เปิดตำนาน “น้ำมันมวย” ปั้นนักมวยแชมป์โลกชาวไทยคนแรก

เป็นอีกหนึ่งสินค้าประเภทบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแบรนด์ไทยที่มีอายุเก่าแก่มานานกว่า 62 ปี สำหรับ “น้ำมันมวย” สินค้าเรือธงของ บริษัท เทวกรรมโอสถ จำกัด โดยมี พันตรีหลวงสิทธิ์โยธารักษ์ (ทองม้วน อินทรทัต) แพทย์แผนปัจจุบันชั้น 1 เป็นผู้ก่อตั้ง ราวปี 2500

ล่าสุดทุ่มงบรีเฟรชแบรนด์ “น้ำมันมวย” กว่า 50 ล้านบาท ชูพรีเซ็นเตอร์นักร้องดัง “โตโน่ ภาคิน” และ “อินฟลูเอนเซอร์” หวังขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ โดยเฉพาะผู้หญิง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “น้ำมันมวย…ไม่ใช่นักมวยก็ใช้ได้” ตั้งเป้าเป็นอันดับ 3 ในตลาดผลิตภัณฑ์ยาแก้ปวดเมื่อย คลายกล้ามเนื้อที่มีมูลค่า 1,200 ล้านบาท  หวังรายได้ปี 62 ทะยาน 225 ล้านบาท   

   

เภสัชกรหญิงอนินทยา สุนสะธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทวกรรมโอสถ จำกัด  เล่าว่า พันตรีหลวงสิทธิ์ โยธารักษ์ หรือ ทองม้วน อินทรทัต แพทย์แผนปัจจุบันชั้น 1 เป็นผู้ก่อตั้ง ในสมัยนั้นเทวกรรมโอสถ เป็นห้างขายยาที่มีชื่อเสียงมาก มีผลิตภัณฑ์ยาสร้างชื่อหลายขนาน ส่วนจุดกำเนิดแบรนด์ “น้ำมันมวย” มาจากการใช้ “โผน กิ่งเพชร” นักมวยแชมป์โลกชาวไทยคนแรกเป็นพรี เซ็นเตอร์ ทำให้ชื่อแบรนด์ผูกติดไปกับภาพของนักมวย ถือเป็นความยากและความท้าทายในการขยายฐานลูกค้าไปกลุ่มอื่น

สำหรับการปรับโฉมครั้งสำคัญ ของ “น้ำมันมวย” ในครั้งนี้ เภสัชกรหญิงอนินทยา ระบุว่า เป็นการร่วมลงทุนกันระหว่างบริษัท เทวกรรมโอสถ จำกัด กับ บริษัทแคปปิตอล จำกัด โดยใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท แบ่งเป็นงบสร้างโรงงานใหม่ให้ได้มาตรฐาน GMP PIC/S  50 ล้านบาท และงบการตลาด 50 ล้านบาท ดึงพรีเซ็นเตอร์ คนรุ่นใหม่ “โตโน่ ภาคิน” และอินฟลูเอนเซอร์รุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลาย เปิดตัวหนังโฆษณาสองเรื่อง เตรียมกิจกรรมสื่อสารทางการตลาด อาทิ การร่วมโครงการเก็บรักษ์ รวมไปถึงการจัดงานวิ่ง คาดหวังเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะผู้หญิงให้ได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “น้ำมันมวย…ไม่ใช่นักมวยก็ใช้ได้” และตั้งเป้าหมายจะเป็นอันดับ 3 ในตลาดผลิตภัณฑ์ยาแก้ปวดเมื่อย คลายกล้ามเนื้อ

“มูลค่าตลาดยาบรรเทาอาการปวดเมื่อยในเมืองไทยในปี 62 ราว 1,200 ล้านบาท ปัจจุบันน้ำมันมวยได้มาร์เก็ตแชร์เป็นอันดับที่ 4  รองจาก ไทเกอร์บาล์ม เคาน์เตอร์เพน และโพธิ์หยก ในปี 65 ตั้งเป้าเป็นเบอร์หนึ่ง สำหรับน้ำมันมวย มีผลิตภัณฑ์ 3 ประเภท คือ 1.ครีมเหมาะกับผู้หญิงที่ไม่ชอบความเหนียว เหนอะหนะ  2.น้ำมัน เหมาะกับนักกีฬา ผู้ชายที่ต้องการคลายกล้ามเนื้ออย่างเร่งด่วน และ 3.สเปรย์ ฉีดพ่นซ้ำบริเวณที่ปวดเมื่อยได้ตลอดเวลา”

การรีเฟรชแบรนด์ครั้งนี้ เภสัชกรหญิงอนินทยา ตั้งเป้าจับกลุ่มลูกค้าอายุ 20 – 60 ปี จากเดิมนักกีฬา ไปสู่กลุ่มคนทั่วไปทุกวัยที่มีอาการปวดเมื่อยจากการทำกิจกรรมต่างๆ อาทิ ใส่รองเท้าส้นสูง เดิน   ช้อปปิ้ง โดยสื่อสารว่า ไม่ใช่นักกีฬาก็ใช้สินค้าได้

“บริษัทวาง 3 กลยุทธ์ในการทำตลาด ได้แก่ 1. ขยายฐานลูกค้าใหม่ เพราะทุกวัยมีโอกาสปวดเมื่อยได้ 2.  เพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายร้านขายยา และร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ 3. ทำตลาดออนไลน์และออฟไลน์”

 

ปัจจุบันน้ำมันมวยมีกำลังการผลิตเดือนละ 5 แสนขวด แบ่งเป็นจำหน่ายในประเทศ 90 เปอร์เซ็นต์ ต่างประเทศ 10 เปอร์เซ็นต์ โดยลูกค้าเป็นประเทศแถบยุโรป และสหรัฐอเมริกา ขายผ่านตัวแทนจำหน่ายซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้รู้จักน้ำมันมวยผ่านกิจกรรมมวยไทย

ส่วนแผนปี 63 ขยายตลาดไปแถบเอเชีย โดยมองตลาดฮ่องกง และ จีนไว้ ส่วนตลาดในประเทศ ปีนี้ เป็นอีกปีหนึ่งที่เริ่มบุกตลาด ในร้านสะดวกซื้อ อย่าง 7-11 เพิ่มด้วย