ฟู้ดดีลิเวอรี่ เทคนิคเพิ่มยอดขาย-ขยายฐานลูกค้า ของ สตรีตฟู้ด ยุคดิจิทัล 

ฟู้ดดีลิเวอรี่ เทคนิคเพิ่มยอดขาย-ขยายฐานลูกค้า ของ สตรีตฟู้ด ยุคดิจิทัล

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนทุกวันนี้ การใช้งานแอพพลิเคชั่นฟู้ดดีลิเวอรี่เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยียอดฮิตบนสมาร์ตโฟน เนื่องจากปัจจุบัน การสั่งอาหารผ่านบริการฟู้ดดีลิเวอรี่แบบส่งตรงถึงหน้าบ้าน ได้เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก

การใช้งานก็ง่ายและสะดวกสบาย รวมถึงการดึงดูดลูกค้าด้วยการอัดโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษมากมาย จึงทำให้ร้านอาหารส่วนใหญ่ต้องปรับตัวไม่ว่าจะเป็น ร้านสตรีตฟู้ด ร้านชื่อดัง ร้านในตำนาน หรือร้านลับ ต่างก็หันมาสมัครเป็นพาร์ตเนอร์ โดยเปิดรับออร์เดอร์เมนูเด็ดของร้านผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรี่กันเพียบ หลายคนอาจไม่เชื่อว่าร้านเล็กๆ หรือร้านรถเข็นสมัยนี้ก็ยังขายผ่านแอพได้

วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับร้านสตรีตฟู้ดและรถเข็นชื่อดัง 3 ร้าน ที่ใช้แพลตฟอร์ม Gojek เข้ามาเสริมยอดขายและทำให้เมนูเด็ดเป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยเริ่มกันที่ ร้าน หมูปิ้ง 81 ตลาดวัดแขก ร้านสตรีตฟู้ดที่ผู้คนรู้จักและเปิดมาอย่างยาวนานเกือบ 20 ปีแล้ว คุณกวีพล วณิชฐิติกุล (วัย 30 ปี) เจ้าของร้าน เล่าว่า ที่มาของชื่อร้านมาจากบ้านเลขที่ของตึกแถวคูหาปัจจุบันที่เปิดเป็นร้าน หมูปิ้ง 81 นี่แหละ เพราะทำให้ลูกค้าจำได้ง่ายดี

“เดิมทีครอบครัวเราเปิดขายไก่ทอดมาก่อนเกือบยี่สิบปีแล้วครับ แต่ช่วงหลังๆ ราคาไก่สูงขึ้น เราก็เลยเพิ่มหมูปิ้งเข้ามาและขายมาเรื่อยๆ ตอนนี้เมนูที่ขายดีสุดของร้านก็คือหมูปิ้ง ความเด็ดของหมูปิ้งร้านเราอยู่ที่รสชาติกลมกลม ด้วยการนำเนื้อหมูไปหมักซอสและเครื่องปรุงทิ้งไว้หนึ่งคืน พอนำมาปิ้งเนื้อหมูจึงหอมนุ่มอร่อย ช่วงจันทร์-ศุกร์ ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าที่ทำงานออฟฟิศ โดยเราเริ่มขายตั้งแต่ตี 5 ถึง 10 โมงครึ่ง วันธรรมดาขายได้ 500-600 ไม้ (ไม้ละ 10 บาท) แต่ถ้าเสาร์-อาทิตย์จะขายได้ 800-1,000 ไม้ นอกจากนี้ ที่ร้านยังมี ไก่ทอด หมูหวาน หมูหย็อง หมูแผ่น กุนเชียง และน้ำส้มคั้นสด ซึ่งลูกค้าสามารถสั่งผ่านบริการ Gojek ได้ด้วย”

“ที่ผ่านมาร้านเราเข้าร่วมเป็นพาร์ตเนอร์กับแอพพลิเคชั่น Gojek ตั้งแต่ยังเป็นแบรนด์ GET แล้ว เมื่อรีแบรนด์เปลี่ยนเป็น Gojek เราก็ยังคงเป็นพาร์ตเนอร์ต่อเนื่องมาตลอด การเข้าขายอาหารร่วมกับแอพพลิเคชั่น Gojek ทำให้มีช่องทางการขายเพิ่มขึ้น ลูกค้ารู้จักร้านเรามากขึ้น ที่สำคัญ ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นด้วย แถมลูกค้ายังไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมาซื้อหน้าร้าน แค่กดสั่งผ่านแอพพลิเคชั่นก็จะมีคนขับรถนำไปส่งให้ถึงที่ จึงช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับคนในยุคนี้มากๆ เลยครับ” คุณกวีพล ว่าอย่างนั้น

