6 เทคโนโลยี ที่ SMEs รายเล็กหรือใหญ่ก็ต้องได้ใช้

6 เทคโนโลยี ที่ SMEs รายเล็กหรือใหญ่ก็ต้องได้ใช้

เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) เป็นการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ตั้งแต่ภาคผลิตจนถึงภาคการขาย พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการทำงาน เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมและปฏิรูปกระบวนการทำงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันและคุณภาพชีวิตของคนไทย มาดูกันว่าเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจดิจิทัลไทยมีอะไรบ้าง

1. อินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง (Internet of Things)

ช่วยยกระดับการใช้งานหรือใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีต่างๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการสร้างรูปแบบและบริการทางธุรกิจใหม่ๆ โดยไม่กี่ปีข้างหน้าคาดว่า จะมีการใช้งานจำนวนอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้เพิ่มขึ้นหลายพันล้านเครื่องทั่วโลก ส่งผลให้ตลาด IoT ทั่วโลกเติบโตอย่างรวดเร็ว สำหรับในประเทศไทยมูลค่าตลาด IoT คาดว่าจะสูงถึง 1.88 แสนล้านบาทภายในปี 2033 โดยเพิ่มขึ้นจากมูลค่า 3.6 พันล้านบาทในปี 2018

2. ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI)

เทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจแม้ว่าจะมีงานจำนวนมากที่ถูกดำเนินไปโดยอัตโนมัติ แต่ AI จะช่วยสร้างงานอีกจำนวนมากเช่นกันเพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนการใช้งานอย่างกว้างขวางในอนาคตอันใกล้นี้ และที่สำคัญ ประชากรสูงอายุจะทำให้หุ่นยนต์มีความจำเป็นมากขึ้น เนื่องจากตลาดต้องเผชิญกับการขาดแคลนของแรงงาน บริษัทต่างๆ จำเป็นต้องเพิ่มระบบอัตโนมัติและใช้หุ่นยนต์เพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำงาน การนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้อาจเพิ่มขึ้นถึง 50% ในประเทศไทยภายในปี 2030 จาก 17% ในปี 2019

3. การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics)

เป็นกระบวนการในการตรวจสอบและจัดหมวดหมู่ข้อมูล เพื่อทำการวิเคราะห์หาข้อมูลเชิงลึก ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ธุรกิจเคลื่อนตัวไปได้อย่างเร็วและชาญฉลาดมากขึ้น โดยไทยมีจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตกว่า 57 ล้านคน คิดเป็นกว่า 82% ของประชากรทั้งประเทศ ขณะที่ชั่วโมงเฉลี่ยในการใช้งานอินเทอร์เน็ตต่อวันคือ 9 ชั่วโมง 38 นาที ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยที่สูงมาก สิ่งที่ตามมาจากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตคือกิจกรรมออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้น และการสร้างข้อมูลออกมามหาศาล โดยข้อมูลเหล่านี้ล้วนต้องการการตีความ เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจในความหมายที่ถูกซ่อนอยู่ และหาความสัมพันธ์ในข้อมูลแต่ละชุดเพื่อระบุถึงข้อมูลเชิงลึก

4. โทรคมนาคมยุคใหม่ (Next Generation Telecom)

5G มิใช่เพียงการพัฒนาต่อยอดจาก 4G เท่านั้น แต่ยังสนับสนุนการใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น IoT และรถยนต์ไร้คนขับ อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีจะไม่หยุดอยู่ที่ 5G แต่จะพัฒนาไปจนถึง 6G-7G ซึ่งจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาด้านต้นทุนของเทคโนโลยีรุ่นก่อนหน้า เพื่อผลประโยชน์ของผู้ใช้งาน

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี 5G จะมีแนวโน้มขยายตัวและส่งผลกระทบต่อประชากรไทยในสัดส่วนมากถึง 75-80% ภายในปี 2030 โดยเป็นที่คาดหมายว่า 5G จะครอบคลุมประชากรโลกมากกว่า 40% ภายในปี 2024 คิดเป็นจำนวนผู้ใช้งาน 1.5 พันล้านคน (ข้อมูลจาก Ericsson)

