‘บุญตงกี่’ 8 ปีบนเส้นทาง Master Franchise ข้าวมันไก่สิงคโปร์

บุญตงกี่’ 8 ปีบนเส้นทาง Master Franchise ข้าวมันไก่สิงคโปร์

 ‘ข้าวมันไก่’ เมนูอาหารจีนลือชื่อ ก่อนที่วัฒนธรรมอาหารจะข้ามน้ำ ข้ามทะเล กระจายไปทั่วอาเซียน ปฐมบทเมนูยอดฮิตที่ขายดีตั้งแต่รถเข็นข้างทาง ไปจนถึงดินเนอร์สุดหรูในภัตตาคาร

ขณะที่ภาคต่อความอร่อยได้ถูกส่งต่อ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ตามวัฒนธรรมและวัตถุดิบของแต่ละพื้นที่ แต่ที่โด่งดังจนเป็นเมนูประจำชาติก็ว่าได้ คงต้องยกให้ ข้าวมันไก่สิงคโปร์’ ไก่ต้มเนื้อฉ่ำ สีขาวสวย แน่น นุ่ม ราดน้ำมันงา หรือซีอิ๊วปรุงรส รับประทานร่วมกับข้าวมัน น้ำจิ้มพริกส้ม และซีอิ๊วหวาน

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

ปัจจุบันเราคงไม่ต้องเดินทางไปร้านบุญตงกี่ย่านไชน่าทาวน์ของสิงคโปร์ถึงจะได้ลิ้มลอง เพราะในประเทศไทยมีร้านข้าวมันไก่สิงคโปร์ หรือที่รู้จักในชื่อ ข้าวมันไก่บุญตงกี่ (BOON TONG KEE) Master Franchise รายเดียวในประเทศไทย มั่นใจได้ว่ารสชาติถอดแบบมาจากต้นตำรับ

คุณวิรวัฒน์ ทังสุบุตร กรรมการ บริษัท บุญตงกี่ (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า เขาได้สิทธิ์เป็น Master Franchise ร้านบุญตงกี่จากสิงคโปร์ เมื่อปี 2556 ตั้งสาขาแรก นับดูก็เป็นเวลากว่า 8 ปี ผลตอบรับดีมาตลอด จนกระทั่งตอนนี้ ร้านบุญตงกี่มีทั้งหมด 15 สาขา แบ่งเป็นร้านแฟรนไชส์ 3 สาขา จากจุดเริ่มต้นที่หลงใหลการชิมอาหาร และชอบรับประทานข้าวมันไก่สิงคโปร์ ไปทุกครั้งต้องได้กิน ติดใจถึงขนาดติดต่อขอเป็น Master Franchise เพราะอยากให้คนไทยได้ลองรสชาติข้าวมันไก่สิงคโปร์ ความอร่อยต้นตำรับแท้ๆ

และด้วยนิสัยนักชิม และชื่นชอบราเมน จึงเปิดธุรกิจร้านยามาโกย่า ราเมน (Yamagoya Ramen) ราเมนแบรนด์ดัง สูตรต้นตำรับจากเมืองฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น เส้นราเมนเหนียวนุ่ม หมูชาชูเลิศรส และซุปกระดูกหมูสูตรเข้มข้นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของราเมนทางใต้ของประเทศญี่ปุ่น

 

คุณวิรวัฒน์ เล่าต่อว่า อยากจะทำร้านเบเกอรี่แบบฝรั่งเศสแท้ๆ แต่ยกเลิกไอเดียนี้ เพราะเพื่อให้คงรสชาติต้นฉบับแท้ๆ วัตถุดิบจะต้องนำเข้ามาทั้งหมด ซึ่งช่วง 10 กว่าปีก่อน ยังไม่มีผู้นำเข้ามา ถ้าจะสั่งแต่ละครั้ง จะเสียค่าใช้จ่ายในการขนส่งที่สูง

