พลิกวิกฤต เปลี่ยนความคิด จากลูกหนี้ สู่เจ้าของดินเพื่อการเกษตร แบรนด์”ดินคุณตา”

พลิกวิกฤต เปลี่ยนความคิด จากลูกหนี้ สู่เจ้าของดินเพื่อการเกษตร แบรนด์
พลิกวิกฤต เปลี่ยนความคิด จากลูกหนี้ สู่เจ้าของดินเพื่อการเกษตร แบรนด์"ดินคุณตา"

พลิกวิกฤต เปลี่ยนความคิด จากลูกหนี้ สู่เจ้าของดินเพื่อการเกษตร แบรนด์”ดินคุณตา”

ปัญหาการขาดทุน ถือเป็นสิ่งที่คนทำธุรกิจหลายคนพบเจอ แน่นอนว่าคนที่ได้เปรียบย่อมเป็นผู้ที่สามารถพลิกวิกฤตมาเป็นโอกาสได้ เช่นเดียวกับ คุณปุณยภัสร์ จิราเมธาฐิติโชติ หรือ คุณนุ่น ที่ธุรกิจส่วนตัวของเธอเกิดปัญหาขาดทุนด้านรายได้มากถึง 4-5 ล้านบาท ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทั้งท้อแท้และยากลำบากมากในชีวิต​ ต้องต่อสู้กับปัญหาการเงิน​ และทำให้ชีวิตได้บทเรียนมากมายจากการล้มในครั้งนี้ ทำให้เธอเลือกวิกฤตครั้งนี้ เปลี่ยนมาเป็นโอกาส เข้าไปปรึกษากับคุณพ่อ คือ คุณตาทวน สกุลรัตนาพันธุ์ ว่าจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นและจะก้าวต่อไปอย่างไร ท่านจึงแนะนำให้ทดลองทำดินถุงพร้อมปลูก เพราะท่านมีมุมมองที่ว่าอาชีพที่เกี่ยวกับการเกษตร ถือเป็นอาชีพที่ยั่งยืนและเป็นทางรอดที่จะสามารถพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นได้ สังเกตในปัจจุบันผู้คนหันมาสนใจสุขภาพกันมากขึ้น นิยมปลูกผักกินเองกันแล้ว นั่นถือเป็นจุดประกายและจุดเริ่มต้นของการทำดินถุงพร้อมปลูก แบรนด์ ดินคุณตา

สำหรับ ดินคุณตา ต้องอาศัยความทุ่มเท เอาใจใส่ของคุณพ่อ จนได้ดินถุงพร้อมปลูกที่มีคุณภาพของแร่ธาตุ pH สูงถึง 6.5 เหมาะกับการเพาะปลูกมากที่สุด จึงได้เริ่มทดลองขาย ซึ่งใช้ระยะเวลาไม่นานกลับมีผลตอบรับที่ดี ด้วยส่วนผสมของดินที่มีค่าแร่ธาตุสูง ปลูกอะไรก็ขึ้น จนทำให้กลุ่มลูกค้าที่มาซื้อติดใจมีลูกค้าจากที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งภาคเกษตรกรเอง ประชาชนทั่วไปเอง หรือแม้กระทั้งสถาบันการศึกษาอย่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เองต่างก็มาซื้อซ้ำ จนเกิดเป็นรายได้ที่น่าพอใจ จากช่วงเดือนแรกขายแทบไม่ได้เลย เพราะด้วยดินคุณตาถือเป็นดินน้องใหม่ในตลาด แต่เนื่องจากคุณภาพของดินที่ดีจึงทำให้ได้ผลตอบรับจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง จนค่อยๆ ขยับมาเรื่อยๆ จนในปัจจุบันมียอดขายเดือนละแสนบาทต่อเดือน และยังเป็นการกระจายรายได้ให้กับคนในชุมชนอีกด้วย