คุณกวีพล บอกอีกว่า ช่วงที่โควิด-19 ระบาด แน่นอนว่ามีผลกระทบต่อยอดขายหน้าร้านเช่นกัน แต่ว่ายอดขายที่สั่งผ่านแอพพลิเคชั่น นั้นไม่ได้ลดลงเลย บางวันกลับขายได้มากขึ้นด้วยซ้ำ เพราะมียอดออร์เดอร์เข้ามาตั้งแต่ช่วงเปิดร้านตอนตี 5 เลยล่ะ ส่วนวันไหนที่ฝนตก ยอดขายหน้าร้านอาจจะเงียบหน่อย แต่ยอดสั่งผ่าน Gojek กลับเยอะขึ้นจนสังเกตได้

“ผมคิดว่าการมีฟู้ดแอพพลิเคชั่น ทำให้ร้านค้าสตรีตฟู้ดอย่างเรา รวมทั้งตัวลูกค้าสะดวกขึ้น เพราะตอนนี้มีลูกค้าประจำที่สั่งผ่านแอพพลิเคชั่นมีเพิ่มขึ้นมา บางคนไม่เคยมาที่หน้าร้านเลยนะ แต่ก็สั่งประจำอย่างต่อเนื่อง บางรายอยู่ไกลก็ยอมเสียค่าส่งเพิ่มก็มี ส่วนใหญ่ลูกค้าจะสั่งหมูปิ้งเป็นชุด ชุดละ 10 ไม้ + ข้าวเหนียว (ราคา 135 บาท) ตามที่เราจัดโปรโมชั่นไว้ใน Gojek ซึ่งก็ถือว่าเป็นการช่วยเพิ่มช่องทางการขายให้ร้านเราได้อย่างดีเลย ถ้าให้เปรียบเทียบ Gojek กับรายอื่นๆ ผมว่าก็ใช้ง่าย ขึ้นอยู่กับความเคยชินของผู้ใช้มากกว่า นอกจากนี้ ยังขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นที่แต่ละแอพพลิเคชั่นนั้นๆ จะจัดให้ลูกค้าด้วย ยิ่งในยุคที่โควิด-19 ระบาดแบบนี้ ผมอยากแนะนำให้ร้านสตรีตฟู้ดหันมาเป็นพาร์ตเนอร์กับแอพพลิเคชั่นฟู้ดดีลิเวอรี่ดีกว่า เพราะนอกจากจะเพิ่มการรับรู้ เพิ่มช่องทางการขาย และเพิ่มยอดขายแล้ว ยังคุ้มค่ากับการทำธุรกิจในระยะยาวอีกด้วย” เจ้าของร้าน กล่าว

ถัดมาที่ร้านหมูปิ้งชื่อดัง พิชิตบังทอง หมูปิ้งน้ำจิ้ม 9 อย่าง อยู่ที่ซอยนราธิวาสฯ 1 ร้านนี้ผู้ที่ชื่นชอบหมูปิ้งรู้จักเป็นอย่างดี เพราะมีลูกค้าแน่นร้านทุกวัน คุณพิชิต บังทอง (วัย 41 ปี) เล่าว่า ร้านนี้เปิดเป็นรถเข็นขายหมูปิ้งมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ แต่หลังจากคุณพ่อเสียชีวิตไป เขาก็เข้ามาสานต่อและตั้งชื่อร้านว่า ‘พิชิตบังทอง หมูปิ้งน้ำจิ้ม 9 อย่าง’ จนถึงทุกวันนี้ก็ขายมาได้ 15 ปีแล้ว

