11 Mindset ธุรกิจไม่สะดุดแม้เผชิญโควิด

11 Mindset ธุรกิจไม่สะดุดแม้เผชิญโควิด
11 Mindset ธุรกิจไม่สะดุดแม้เผชิญโควิด

11 Mindset ธุรกิจไม่สะดุดแม้เผชิญโควิด

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในบ้านเราระลอกล่าสุด ส่งผลกระทบต่อสังคม ธุรกิจ และการดำเนินชีวิตในวงกว้าง ทำให้ใครหลายคนเกิดความวิตกกังวล และมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลกระทบอย่างหนักกับภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการสินค้าและบริการ ทั้งเรื่องยอดขายที่ลดลง ไปจนถึงขั้นอาจต้องปิดกิจการถาวร

ดังนั้น การสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กร เพื่อเป็นภูมิต้านทาน เป็นวัคซีนป้องกันภัยจากภายนอก จึงเป็นเรื่องที่ทุกองค์กรต้องตระหนักและให้ความสำคัญเป็นพิเศษด้วย 11 แนวคิด ดังต่อไปนี้

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme 

1. ปรับตัวให้ไว

มองไวรัสโควิด-19 นี้ให้เป็นพลังบวก ในการต่อสู้ และเร่งธุรกิจให้ปรับตัวเพื่อการพัฒนา เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส หรือเอาบทเรียนจากครั้งก่อนมาคิดวางแผนใหม่ บวกกับค้นหาแนวทางใหม่ๆ โดยการศึกษาเรียนรู้จากธุรกิจอื่นๆ ในบ้านเรา นำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจ ครั้งแรกยังผ่านมาได้ ครั้งนี้ก็ต้องฝ่าฟันไปให้ได้เช่นกัน เป้าหมายเดียวที่มีคือ ธุรกิจต้องรอดและเติบโตได้ แม้จะเจอสถานการณ์หนักเพียงใดก็ตาม

 2. วางแผนตอนนี้ยังไม่สาย

สถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ในวันนี้นั้นไม่ได้เป็นวิกฤตแรกที่ประเทศไทยหรือที่ไหนเพิ่งได้พบเจอ หากมองย้อนหลังกลับไป 10 ปีก็เจอวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ย้อนกลับไปอีก 20 ปีก็เป็นวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งหรือวิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย ซึ่งทำให้หลายบริษัทในตอนนั้นถูกปิดตัวไป แต่ก็ยังมีบริษัทจำนวนหนึ่งที่สามารถอยู่รอดและผ่านทุกวิกฤตมาได้ ดังนั้น จึงยังไม่สายที่จะวางแผนฝ่าอุปสรรคต่างๆ

 3. เปลี่ยนแปลงองค์กร

 

จัดหาทีมงานรองรับการตลาดออนไลน์ เช่น แอดมินเพจ คนตอบแชต พนักงานขับรถส่งของ ฯลฯ เพื่อเตรียมแผนรับการวิกฤต พร้อมทั้งวิเคราะห์ปรับเปลี่ยนองค์กรให้เหมาะสมกับกลยุทธ์ธุรกิจ และพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไป

 4. เปลี่ยนการใช้จ่ายให้คุ้มค่าที่สุด

เมื่อเจอสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาว่าวิกฤตครั้งนี้ จะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตอีกหรือจะจบลงเมื่อไหร่ เพราะฉะนั้น การจะลงทุนอะไรก็ควรอยู่ในความสามารถของธุรกิจด้วย มีมากลงทุนมาก มีน้อยลงทุนน้อย ไม่ประมาท จะใช้จ่ายอะไรต้องระวังมากขึ้นกว่าเดิม หรือเลือกใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นและที่สำคัญต้องคุ้มค่าที่สุด เช่น การเลือกใช้เครื่องมือในการเฟ้นหาคน หรือบริการเสริมที่มีส่วนลด มีโปรโมชั่นสุดคุ้ม หรือจ่ายครั้งเดียวแต่ใช้งานได้ง่ายๆ ยาวๆ และสะดวก ไม่ต้องมานั่งลุ้นกับสถานการณ์ความเสี่ยง หรือความแน่นอนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

