กสอ. มุ่งปลดล็อกงานวิจัยออกขายจริงผ่าน “ตลาดต่อยอดนวัตกรรม” หวังสร้างจุดยืนใหม่ให้ผู้ประกอบการ

กสอ. มุ่งปลดล็อกงานวิจัยออกขายจริงผ่าน ตลาดต่อยอดนวัตกรรมหวังสร้างจุดยืนใหม่ให้ผู้ประกอบการ

วันที่ 3 กันยายน 2562 นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม หรือ กสอ. ได้กล่าวในงานแถลงข่าว “ตลาดต่อยอดงานวิจัยสู่อุตสาหกรรม” ว่า การพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรมด้วยวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และเทคโนโลยี หรือ Innovation Driven Economy นับเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในปัจจุบัน ถือเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ก้าวนำคู่แข่งและสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างเท่าทันกับสถานการณ์และบริบทต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะกลุ่มสตาร์ตอัพและเอสเอ็มอีเริ่มมีการตื่นตัวในเรื่องดังกล่าว พร้อมนำมาสร้างสรรค์เป็นบริการและสินค้าใหม่ๆ สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตด้วยวิธีการและรูปแบบที่แตกต่างไปจากเดิม และยังเป็นแนวทางให้ธุรกิจสามารถอยู่รอดได้ภายใต้ภาวะการแข่งขันในตลาดโลกที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

แต่เมื่อเทียบสัดส่วนดังกล่าวกับจำนวนเอสเอ็มอีที่มีอยู่ในประเทศไทยกว่า 3 ล้านรายแล้ว กลับพบว่ามีไม่ถึงร้อยละ 1 หรือไม่ถึง 30,000 ราย ที่มีการใช้งานวิจัยและนวัตกรรมเข้ามาเปลี่ยนแปลงธุรกิจ โดยสาเหตุหลักที่ทำให้เอสเอ็มอียังไม่สามารถเข้าถึงเรื่องดังกล่าวได้ เนื่องจาก 1. ขาดองค์ความรู้ โดยเฉพาะในเรื่องของการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารทั้งจากภายในและต่างประเทศ เช่น ข่าวรายวัน ผลงานวิจัยใหม่ๆ ฯลฯ 2. ขาดเงินทุน เนื่องจากในการผลิตงานวิจัยหรือนวัตกรรมยังมีต้นทุนที่สูง 3. เครือข่ายเชื่อมโยงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา จึงยังทำให้ไม่มีโอกาสในการร่วมกันพัฒนานวัตกรรม หรือการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์มากนัก 4. ขาดกำลังคน ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรที่มีความรู้ในสถานประกอบการ การขาดเครื่องมือ ระบบดิจิตอล และเทคโนโลยีที่ทันสมัย และ 5. การกระจุกตัวของการพัฒนานวัตกรรมที่ส่วนใหญ่ยังอยู่แค่ในระดับส่วนกลาง หรือระดับหัวเมือง 

ในการยกระดับเอสเอ็มอีด้วยงานวิจัยและนวัตกรรมนั้น จะเป็นการปูทางไปสู่ความสำเร็จเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่  สินค้าและบริการต่างๆ ยังเป็นตัวแปรและปัจจัยที่สำคัญในการกำหนดพฤติกรรมของผู้บริโภคและสร้างการจงรักภักดีต่อแบรนด์สินค้าได้เป็นอย่างดี ในการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในยุคใหม่จะต้องประกอบด้วย 1. การพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการที่เป็นสิ่งใหม่และไม่คุ้นเคย 2. การเน้นนวัตกรรมที่เกี่ยวกับกระบวนการผลิต และ 3. การพัฒนาวิจัยและนวัตกรรมทางการตลาด 

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม หรือ กสอ.

“ กสอ. ได้จัดกิจกรรม ตลาดต่อยอดงานวิจัยสู่อุตสาหกรรม ขึ้น เพื่อเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี งานวิจัย และนวัตกรรมระหว่างผู้มีเทคโนโลยี อาทิ สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย นักวิจัยผู้ถือครองสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา และผู้ต้องการใช้เทคโนโลยี เพื่อนำไปสู่การยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการและเศรษฐกิจ ภายใต้ 50 กว่าผลงานวิจัยและนวัตกรรม 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเกษตรและอาหารแปรรูป กลุ่มพลังงานและสิ่งแวดล้อม กลุ่มการแพทย์และสุขภาพ และกลุ่มซอฟต์แวร์และดิจิตอล ซึ่งถือเป็นสาขาอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตและสร้างมูลค่าได้อย่างมหาศาลในอนาคต ซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกันแล้ว ไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท เลยทีเดียว” นายกอบชัย กล่าว 

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองส่งเสริมผู้ประกอบการและธุรกิจใหม่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โทรศัพท์ 02-202-4564 หรือเข้าไปที่ www.dip.go.th

บทความก่อนหน้านี้อิทธิฤทธิ์ คาจิกิ กางแผนที่ ตรวจสอบพื้นที่จังหวัดที่จะตกหนัก ถึง หนักมาก!
บทความถัดไปซีไอเอ็มบี ไทย ส่งโปรแกรม เงินฝากออมทรัพย์ ดิจิตอล ดอกเบี้ยสูง 2% ต่อปี