“สมัยที่พ่อผมขาย เดิมทีจะมีน้ำจิ้มแค่ 3 อย่างคือ น้ำจิ้มเปรี้ยวหวาน น้ำพริกเปรี้ยวเผ็ด และน้ำพริกปลาร้าสับ แต่พอผมมาขายก็เพิ่มน้ำจิ้มเข้ามาอีก 6 อย่างคือ น้ำพริกปลาร้าสับทอด น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกแมงดา น้ำพริกซุบมะเขือ น้ำพริกกะปิ และน้ำพริกปลาจ่อม รวมทั้งหมดเป็น 9 อย่าง ลูกค้าส่วนใหญ่จะบอกว่าชอบน้ำพริกปลาร้าสับเป็นพิเศษ เพราะรสชาติเข้มข้นแซ่บดี เคล็ดลับก็คือเราจะนำปลาร้ามาต้มให้สุก นำมาสับและปรุงเครื่อง จากนั้นจึงนำไปทอดและเพิ่มเครื่องปรุงลงไปอีกเพื่อให้ได้รสชาติกลมกล่อมตามสูตรของเรา

“นอกจากหมูปิ้งแล้ว ที่ร้านยังมี ไก่ปิ้ง ตับไก่ปิ้ง ไส้ไก่ปิ้ง ไส้กรอกหมู ไส้หมู คอหมูย่าง ปลาดุกย่าง และอื่นๆ ซึ่งแต่ละเมนูสามารถเลือกทานกับน้ำจิ้ม 9 อย่างตามที่ลูกค้าชอบได้เลย ยิ่งทานคู่กับข้าวเหนียวและผักสดที่ให้ฟรีก็ยิ่งอร่อย เมนูที่ลูกค้าชอบและขายดีที่สุดก็คือหมูปิ้ง เพราะเราจะหมักข้ามคืนกับเครื่องปรุงจนเนื้อหมูนุ่มก่อนนำมาปิ้งให้สุกหอม สำหรับลูกค้าที่สั่งผ่านแอพพลิเคชั่น Gojek นั้น ก็สามารถเลือกน้ำจิ้มมาได้เลย แต่ถ้าไม่ได้เลือกมา เราก็จะโทรไปถามลูกค้า จากนั้นก็จะเตรียมไว้ให้พร้อม เพื่อรอคนขับจาก Gojek มารับของไปส่งให้ลูกค้าถึงหน้าบ้านอีกที

ในยุคที่ขายหน้าร้านอย่างเดียว ตอนยังไม่มีแอพพลิเคชั่นฟู้ดดีลิเวอรี่ แต่ละวันก็จะขายดีในระดับหนึ่ง แต่พอมาถึงยุคนี้ที่มีฟู้ดดีลิเวอรี่เกิดขึ้น เห็นได้ชัดเลยว่ายอดขายเพิ่มขึ้น 10-20% เลยล่ะ อย่างแอพพลิเคชั่นของ Gojek เนี่ย ทางร้านสมัครใช้งานมาได้ยังไม่ครบปี แต่ก็มีลูกค้าสั่งเข้ามาเรื่อยๆ ในแต่ละวันร้านจะใช้เงินลงทุนซื้อวัตถุดิบวันละ 2 หมื่นกว่าบาท แต่เราก็ขายหมดทุกวัน และเหลือกำไรหลักหมื่นครับ”

คุณพิชิต ทิ้งท้ายว่า แม้ในช่วงโควิด-19 ระบาดนี้จะทำให้ยอดขายหน้าร้านลดลงไปบ้าง แต่ยอดขายที่ได้จากการที่ลูกค้าสั่งผ่าน Gojek ก็ยังคงมียอดที่สั่งเข้ามาสม่ำเสมอทุกวัน การสมัครเป็นพาร์ตเนอร์กับทางแอพพลิเคชั่น Gojek ถือว่าได้ประโยชน์มาก เพราะแอพใช้ง่าย และทำให้ชีวิตของคนซื้อ คนขาย รวมทั้งคนส่งอาหารสะดวกสบายมากขึ้น

ร้าน ป้าทองหมึกย่าง เจริญกรุง 50 อีกหนึ่งร้านสตรีตฟู้ดที่เปิดขายมานานกว่า 20 ปี จนลูกค้าย่านบางรัก-เจริญกรุง รู้จักเป็นอย่างดี คุณญาสุมิน แซ่เตียว (วัย 39 ปี) เล่าว่า แรกเริ่มเลย ‘ป้าทอง’ ซึ่งเป็นแม่ของสามี เปิดร้านรถเข็นขายหมึกย่างอยู่ที่ซอยเจริญกรุง 57 และหน้าโรงแรมแชงกรีล่า แต่ต่อมาได้ย้ายมาขายที่ปากซอยเจริญกรุง 50 ยาวนานถึง 14 ปี (ตอนนี้ร้านปากซอย น้องสามีขาย) และเมื่อมีการเปิดตลาดร่มเหลืองขึ้นในซอย เราจึงมาเปิดอีกร้านหนึ่งที่โซนด้านในสำหรับลูกค้าดีลิเวอรี่ เพราะบริเวณนี้สะดวกและง่ายต่อการที่คนส่งอาหารมาจอดรถรับของเพื่อส่งให้ลูกค้า