5. Distributed Ledger Technology (DLT)

เป็นการบันทึกข้อมูลแบบดิจิทัล ซึ่งแตกต่างจากระบบ Centralized โดยจะเก็บข้อมูลแบบทั่วไป 2 แบบ คือ

1. คือการจัดเก็บข้อมูล โดย DLT จะเก็บข้อมูลไว้ในเครือข่ายที่การเปลี่ยนแปลงของแต่ละข้อมูลจะปรากฏพร้อมกันในบัญชีแยกประเภทในเครือข่ายทั้งหมด

2. ข้อมูลจะได้รับการรับรองความถูกต้องโดยลายเซ็นเข้ารหัส

ดังนั้น DLT จึงให้ประโยชน์ในการบันทึกธุรกรรมโปร่งใสและตรวจสอบได้ เนื่องจากข้อมูลทั้งหมดถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยและถูกต้องผ่านการเข้ารหัส ซึ่งตัวอย่างการใช้งานของระบบ DLT ที่เป็นที่รู้จักก็คือ Blockchain

การเติบโตของ DLT จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หลายองค์กรกำลังให้ความสนใจในการนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อสร้างความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือในองค์กร ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า DLT จะถูกใช้เหมือนอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน ซึ่งการประเมินผลกระทบต่อประชากรของ DLT จะสูงถึง 80% ในไทย

6. ระบบอัตโนมัติ (Automation)

เป็นเทคโนโลยีที่มีการดำเนินกระบวนการหรือขั้นตอน โดยอาศัยความช่วยเหลือจากมนุษย์น้อยที่สุดและรูปแบบการใช้งานมีจุดประสงค์ในการควบคุม ตรวจสอบการผลิต การขนส่งสินค้าและบริการต่างๆ ทำงานทั่วไปแทนมนุษย์ในหลากหลายอุตสาหกรรม

มูลค่าตลาดหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในไทยคาดว่าจะสูงถึง 2 แสนล้านบาทในปีที่แล้ว ขณะที่เทคโนโลยี Robotics Process Automation (RPA) เติบโตมากกว่า 200% โดยในปี 2025 จะมีมูลค่าตลาดประมาณ 4.38 แสนล้านบาท และตลาดจะเติบโตเกิน 1 ล้านล้านบาท ในปี 2035

เทคโนโลยี’ เกี่ยวข้องอย่างไรกับ SMEs ไทย?

 

โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากการถือกำเนิดของเทคโนโลยีมากมายอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องตั้งคำถามว่าเทคโนโลยีนั้นจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ธุรกิจ และผู้บริโภคมากน้อยเพียงใด ธุรกิจต่างๆ ต้องรู้วิธีการใช้ประโยชน์จากโอกาสที่เทคโนโลยีนำมาให้ รวมไปถึงงบประมาณที่ต้องลงทุน ขณะที่ผู้บริโภคต้องการทราบถึงโอกาสในการเพิ่มจำนวนงานและการจ้างงาน

การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ จะช่วยให้เห็นภาพศักยภาพทางเศรษฐกิจที่เทคโนโลยีเหล่านี้จะสร้างมูลค่าต่อเศรษฐกิจได้ชัดเจนมากขึ้น เพิ่มโอกาสและความเป็นไปได้ในการค้นหาพัฒนาการพึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้น และเพิ่มทางเลือกในการแก้ไขปัญหา

ในทุกอุตสาหกรรมและเกือบทุกบริษัท ผลกระทบของเทคโนโลยีส่งผลต่อรายได้ ดังนั้น การเพิ่มอัตราการใช้เทคโนโลยีจึงมีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรหรือเศรษฐกิจ ซึ่งการพิจารณา คาดการณ์อนาคต ประเมินศักยภาพการเติบโต และผลกระทบของเทคโนโลยีจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถลงทุนแบบทันทีทันใดตามสภาพตลาด รวมถึงสร้างความแตกต่างสำหรับองค์กรและเศรษฐกิจในภาพรวมได้

แหล่งอ้างอิง :

https://www.depa.or.th/

https://www.stou.ac.th/

https://www.depa.or.th/

https://sme.go.th/

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333