“ทันตแพทย์หญิง” ปฏิเสธอาชีพที่มั่นคง เบนเข็มสานฝันธุรกิจ “เสื้อผ้าแฟชั่น”

อดีตหมอฟันรักแฟชั่น ชื่นชอบการแต่งตัว หันหลังให้บทบาททันตแพทย์ มุ่งหน้าทำธุรกิจเสื้อผ้าเจาะตลาดสาวหวานวัยทำงาน ล่าสุดต่อยอดธุรกิจเครื่องสำอางครีมบลัชออน ทาได้ทั้งแก้ม ตา และปาก ชูส่วนผสมจากธรรมชาติ ตอบโจทย์สาวรักสวยรักงามใช้ได้ทุกวัย ล่าสุดเตรียมจำหน่ายลิปบาล์ม มังสวิรัต

คุณจอย – วิลาสินี เลืองวัฒนะวนิช เจ้าของธุรกิจเสื้อผ้า WILA และครีมบลัชออน La Doctress เท้าความว่า หลังจบคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สวมบทบาทเป็นหมอฟัน 5 ปี รับเงินเดือนหลักแสน ระหว่างที่ทำงานประจำ รู้สึกว่าอาชีพหมอฟันไม่ใช่สิ่งที่ชอบ หนที่สุดตัดสินใจลาออกมาทำแบรนด์เสื้อผ้าขายออนไลน์เมื่อปี 2553

“โดยส่วนตัวชอบเรื่องแฟชั่น เลยลองทำเสื้อผ้าผู้หญิงวัยทำงานสไตล์หวานๆ ออกแบบเอง แล้วไปจ้างร้านตัดเย็บ ลองจำหน่ายผ่านเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ระยะเวลาเพียง  6 เดือน รายได้เทียบเท่าอาชีพหมอฟัน มีกำลังใจในการทำธุรกิจ ในที่สุดลาออกจากการเป็นทันตแพทย์ ตอนที่อายุ 30 ปี”

เมื่อคิดจะเอาดีในอาชีพใหม่ที่ท้าทาย หมอจอย เล่าว่า ต้องทำทุกอย่างให้จริงจัง เบื้องต้นเไปเรียนต่อทางด้านแฟชั่น ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ จนจบ Style Coaching London และด้าน Luxury Brand กับ Fashion Drawing เพื่อจะประกอบอาชีพทางด้านนี้ จากนั้นไปเรียนต่อคอร์สสั้น 3 เดือน ที่โรงเรียนแฟชั่นในประเทศไทยมา  3 โรงเรียน

ในปี 2553 หมอจอยจัดตั้งบริษัท Doctress Aesthetic co.ltd โดยทำแบรนด์เสื้อผ้าชื่อ WILA โดยหญิงสาวเป็นดีไซเนอร์เอง ออกแบบลายผ้าเองทั้งหมด มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ ลายปักในแนว Whimsical Fantasy มีความขี้เล่นและชวนฝัน แฝงความเป็นผู้เหญิงสไตล์วินเทจ

หลังจากนั้นในปี 2558 เปิดร้านมัลติแบรนด์ รวบรวมเสื้อผ้าและเครื่องประดับจากบรรดานักออกแบบไทยมาอยู่ในร้านเดียวกัน ที่สยามสแควร์วันชั้น 3 เอ็มโพเรียม และที่รามคำแหง 53

จนล่าสุดเมื่อต้นปี 2562 หมอจอย ก่อตั้งแบรนด์เครื่องสำอาง La Doctress Botanic beauty โดยเน้นเครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบจากธรรมชาติปลอดภัย บรรจุในขนาดพอเหมาะ พกสะดวก ราคาประหยัด มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ชื่อ CLOUD BLUSH TUBE คือเป็นหลอดสีระบายได้ทั้งหน้า แก้ม ตา ปาก ออกมาทั้งหมด 4 สี คือชมพู พีช ส้ม แดง ซึ่งในแต่ละสีก็ยังผสมรวมออกเป็นสีใหม่เพิ่มขึ้นได้อีกตามสไตล์ของแต่ละคน

ตลอดระยะเวลาเกือบ 10 ปี บนเส้นทางสายแฟชั่น หมอจอยว่า ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร แต่จากนี้ต่อไปจะไม่หยุดที่จะพัฒนาต่อ ในอนาคตอยากทำสกินแคร์เพิ่ม

“ธุรกิจความงามแข่งขันสูงมาก มีทั้งแบรนด์ไทย แบรนด์ต่างประเทศ หลายราคา ถ้าจะเข้ามาธุรกิจนี้ต้องพยายามทำให้แตกต่าง ทั้งราคาและคุณภาพ ด้านช่องทางจำหน่ายก็สำคัญ เพราะตอนนี้ออน ไลน์แข่งขันดุเดือดมากไม่เหมือนเมื่อก่อน ทุกวันนี้หลายคนใช้โซเชียลมีเดียในการหาเงิน สร้างธุรกิจเต็มรูปแบบ โชคดีที่เรียนแพทย์มา ได้พื้นฐานเรื่องความอดทน การสู้งานหนักเอาเบาสู้ และตอนที่เป็นหมอฟันที่คลินิกก็ได้บริหารจัดการทุกอย่างในคลินิก ทำให้นำความรู้ตอนนั้นมาต่อยอดงานตรงนี้ได้”

หมอจอย บอกเคล็ดลับการทำธุรกิจออนไลน์ว่า ต้องทำต่อเนื่อง ไม่ว่าธุรกิจนั้นจะเล็กหรือใหญ่ อย่ากลัว เเละต้องปรับตัวตามสถานการณ์

บทความก่อนหน้านี้“อย่าหลงแสงสี” อาชีพนี้ไม่ใช่ง่าย Youtuber ทำเงินงาม ถึงขั้นซื้อบ้าน ซื้อเบนซ์
บทความถัดไปเด็กสถาปัตย์ฯ พระจอมเกล้าฯ เนรมิตของเหลือใช้ริมฝั่งทะเล สร้างอาชีพเสริมสู่ชุมชน