“เราอาศัยประสบการณ์ของด้านอาชีพทางการเกษตรที่ทำมาทั้งชีวิตของคุณพ่อ มาทดลอง ลองผสมดินจากวัตถุดิบอย่างดี เช่นปุ๋ยออร์แกนิก อีเอ็มหมักสูตรเฉพาะ และขุยมะพร้าวใต้ และดินที่เป็นตัวหลักใช้ดินบึงที่มีฮิวมัส หรือตะกอนซากพืชซากสัตว์ทำให้ดินคุณตาเป็นที่ยอมรับของชาวสวนและผู้ใช้จริง โดยอาศัยโอกาสนี้ทดลองดินที่จะทำขายไปในตัว ซึ่งผลปรากฏว่าผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ ไม่ต้องใส่ปุ๋ยเพิ่ม เพราะดินนี้ถือเป็นปุ๋ยคอกออร์แกนิกอยู่แล้ว แถมยังได้ผักออกมามีคุณภาพ ปลอดสารพิษอีกด้วย

นอกจากนี้คุณนุ่นเล่าให้ฟังว่า นอกจากที่พัฒนาต่อยอดดินในพื้นที่ คือ บ้านตะโก ตำบลพุดซา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ให้สามารถขายออกสู่ตลาดแล้ว คุณนุ่นยังอาศัยงานการดูแลลูกบ้าน ในฐานผู้ใหญ่บ้านของคุณพ่อดึงคนในชุมชนที่เขาขาดรายได้ ขาดอาชีพ มาช่วยเหลือโดยการเปิดโอกาสให้ได้มาทำงานร่วม ทั้งในส่วนการผลิต บรรจุ ขนส่ง ตลอดทั้งการต่อยอดสู่การทำเกษตรกรรม ซึ่งจุดนี้เองนอกจากจะเป็นการสร้างรายได้ที่ดีให้กับตนแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นด้านเศรษฐกิจในชุมชนอีกด้วย

สำหรับดิน ‘ดินคุณตา’ มีด้วยกัน 2 สูตร ทั้งสูตรชีวภาพ และสูตรที่เพิ่มใบก้ามปูเรียกว่า ‘สูตรก้ามปู’ โดยทั้ง 2 สูตรเป็นสูตรที่มีจุดเด่นที่ใช้หน้าดินบึง หรือที่เรียกว่า ‘ฮิวมัส’ และมีส่วนผสมของ แกลบดำ ขุยมะพร้าว มูลวัว กากน้ำตาล และ EM ซึ่งราคาการขายคุณนุ่นเล่าว่า ขายไม่แพง ขายเพียงถุงละ 8-9 บาท เท่านั้น และมีความพิเศษ คือ เป็นดินที่ไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยในปริมาณมาก เพราะตัวดินเป็นปุ๋ยคอกออร์แกนิกอยู่แล้ว เวลาปลูกอะไรก็ไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยในปริมาณที่มาก และที่สำคัญ คือ ไม่จำเป็นต้องพึ่งสารเคมีอีกด้วย

เมื่อถามถึงการดูแลในช่วงที่เกิดปัญหาขึ้น ทั้งช่วงที่ปัญหาหนี้สินที่เกิดจากการประกอบธุรกิจส่วนตัวที่มีอยู่นับล้านบาท หรือแม้แต่การดำเนินธุรกิจในช่วงของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่ามีแนวทางจัดการปัญหาเหล่านี้อย่างไร โดยเฉพาะในเรื่องของจิตใจ ซึ่งคุณนุ่นเล่าให้ฟังว่า “ในช่วงที่เกิดปัญหาหนักๆ อย่างในช่วงที่ล้มเหลวกับการทำธุรกิจส่วนตัว ที่พึ่งเดียวที่เธอได้รับ คือกำลังใจจากครอบครัว ครอบครัวคอยเป็นกำลังใจ ให้ความรัก ความอบอุ่น ทำให้เราสามารถก้าวต่อไปข้างหน้าได้ รวมไปถึงการยึดหลักธรรมะเข้ามายึดเหนี่ยวจิตใจของเรา ทำให้เรามีสติในการใช้ชีวิตได้มากยิ่งขึ้น”

