คุณเป็นนักเทรดสายไหน ในตลาดฟอเร็กซ์ Forex

คุณเป็นนักเทรดสายไหน ในตลาดฟอเร็กซ์ Forex
คุณเป็นนักเทรดสายไหน ในตลาดฟอเร็กซ์ Forex

นักลงทุนหลาย ๆ ท่านที่เข้ามาเรียนรู้ตลาดฟอเร็กซ์ หลังจากที่ได้ทำการศึกษาการเปิด-ปิด ซื้อขายกันในตลาดจริงไปบ้างแล้ว อาจจะเริ่มมีคำถามในเรื่องในด้านสไตล์การเทรดว่า กลยุทธ์สาย Technical Analysis กับสาย Fundamental Analysis เราเป็นสไตล์ไหน และควรไปสายใดเพื่อที่จะสามารถทำกำไรและอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน

วันนี้เรามาทำความรู้จักในการวิเคราะห์กราฟ 2 ประเภทที่มีผสมผสานกันในตลาดฟอเร็กซ์ ได้แก่

1. การวิเคราะห์โดยใช้เทคนิคัล หรือ Technical Analysis

2. การวิเคราะห์โดยใช้ปัจจัยพื้นฐาน ข่าวนโยบายเศรษฐกิจ หรือ Fundamental Analysis

การวิเคราะห์โดยใช้เทคนิคัล หรือ Technical Analysis คืออะไร…?

เป็นการวิเคราะห์แนวโน้มโดยใช้สถิติที่ถูกคำนวณ ประมวลผลออกมาในรูปแบบ Indicator ที่เราใช้กันในโปรแกรมเทรด MT4, MT5 แต่ไม่ใช่แค่ Indicator เท่านั้น การวิเคราะห์ทางเทคนิคัลก็ยังรวมไปถึง ทฤษฎีการวิเคราะห์อย่างเช่น Dow Theory, Price Action, แนวรับ/แนวต้าน อีกด้วย

โดยที่การวิเคราะห์เหล่านี้จะเป็นการศึกษาและให้ความสำคัญกับพฤติกรรมของราคา เช่น ราคาปิด/เปิด ราคาสูงสุด/ต่ำสุด รูปแบบหรือแพตเทิร์นของราคา แรงซื้อ/แรงขายในตลาด ซึ่งนักวิเคราะห์ทางเทคนิคัลเชื่อว่ากราฟราคานั้นได้ซึมซับพฤติกรรมของตลาดทั้งหมดออกมาแล้ว เทรดเดอร์สายนี้จะนำสถิติที่เห็นจาก Indicator หรือทฤษฎีการวิเคราะห์ต่างๆ เหล่านี้มาเก็บสถิติ และสร้างเป็นเงื่อนไขในการเข้าออร์เดอร์ซื้อขาย ซึ่งมักจะใช้ในการวิเคราะห์คาดการณ์ในระยะสั้นด้วย

การวิเคราะห์โดยใช้ปัจจัยพื้นฐาน ข่าวนโยบายเศรษฐกิจ หรือ Fundamental Analysis คืออะไร…?

เป็นการวิเคราะห์โดยใช้ความรู้จากการศึกษาปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจัยพื้นฐานที่ว่านี้ รวมไปถึงสภาพเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ นโยบายการเงิน-การคลัง, ตัวเลขเศรษฐกิจ, การประกาศแถลงต่างๆ ของบุคคลสำคัญ, ภูมิศาสตร์การเมือง ซึ่งเมื่อเหตุการณ์ข่าวหรือตัวเลขเศรษฐกิจใดปล่อยออกมา การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานนั้นจะถูกใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลว่ากราฟราคา ควรเคลื่อนไหวหรือตอบสนองต่อเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจนี้อย่างไร ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจนี้ สามารถเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ เช่น การประกาศลด QE หรือการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อ

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เมื่อมีข่าวออกมาสู่สาธารณะ ก็มักจะทำให้เกิดปฏิกิริยากับนักลงทุนและนักเก็งกำไรในตลาด เช่น การคาดการณ์ว่า FED จะลดอัตราดอกเบี้ย ทำให้กราฟราคาสามารถผันผวนหรือที่เรียกกันว่าการ Price In ซึ่งสามารถทำให้เกิดการซื้อหรือขายก่อนหน้าได้เป็นวันหรืออาทิตย์เลยทีเดียว ก่อนที่จะมีประกาศจริงๆ จาก FED ด้วยซ้ำ จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเทรดเดอร์ที่ลงทุนในตลาดฟอเร็กซ์ตื่นตัวในช่วงเวลาประกาศตัวเลขเศรษฐกิจ ซึ่งในช่วงเวลาก่อนประกาศต่างๆ นั่น ก็สามารถเกิดความผันผวนก่อนได้ ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาสนุกสนานของสายยิง หรือสายซิ่งกันเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานนั้น ก็เป็นการมองแนวโน้มในภาพใหญ่ และเป็นการศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของข่าว เพื่อใช้ในการตัดสินใจทำการซื้อขายนั่นเอง