 

“จุดเด่นของร้านคือการเลือกใช้ปลาหมึกที่สดใหม่ทุกวัน จุดขายอีกอย่างก็คือน้ำจิ้มที่ทำสดใหม่ทุกวัน ไม่มีการเหลือค้าง ตัวน้ำจิ้มใช้มะนาวสด พริกสด และน้ำตาลเคี่ยวจนได้รสชาติที่อร่อยกลมกล่อม มีทั้งหนวดหมึกสาย หนวดหมึกกระดอง ไข่หมึกกระดอง ปลาหมึก นอกจากนี้ ยังมีลูกชิ้นต่างๆ เช่น ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นเนื้อ ปูอัด ไส้กรอกไก่ และอื่นๆ ร้านนี้ไม่มีหมู คนมุสลิมทานได้ สำหรับราคาเมื่อสั่งผ่านบริการแอพ Gojek ลูกชิ้นขายไม้ละ 8 บาท หากสั่งเป็นชุด (ชุดละ 6 ไม้) ราคา 40 บาท เป็นต้น”

คุณญาสุมิน บอกว่า ก่อนที่จะร่วมเป็นพาร์ตเนอร์กับแอพพลิเคชั่นต่างๆ ในช่วงที่เศรษฐกิจดี จะขายได้วันละ 700-800 ไม้ ไม่ว่าจะปลาหมึกและลูกชิ้นต่างๆ ลูกค้าก็จะนิยมสั่งซื้อพอๆ กัน แต่หลังจากที่ร่วมเป็นพาร์ตเนอร์กับแอพฟู้ดดีลิเวอรี่แล้ว ก็ทำให้ยอดขาดเพิ่มเป็น 900-1,000 กว่าไม้ต่อวันเลยล่ะ

“การร่วมกับฟู้ดดีลิเวอรี่อย่างแอพพลิเคชั่น Gojek ทำให้ยอดขายและการขายของเราสะดวกสบายมากขึ้น เพราะเมื่อมีลูกค้าสั่งเข้ามา ทางร้านก็สามารถปิ้งหมึกหรือลูกชิ้นพร้อมทั้งจัดน้ำจิ้มรอให้คนส่งอาหารมารับไปให้ลูกค้าได้เลย วันไหนที่ฝนตกแดดร้อน ลูกค้าก็สามารถสั่งผ่านแอพพลิเคชั่นได้อย่างง่ายดาย

“ช่วงที่โควิด-19 ระบาด ก็มีผลกระทบทำให้ยอดขายที่หน้าร้านตกลงไป 20-30% แต่ว่ายอดขายผ่านแอพพลิเคชั่นนั้นกลับยอดไม่ตกเลยค่ะ เพราะคนที่ Work From Home ก็สามารถสั่งได้ ยิ่งช่วงต้นเดือนเนี่ยจะขายดีเป็นพิเศษ พูดง่ายๆ ว่ารายได้หลักของร้านเรามาจากแอพพลิเคชั่นฟู้ดดีลิเวอรี่นี่แหละค่ะ ดิฉันจึงอยากแนะนำว่าร้านสตรีตฟู้ดยุคนี้ควรหันสมัครเข้าร่วมบริการฟู้ดดีลิเวอรี่อย่าง Gojek ไว้ แค่เรียนรู้การใช้งานเพิ่มเติมนิดหน่อยก็สามารถทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นได้แล้วค่ะ”

นอกจากเมนูสตรีตฟู้ดแล้ว Gojek ยังมีร้านอาหารแนวอื่นๆ ซึ่งแต่ละร้านก็มีโปรโมชั่นที่น่าสนใจให้เลือกอีกเพียบเลยล่ะ ใครที่อยากสนุกกับการสั่งอาหารผ่านบริการดีลิเวอรี่ที่แสนอร่อยตรงใจ สามารถดาวน์โหลดแอพ Gojek ได้แล้วทั้งทาง App Store และ Play Store