“และสำหรับการดำเนินธุรกิจในช่วงที่โรคระบาดกำลังแพร่กระจายอย่างหนักนั้น ถือเป็นเรื่องยากและท้าทายอย่างมาก เราต้องทั้งปรับตัว และต้องดูแลตัวเองและคนรอบข้างอย่างดี ปัญหาหลักๆ ที่ต้องเจอ คือเรื่องการเดินทางและการขนส่ง เพราะด้วยกลุ่มลูกค้าของเรามีทั้งพื้นที่ใกล้ๆ และพื้นที่ห่างไกล เรียกได้ว่ามีกันแทบทุกภาค จึงต้องจัดการในเรื่องเวลาให้ดี รวมไปถึงเรื่องของการป้องกันในเรื่องสุขอนามัย เพื่อลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อจากโรคระบาดในครั้งนี้ด้วย และสิ่งสำคัญกว่านั้นคือ เราจะประคองธุรกิจครั้งนี้อย่างไร โชคดีที่มีคำสอนจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ให้วิธีคิด แนวหลักปรัชญาที่ว่าด้วยเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง จึงยึดเอามาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและธุรกิจของเรา

 

ท้ายนี้ คุณนุ่นได้ฝากถึงเยาวชนรุ่นใหม่ หรือเกษตรกรรุ่นใหม่ “ให้ลองหันมาเริ่มต้นสำรวจสิ่งที่ตนเองมีอยู่ มาลองปรับใช้ เปลี่ยนดินที่รกร้าง หรือดินบริเวณบ้านที่ไม่ได้ใช้ หรือปล่อยทิ้งไว้ มาปรับให้เกิดประโยชน์ ลองทำเกษตรในรูปแบบ เกษตรวิถีใหม่ปลูกพืชผักไว้กินเอง ถ้าเหลือหรือตั้งใจจะทำเพื่อยังชีพก็ให้ลองดู เพราะในปัจจุบันคนเริ่มหันมารับประทานอาหารที่ปลอดสารพิษกันเยอะขึ้น ใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น นิยมทานพืชผักผลไม้ที่ไร้สารเคมีเจือปน จึงอยากเชิญชวนเยาวชนรุ่นใหม่ เกษตรกรรุ่นใหม่ หันมาสนใจ และลองมาทำเกษตรแบบยั่งยืน ซึ่งตนเองตอนนี้กำลังต่อยอดไปสู่การเกษตรที่ยั่งยืน โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9″

แต่สิ่งที่น่าสนใจไปมากกว่านั้น คุณนุ่นเล่าให้ฟังว่า ตอนนี้ตนได้ต่อยอดการทำธุรกิจขายดิน เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจอยากทำ อยากเอาดินไปขายต่อ หรืออยากมีแบรนด์ดินของตัวเอง สามารถที่จะเข้ามาเรียนรู้ ศึกษา หรือพูดคุยกับทางคุณนุ่น หรือทางทีมงานได้โดยตรง ทั้งช่องทางเฟซบุ๊ก หรือหมายเลขโทรศัพท์ โดยสามารถที่เข้ามาเรียนวิธีการทำดิน เรียนรู้การปลูกพืช ยังสามารถที่จะรับสูตรดินคุณตาไปต่อยอด หรือเอาไปสร้างแบรนด์ขายต่อได้ เพราะนอกจากจะเป็นการสร้างอาชีพ วางรากฐาน สร้างรายได้ที่ดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการก้าวไปพร้อมกับเทรนด์รักสุขภาพของคนในสังคมยุคปัจจุบันอีกด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจ ต่อยอดการทำดินถุงพร้อมปลูกกับแบรนด์ ดินคุณตา สามารถแวะเข้าไปได้ที่ บ้านตะโก ตำบลพุดซา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา หรือทาง Facebook : ดินคุณตาเมืองย่าโม รวมไปถึงผ่านหมายเลขโทรศัพท์ที่เบอร์ 061-7879236 หรือ 098-1763782

#ดินคุณตา #ดินปลูกต้นไม้ #ดินชีวภาพ #เกษตรวิถีใหม่ #เศรษฐกิจพอเพียง