 5. ให้ความสำคัญเรื่อง Service Mind

ดูแลลูกค้ามากยิ่งขึ้น ให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด หลังจากซื้อสินค้าหรือใช้บริการจากธุรกิจของคุณ เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมหรือที่เรียกว่าการสร้าง Royalty และคงปริมาณยอดขายเอาไว้ให้ได้

 6. บริหารจัดการวัตถุดิบให้มีประสิทธิภาพ

เพื่อให้สามารถผลิตสินค้าได้อย่างเพียงพอ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จึงควรวางแผนการใช้วัตถุดิบให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อไม่ให้วัตถุดิบสูญเปล่า

 7. พัฒนาธุรกิจให้เติบโต

องค์กรจะก้าวหน้าต้องมีองค์ประกอบที่ดีหลายส่วนร่วมกัน ทั้งแผนการตลาด การบริหารงาน ช่องทางธุรกิจ และที่สำคัญที่สุดอีกอย่างที่ไม่ควรมองข้าม นั่นก็คือ พนักงานที่มีประสิทธิภาพ อาจจะเป็นการพัฒนาคนที่มีอยู่ให้มีทักษะความรู้ความสามารถรอบด้านครอบคลุมการทำงานมากยิ่งขึ้น หรือการเฟ้นหาคนที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะสายงานด้าน Digital, Marketing, Graphic Design หรือตำแหน่งด้านการผลิต เป็นต้น

 8. เปลี่ยนช่องทางการขาย

‘ออนไลน์’ ถือเป็นช่องทางการเพิ่มโอกาสและเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าที่ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบันกับทุกธุรกิจ เพราะไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจใดก็ล้วนแล้วแต่หันมาสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์กันแทบทั้งนั้น แล้วจะรอช้าอยู่ทำไม? มาสร้างตัวตน บ่งบอกเอกลักษณ์และจุดเด่นของธุรกิจคุณให้โลกได้รับรู้ เพื่อช่วยโปรโมตธุรกิจให้เข้าถึงเป้าหมาย สร้างรายได้และเพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้า

 9. ลงทุนกับเทคโนโลยีที่ช่วยสนับสนุน Work From Home

ปัจจุบันหลายคนมีโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และอินเทอร์เน็ต แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่มีอุปกรณ์รองรับการเชื่อมต่อในขณะที่ทำงานที่บ้านได้ เพราะบางบริษัทยังไม่ได้มีการเตรียมพร้อมกับเครื่องมือที่สามารถทำงานร่วมกันได้ เช่น โปรแกรมสำหรับการติดต่อสื่อสารภายใน หรือความปลอดภัยของระบบ WiFi ที่อนุญาตให้สามารถทำงานทางไกลได้ ซึ่งปัจจุบันก็มีโปรแกรมที่ไว้ใช้สำหรับทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น Microsoft Team ที่เป็นโปรแกรมสามารถสนทนาผ่านวิดีโอ และทำงานร่วมกันไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน

 10. ปรับเปลี่ยนวิธีคิดหรือหาวิธีใหม่ๆ

ในการขายหรือโปรโมตสินค้า ให้ตอบโจทย์ Pain Point และความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด เพื่อดึงดูดและกระตุ้นยอดขาย

 11. แบ่งปันและช่วยเหลือ

ทุกภาคส่วนในสังคมเพื่อให้อยู่รอดและฟื้นตัวไปด้วยกันกับธุรกิจของคุณ ซึ่งนอกจากนั้นยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ด้วย

หน้าที่ของเจ้าของธุรกิจหรือผู้ประกอบการ คือการวางแผนเพื่อรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ ที่จะเข้ามา ยิ่งการทำธุรกิจภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ยิ่งต้องวางแผน ซึ่งอาจจะต้องยอมปรับเปลี่ยน ยืดหยุ่นไปตามสถานการณ์ แล้วใช้วิกฤตเป็นโอกาสที่จะได้เปลี่ยนแปลง เพื่อวันข้างหน้าหากเกิดวิกฤตอะไรขึ้นอีกธุรกิจก็จะอยู่ได้อย่างมั่นคง 

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ
คลิก หรือสายด่วน 1333