ขณะที่ตอนเปิดร้านบุญตงกี่ ทางเจ้าของแฟรนไชส์ที่สิงคโปร์เดินทางมาดูวัตถุดิบที่ตลาดไทย และช่วยเลือกวัตถุดิบให้เหมือนกับทางที่สิงคโปร์ใช้ ซึ่งสิงคโปร์มีพื้นที่เพาะปลูกจำกัด เพราะฉะนั้น วัตถุดิบกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จึงต้องนำเข้า และที่สิงคโปร์ก็กินข้าวไทย เรื่องวัตถุดิบจึงง่ายในการทำร้านข้าวมันไก่สิงคโปร์ที่เป็นสูตรสิงคโปร์แท้ๆ เพราะสามารถใช้วัตถุดิบภายในประเทศได้ทั้งหมด

โดยร้านสาขาแรกเปิดตรง The UP พระราม 3 เปิดเป็นร้านขนาดใหญ่ราว 200 ที่นั่ง พื้นที่ราว 200-300 ตารางเมตร และต่อมาเน้นลงทุนที่ร้านขนาดกลางขนาด 70-90 ตารางเมตร รองรับลูกค้าได้ 50-80 ที่นั่ง และร้านขนาดเล็กที่สามารถรองรับลูกค้าได้ 15-30 ที่นั่ง ปัจจุบันร้านบุญตงกี่เน้นการลงทุนร้านสาขาขนาดกลางเป็นส่วนใหญ่ที่ลงทุนไม่สูงมาก

นั่งกินที่ไทย รสอร่อยเหมือนไปกินที่สิงคโปร์

รสชาติ’ สิ่งปรุงแต่งที่จับต้องไม่ได้ แต่รับรู้ได้ด้วย ‘ลิ้น’ ซึ่งการสร้างรสชาติใหม่อาจจะไม่ยาก แต่จะยากขึ้นอีกหลายเท่าถ้าจะให้อาหารทุกจานคงรสชาติดั้งเดิม แบบเดิมเหมือนกันทุกจาน เสน่ห์ปลายจวักที่บุญตงกี่ยึดถือเป็นต้นแบบตลอดมา ซึ่ง คุณวิรวัฒน์ ยืนยันว่า

บุญตงกี่เรายึด Concept ที่สิงคโปร์รสชาติเป็นอย่างไร ที่เมืองไทยก็จะมีรสชาติเป็นอย่างนั้น

โดยจุดเด่นของ บุญตงกี่ อีกอย่างคือ ‘เนื้อไก่’ โดยซัพพลายไก่จากผู้ผลิตที่มีมาตรฐาน โดยบริษัท ซันฟู้ด อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ใช้ไก่รุ่นขนาด 1.8-2.4 กิโลกรัม ถือเป็นขนาดกำลังดี มีกระบวนการเลี้ยงที่ปลอดสารเคมี ตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) เจ้าของซันฟู้ดเองก็ชื่นชอบข้าวมันไก่บุญตงกี่เช่นกัน พอรู้ว่าเราจะเปิดสาขาในไทย ก็ได้มีการทำสัญญาทดลองนำไก่มาใช้ที่สาขา ปัจจุบันก็ยังใช้ไก่จากรายเดิมอยู่

เราพยายามบอกลูกค้าว่า บุญตงกี่ไม่ใช่แค่ร้านข้าวมันไก่ แต่เรายังมีอาหารอย่างอื่นด้วย เช่น เมนูเต้าหู้ทอด ถั่วแขกผัดหมูสับ แต่มีเมนูแนะนำคือ เมนูข้าวมันไก่ ปัจจุบันเรามี 50 เมนู ถ้าเรียกอีกแบบ เราคือร้านอาหารจีน

 

ขยายสาขาแฟรนไชส์บุญตงกี่ในไทย

คุณวิรวัฒน์ บอกว่า ความคิดที่จะขยายแฟรนไชส์บุญตงกี่ในประเทศไทยเริ่มเมื่อ 3 ปีก่อน ประกอบกับแฟรนไชซอร์ที่สิงคโปร์เองก็แนะนำให้เราลองขยายแฟรนไชส์บุญตงกี่ในไทย ต่อมาก็ใช้เวลาศึกษาด้านต่างๆ ของระบบแฟรนไชส์ในไทย จนในที่สุดผ่านมา 8 เดือนทุกอย่างก็พร้อม ซึ่งปัจจุบันบุญตงกี่มีแฟรนไชซี 3 สาขา