วิเคราะห์ทางเทคนิคัลและทางปัจจัยพื้นฐาน อันไหนมีความแม่นยำในการวิเคราะห์มากกว่ากัน…?

หลังจากที่ทุกคนอ่านการวิเคราะห์ทั้ง 2 แบบแล้ว นักลงทุนหลายๆ ท่านคงจะตอบตัวเองได้แล้วว่าเป็นนักเทรดสายไหน…แต่ถ้าถามว่าสายไหนแม่นยำกว่ากัน ตอบได้เลยว่า ไม่มีสายไหนที่แม่นยำ 100% ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด ณ ตอนนั้นรวมไปถึงอารมณ์ของนักลงทุนที่มีต่อตลาดซึ่งจะสะท้อนออกมาในภาพรวมของจิตวิทยาทางการตลาดที่มีผลมาจากปัจจัยด้านราคาและความเคลื่อนไหวภายในตลาดนั่นเอง (Sentiment) ยกตัวอย่างเช่น เพราะหากคุณเทรดโดยใช้เทคนิคัลมากเกินไป ในบางครั้งการวิเคราะห์ทางเทคนิคนี้ก็ถูกทำลายลงได้เมื่อเจอกับเหตุการณ์สำคัญๆ ทางเศรษฐกิจ และอาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มเลยก็ได้ ในทางกลับกันหากเทรดเดอร์ทางปัจจัยพื้นฐานมากเกินไป ก็อาจทำให้พลาดโอกาสในการทำกำไรแบบระยะสั้นที่สามารถเกิดขึ้นได้จากรูปแบบพฤติกรรมราคาของเทคนิคัลได้เช่นกัน

จะดีกว่าไหม หากเราเลือกวิเคราะห์ข่าวสาร ปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อราคา ควบคู่ไปกับการใช้เทคนิคัลหาจังหวะในการซื้อขายไปด้วย อย่างไรก็ดี การเทรดนั้นต้องอยู่บนการบริหารความเสี่ยงทั้งด้าน Lot Size ตลอดไปถึงการ Money Management…เพื่อให้การวิเคราะห์แนวโน้มทิศทางราคามีประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถทำกำไรรวมทั้งยืนอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน…

และแน่นอนว่า การเทรดสาย Technical & Fundamental นั้น ต้นทุนการซื้อขายและค่าธรรมเนียมการถือครองนั้นสำคัญมากๆ หากคุณเลือกที่จะเทรดแบบ Technical หรือใช้เทคนิคการเทรด การหาจุดเข้าที่ดีนั้นสำคัญและสิ่งนี้สำคัญมากหากโบรกเกอร์มีสเปรดที่ต่ำ จะทำให้เพิ่มผลกำไร และโอกาสชนะ อย่างเห็นได้ชัดเจน หากสเปรดสูงก็จะส่งผลต่อแผนการวิเคราะห์ และเปอร์เซ็นต์การชนะทางเทคนิคของเรา

หรือหากเราเลือกที่จะเป็นสายเทรดแบบ Fundamental สิ่งสำคัญคือค่าธรรมเนียมการถือครองหรือ Swap ยิ่งมี Swap ที่มาก ก็ยิ่งส่งผลต่อผลกำไร เนื่องจากสายเทรด Fundamental นั้นจำเป็นต้องถือในระยะยาว และในแนวโน้มพื้นฐานของตลาดหรือผลิตภัณฑ์นั้นแล้ว Swap จะติดลบหรือหักเงินเราไป สวนทางกับผลกำไรที่เราได้รับ จากการถือครองผลิตภัณฑ์ในระยะยาว

ซึ่งก็มีเพียงไม่กี่โบรกเกอร์ที่สามารถแก้ปัญหานี้ได้

 

“บางโบรกเกอร์ สเปรดต่ำ แต่ก็จะตามมาด้วยค่าคอมมิชชั่น หรือ Swap ข้ามคืน บางโบรกเกอร์ มีสเปรดที่สูง แต่ก็ไม่มี Swap ยังไม่มีโบรกเกอร์ไหน ที่ยอมแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง เนื่องจากเป็นการลดผลกำไรและเพิ่มความเสี่ยงของตัวโบรกเกอร์เอง เนื่องจากโบรกเกอร์มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก

