทฯ พร้อมที่จะช่วยให้ผู้ขายสินค้าออนไลน์ชิ้นใหญ่สามารถขายสินค้าได้ง่ายด้วยการจัดเก็บสินค้าของ เบสท์ ซัพพลายเชน ประเทศไทย โดย นายเจสัน เชียน ผู้จัดการทั่วไป เบสท์ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท เบสท์ โลจิสติกส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เบสท์ ซัพพลายเชน ประเทศไทย สามารถบริหารจัดการสต๊อกสินค้าและคำสั่งซื้อได้ง่าย ถึงแม้ว่าจะมีช่องทางแพลตฟอร์มที่แตกต่างกัน แต่ด้วยระบบการบริหารจัดการคลังสินค้าของบริษัทฯ เราสามารถเชื่อมต่อคลังสินค้าไร้พรมแดนของเรากับช่องทางแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

จุดประสงค์ของการร่วมเป็นพาร์ตเนอร์กับอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์มรายใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งนี้ เพื่อให้ความสำคัญกับผู้ขายสินค้าออนไลน์ระหว่างประเทศในหลากหลายประการ ประการแรก คือ การเชื่อมต่อระบบ OMS และ WMS ของเบสท์กับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ดำเนินการเชื่อมต่อสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย ประการที่สอง คือ หลายช่องทางของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซให้ข้อเสนอที่น่าสนใจ เช่น ปริมาณพัสดุที่เพิ่มขึ้น ประการที่สาม คือ การปฏิบัติกับผู้ขายสินค้าระหว่างประเทศและผู้ขายสินค้าในท้องถิ่นเป็นไปอย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงการให้บริการคลังสินค้าแบบครบวงจร ที่สามารถให้บริการไปจนถึงการส่งพัสดุถึงลูกค้าปลายทางครบจบในที่เดียว และประการสุดท้าย คือ การสต๊อกสินค้าที่สามารถรองรับกับทุกแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เป็นต้น

 

ผู้ขายสินค้าออนไลน์ยังสามารถเลือกการขนส่งสินค้าจากประเทศจีนมายังไทยด้วยบริการของ เบสท์ ซัพพลายเชน ประเทศไทย ที่พร้อมให้บริการคลังสินค้าแบบบูรณาการไปจนถึงการ เก็บ-แพ็ก-ส่ง (Fulfilment) พิธีการศุลกากร การขนส่ง คลังสินค้าระหว่างประเทศ และขนส่งพัสดุด่วนภายในประเทศ

ปัจจุบัน เบสท์ ซัพพลายเชน ประเทศไทย มีกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ OFC (Order Fulfillment Center) คือ กลุ่มลูกค้าประเภท B2B B2C และ B2B2C ที่มีออร์เดอร์ตั้งแต่ 100 ออร์เดอร์ขึ้นไปต่อวัน ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด และนอกจากนี้ ยังสามารถรองรับขนาดความสูงของสินค้าเพื่อจัดเก็บได้สูงถึง 200 เซนติเมตร หรือ 2 เมตร ต่อ 1 พาเลท เป็นต้น

ลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3QnHTkA และ https://bit.ly/3KQixei หรือหากต้องการสอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่โดยตรงติดต่อ WeChat ID: BEST_SUPPLYCHAIN หรือ Hotline : +66993248924 หรือเยี่ยมชมเฟซบุ๊กเพจที่ : BESTSupplyChainThailand คลิกลิงก์ที่นี่ https://web.facebook.com/BESTSupplyChainThailand