การขยายแฟรนไชส์ผมคิดไว้ปีต่อปี ตั้งใจจะเปิดอย่างน้อย 5 สาขา อยากจะเน้นร้านขนาดกลาง และขนาดเล็ก มองที่ความคุ้มทุน ร้านขนาดใหญ่ ลงทุนสูง ใช้คนเยอะ โอกาสที่จะรีเทิร์นยากกว่าไซซ์กลางกับไซซ์เล็ก

คุณวิรวัฒน์ มีความเห็นว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ถ้าต้นฉบับเขามีสตอรี่ดีอยู่แล้วยิ่งง่าย เนื่องจากการจัดการต่างๆ มีระบบที่ดีแล้ว แฟรนไชซีแทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม เพราะความสำเร็จที่ผ่านมายืนยันได้เป็นอย่างดี นี่จึงเป็นจุดเด่นที่แข็งแรงของธุรกิจแฟรนไชส์บุญตงกี่ซึ่งมีสตอรี่ที่ยาวนาน และการจัดการระบบแฟรนไชส์ที่มีศักยภาพ เหมาะกับคนที่ไม่เคยทำร้านอาหารเลย หรือว่าแบบชอบรับประทานแต่อาจจะไม่ค่อยถนัดปรุงอาหาร

แต่ไม่ว่าจะเป็นแฟรนไชส์หรือสร้างแบรนด์เอง สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ ต้องมีแผน หรือกำหนดทิศทางที่แน่นอน

ร้านอาหารในห้าง – Stand Alone

Traffic ปัจจัยสำคัญของการทำร้านอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่เลือกที่จะเปิดร้านอาหารในจุดที่มีผู้คนหนาแน่น อาทิ ในห้างสรรพสินค้า โมเดิร์นเทรด และคอมมูนิตี้มอลล์ มากกว่าการเปิดร้านแบบ Stand Alone ซึ่งปัจจุบันบุญตงกี่มีร้านแบบ Stand Alone อยู่เพียงแห่งเดียว คือ สุขุมวิท 49 ส่วนสาขาที่เหลือล้วนอยู่ในห้างสรรพสินค้า

คุณวิรวัฒน์ วิเคราะห์ว่า บุญตงกี่เป็นอาหารกินง่าย และราคาต่อหัวไม่สูงมาก เลยมองว่าอยู่ในห้างจะดีกว่าแบบ Stand Alone เพราะถึงแม้ว่าห้างค่าเช่าจะสูงกว่า แต่อย่างน้อยห้างมี Traffic ที่แน่นอนให้เราได้ ทำให้ความเสี่ยงที่จะเปิดร้านอาหารในห้างน้อยกว่า

ขณะที่ร้านแบบ Stand Alone มีจุดเด่นที่เป็นสถานที่ส่วนบุคคล สามารถบริการที่จอดรถที่ดี สะดวก ร้านสามารถจัดการทุกอย่างได้เต็ม ลูกค้ามีความเป็นส่วนตัวสูงกว่าในห้าง ขณะที่ภายใต้สถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบัน เราคงทราบแล้วว่ามีการเปิดห้างสรรพสินค้าในบางโซน บางพื้นที่ ร้านค้า ร้านอาหาร แฟรนไชส์ในห้างย่อมได้รับผลกระทบเยอะมาก

ที่ผ่านมาจึงได้มีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า อาทิ กรณีพนักงานติดโควิด-19 หรือร้านมีความจำเป็นต้องปิดตามข้อบังคับของรัฐ โดยมีการจัดทีม Support เพื่อช่วยเหลือร้านที่ได้รับผลจากโควิด-19 ในด้านต่างๆ เพื่อลดความสูญเสียเท่าที่ทำได้ เป็นสัญญาใจที่เรายินดีช่วยเหลือแฟรนไชซีที่มั่นใจในเรา เป็นข้อดีของการซื้อแฟรนไชส์เมื่อเกิดปัญหายังมีแฟรนไชซอร์คอยเป็นทีม Support ให้ได้