แต่ก็มีโบรกเกอร์ที่ยอมลดค่าธรรมเนียมและไม่คิดค่า Swap เพื่อเพิ่มฐานลูกค้าโดยเน้นผู้ใช้งานจำนวนมาก ที่มากขึ้นให้ได้ผลตอบแทนหรือผลกำไรที่พอดีพองาม

สำหรับโบรกเกอร์ที่มาแรงและเป็นที่นิยมของนักลงทุนในช่วงปีที่ผ่านมา นั่นคือ IUX Market ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ที่มีต้นทุนเฉลี่ยทั้ง Spread, Swap ต่ำที่สุด เหมาะกับนักลงทุน สาย Technical & Fundamental ทั้งสองสาย

IUX Market โบรกเกอร์ซื้อขาย CFD ชั้นนำที่มีจำนวน User ในประเทศไทยเข้ามาใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นจำนวนมาก ด้วยคอนเซ็ปต์ของ IUX Market ที่มีค่าธรรมเนียมที่ต่ำมากๆ ไม่มีค่าคอมมิชชั่นหรือค่าธรรมเนียมค้างคืน Swap และมีการบริการฝากถอนที่ไวมากๆ โดยดูแลตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด มีความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับกลางที่ยอมรับได้ในระดับสากลโดย License SVGFSA ของประเทศ Saint Vincent and the Grenadines ที่อนุญาตการซื้อขาย CFD Forex ค้าปลีกภายใต้การกำกับดูแลจากประเทศ Saint Vincent and the Grenadines

โบรกเกอร์ IUX Market ถือเป็นตัวเลือกที่ดีของคนไทย โดยนำเสนอการเทรดที่มีต้นทุนต่ำ สิ่งที่แตกต่างจากโบรกเกอร์อื่นๆ อย่างเห็นได้ชัดของ IUX Market คือ ความรวดเร็วด้านกาารฝากถอน การไม่มี Commission และ Spread ถูกมากๆ ไม่แปลกที่โบรกเกอร์นี้จะเป็นที่สนใจของนักลงทุน สำหรับการเปิดบัญชีที่นี่

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของ โบรกเกอร์ IUX Market คือ โบนัสแบบไม่ต้องฝากเงิน 30 USD สำหรับลูกค้าใหม่ทุกคน โบนัสเงินฝาก 35% สูงสุด 30 USD และโบนัส 25% สูงสุด 300 USD โดยที่โบนัสไม่สามารถถอนออกได้

สำหรับคนที่เปิดบัญชีผ่าน IUX จะมีโปรแกรม Lotback หรือก็คือ การที่คุณเทรดแล้วคุณมีสถานะ 3 สถานะ ได้แก่ Rising Star (ดาวรุ่ง) สถานะ แชมเปี้ยน และสถานะ ขั้นสูง แต่ละสถานะ คุณจะสามารถนำคะแนนที่เรียกว่า IRP คะแนน นำมาแลกเป็นเครดิตเพื่อใช้ในการเทรดได้อีก

  • การแลกคะแนนจะเอาคะแนน IRP หาร 3 และนั่นคือ Credit ที่ได้รับ
  • ไม่ต้องสมัครเข้าร่วมโปรแกรม เพียงแค่เปิดบัญชี คุณก็เข้าร่วมโปรแกรมอัตโนมัติ
  • รางวัลนี้มีตลอดและไม่มีสิ้นสุด
  • รางวัลที่ได้เป็นเครดิตสำหรับการเทรด ไม่สามารถถอนได้
  • กำไรที่ได้จากการเทรดเครดิตสามารถถอนได้
  • เมื่อถอนส่วนกำไรแล้ว ส่วนที่เป็นโบนัสเครดิตจะลดลงด้วยตามอัตราส่วน
  • ดังนั้น เราแนะนำอย่าเพิ่งถอนจนกว่าสัดส่วนเครดิตจะเป็นเงินเพียงสัดส่วนเล็กน้อยของบัญชี
  • เราแนะนำสัดส่วนเครดิต 10% นั่นคือ ถ้าได้เครดิต 100 USD เราควรมี Balance 1000 USD เพราะเวลาถอนจะได้ไม่กระทบมาก
  • เนื่องจากเราใช้โบนัสในการเทรด เพิ่มพลังการเทรดได้ เราจึงควรสะสมโบนัสไปด้วย