 

ตลาดออนไลน์-ฟู้ดดีลิเวอรี่ ทางรอดร้านอาหาร

วิธีการทำ Marketing ของบุญตงกี่ท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 จะเน้นกลยุทธ์ผ่านช่องทาง Social Media หรือการซื้อโฆษณาบนช่องทางออนไลน์ของบุญตงกี่ รวมทั้งการจัดงบด้านการตลาดในการซื้อโปรโมชั่น ส่งเสริมการขายจากผู้ให้บริการด้าน Food Delivery นับเป็นช่องทางหลักในปัจจุบัน พอเปิดแอพพลิเคชั่นสั่งอาหารออนไลน์ลูกค้าจะเห็นทันทีว่าเรามีโปรโมชั่นอะไรบ้าง

คุณวิรวัฒน์ บอกว่า การซื้อโปรโมชั่นจากผู้ให้บริการด้าน Food Delivery ยิ่งถ้ามีหลายสาขาจะคุ้มกว่า เพราะจะได้รับประโยชน์จากกิจกรรมการตลาดทุกสาขา ไม่ได้แบ่งว่าเป็นสาขาใดสาขาหนึ่ง เพราะฉะนั้น จะเห็นเลยว่าถ้าซื้อโฆษณาในแอพจะเป็นกลุ่มแบรนด์ร้านอาหารต่างๆ ที่มีหลายสาขาซึ่งคุ้มมาก

อร่อยรักษ์โลก Package Take Away ที่ย่อยสลายได้

ขณะเดียวกัน ก็มีการส่งเสริมให้บุญตงกี่ มีภาพลักษณ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยได้มีการทำสัญญา Partner กับบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG ที่ออกแบบ Package Take Away ให้เป็น แพ็กเกจจิ้งย่อยสลายได้ โดยสินค้าร้านบุญตงกี่จะไม่ใช้ถุงพลาสติก แต่เป็นกล่องกระดาษย่อยสลายทั้งหมด ทดแทนการใช้ถุงพลาสติก แม้ต้นทุนค่ากระดาษจะสูงกว่าพลาสติกก็ตาม แต่ก็ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

คุณวิรวัฒน์ บอกอีกว่า อีกส่วนที่ติดต่อมาเยอะ คือ ‘ธุรกิจปั๊มน้ำมัน’ เพราะปั๊มน้ำมันเขาพยายามที่จะนำแบรนด์ร้านอาหารดีๆ เข้าไปไว้ในปั๊ม โดยมองว่า เทรนด์การใช้รถเชื้อเพลิงไฟฟ้าเพิ่มเยอะมากขึ้น เนื่องจากการชาร์จต่อครั้งใช้ระยะเวลานาน ทำให้ลูกค้าใช้ระยะเวลาอยู่ในปั๊มนานขึ้น สถานีบริการชาร์จไฟรถเพิ่มขึ้น ดังนั้น โอกาสที่จะได้ลูกค้ากลุ่มนี้ก็จะเยอะขึ้นตามไปด้วย

ในอนาคตหลังที่โควิด-19 ยุติลง บุญตงกี่ ตั้งเป้าว่าจะกระจายสาขาไปตามต่างจังหวัด เมืองท่องเที่ยวที่มีลูกค้าเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยว ซึ่งข้าวมันไก่บุญตงกี่เป็นอาหารกินง่าย เข้าได้ทุกวัฒนธรรมเหมือน Fast Food และตั้งเป้าไว้ว่าจะขยายสาขาข้าวมันไก่บุญตงกี่ได้ถึง 30 สาขาในอนาคต

 

รู้จักบุญตงกี่ให้มากขึ้นได้ที่ : www.boontongkeethailand.com

Facebook : https://www.facebook.com/BoonTongKeeThailand

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333