สมุนไพรต้านโควิด! อภัยภูเบศร ฟันธง 8 ชนิดขึ้นแท่นโปรดักต์แชมเปี้ยน

สมุนไพรต้านโควิด! อภัยภูเบศร ฟันธง 8 ชนิดขึ้นแท่นโปรดักต์แชมเปี้ยน

สมุนไพรต้านโควิด! อภัยภูเบศร ฟันธง 8 ชนิดขึ้นแท่นโปรดักต์แชมเปี้ยน

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ประเทศไทยได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว และมีการพูดถึงจุดแข็งที่สามารถจะต่อยอดไปสู่ความมั่นคงด้านการดูแลสุขภาพ สามารถดึงนักท่องเที่ยวที่รักสุขภาพจากต่างประเทศให้เข้ามาในประเทศไทย

สมุนไพร นับเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ที่เป็นจุดแข็งของประเทศไทย มีการใช้กันมายาวนานนับพันปี เป็นภูมิปัญญารุ่นต่อรุ่น จวบจนปัจจุบันที่ได้มีการศึกษาวิจัยต่อยอดจนเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร แกนนำหลักในการพัฒนาสมุนไพร จน จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองสมุนไพรของประเทศไทย

ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร

ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ทำให้คนหันมาให้ความสำคัญกับสมุนไพรมากขึ้น ถือเป็นโอกาสดีในการพัฒนาสมุนไพรในประเทศไทย เพื่อเตรียมการรองรับการแพร่ระบาดของ โรคอุบัติใหม่ อุบัติซ้ำ ที่ไม่มีใครคาดเดาได้ โดยหยิบยก 8 สมุนไพรที่จะมีการศึกษาวิจัยต่อยอด ได้แก่ ฟ้าทะลายโจร กระชาย ขมิ้นชัน ขิง มะขามป้อม กระเทียม สันพร้าหอม และสายน้ำผึ้ง เพื่อชูเป็นโปรดักต์แชมเปี้ยนของประเทศไทยในอนาคต

ตัวแรก คือ ฟ้าทะลายโจร มีการศึกษาวิจัยกันอย่างแพร่หลาย ทั้ง จีน สิงคโปร์ รวมถึงประเทศไทย และได้มีการนำเสนอผ่านสื่ออย่างต่อเนื่อง โดยงานวิจัยที่ได้รับการรับรองแล้วพบว่า กลไกต้านไวรัสของฟ้าทะลายโจรป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์, ลดการแบ่งตัวไวรัสภายในเซลล์, เพิ่มภูมิคุ้มกันในการต่อสู้กับไวรัส, ลดการอักเสบที่ปอดจากการติดเชื้อไวรัส

กระชาย

2. กระชาย จากการวิจัยพบว่า สารสกัดของกระชายขาว สามารถแสดงฤทธิ์ในการต้านไวรัสซาร์ส ในระยะหลังการติดเชื้อและยังพบว่าสาร panduratin ของกระชายขาวมีฤทธิ์ในการต้านไวรัสทั้งในระยะก่อนและหลังการติดเชื้อ และยังมีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเชื้อเอดส์ ต้านไวรัสไข้เลือดออกในกลุ่ม Flaviviridae family และยับยั้งเชื้อไวรัส picornavirus ซึ่งก่อโรคมือเท้าปาก นอกจากนี้ยังพบว่า ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้อีกด้วย

3. ขมิ้นชัน จากการศึกษาในหลอดทดลอง พบว่า มีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ ในการป้องกันไม่ให้เชื้อเข้าเซลล์ ยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส และช่วยยับยั้งการหลั่งสารอักเสบ ในส่วนของการศึกษาในหนูทดลองพบว่า ขมิ้นชัน ช่วยลดการอักเสบของปอดที่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ และช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ทั้งนี้จากการจำลองภาพสามมิติในคอมพิวเตอร์ พบว่า สารสำคัญของขมิ้นชัน และ demethoxycurcumine สามารถแย่งจับกับตำแหน่งของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2019 ที่จะเข้าสู่เซลล์ปอด และตำแหน่งที่มีผลยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสได้

ขิง
  1. ขิง ซึ่งมีรสเผ็ดร้อน มีคุณสมบัติอุ่น พบฤทธิ์ต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ โดยการใช้พื้นบ้านนำมากินแก้หวัด จากการจำลองภาพสามมิติในคอมพิวเตอร์ พบว่า สารสำคัญ Zingerol และ Gingerol สามารถแย่งจับกับตำแหน่ง main protease ที่ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2019 ได้
  2. มะขามป้อม เป็นยาแก้ไอ ละลายเสมหะ พื้นบ้านใช้รักษาหลอดลมอักเสบ วัณโรคปอด หอบหืด ช่วยส่งเสริมการทำงานของ NK cells และ cytotoxic T lymphocytes (CTL) และยังช่วยส่งเสริมการทำงานของ natural killer (NK) cells และ cytotoxic T lymphocytes (CTL) activities โดยสาร Phyllanthin และ Chebulagic acid มีฤทธิ์ยับยั้งกระบวนการอักเสบ NF-κB signaling pathway จากการจำลองภาพสามมิติในคอมพิวเตอร์ พบว่า สาร Phyllaemblicin G7 มีความสามารถในการจับกับขาโปรตีน และตัวรับ ACE2 ในการผ่านเข้าเซลล์ปอดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2019 โดยสามารถยับยั้งการสร้างและการแบ่งตัวของเชื้อซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการเพิ่มจำนวนของไวรัส
กระเทียม
  1. กระเทียม มีฤทธิ์ของกระเทียมต่อระบบภูมิคุ้มกัน สาร allicin ในกระเทียม มีฤทธิ์ลดการอักเสบ ป้องกันการหลั่งสาร cytokine ที่ทำให้เกิดการอักเสบ นอกจากนี้ยังส่งเสริมการทำงานของเม็ดเลือดขาว นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มแอนติบอดี้ ชนิด immunoglobulin A (IgA) ซึ่งเป็นด่านแรกของภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยพบมากที่ระบบทางเดินหายใจและระบบทางเดินอาหาร ตามเยื่อเมือกต่างๆ และยังช่วยกระตุ้นการทำงานของ B-cell lymphocyte รวมทั้งกระตุ้นการหลั่งของสาร interferon ซึ่งเป็นสารที่สร้างในระบบภูมิคุ้มกันเพื่อต้านไวรัส จากการจำลองภาพสามมิติในคอมพิวเตอร์ พบว่า สารสำคัญ quercetin และ allicin ที่พบสามารถแย่งจับกับตำแหน่ง main protease ที่ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2019 ได้

 

  1. สันพร้าหอม พบว่า quercetin, quercitrin และ psoralen ในสารสกัดของสันพร้าหอม มีประสิทธิภาพในการเป็นสารต้านไวรัส โดยสามารถยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสใน macrophage ของหนูผ่านทางการเหนี่ยวนำของ pro-inflammatory cytokines และ Type I IFN จึงมีฤทธิ์เป็น immunomodulator ของภูมิคุ้มกันโดยกำเนิดในหนูทดลอง จากการจำลองภาพสามมิติในคอมพิวเตอร์ พบว่า สารสำคัญ quercetin ที่พบสามารถแย่งจับกับตำแหน่ง main protease ที่ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2019 ได้

 

  1. สายน้ำผึ้ง ตำราการแพทย์แผนจีนระบุว่า มีฤทธิ์เย็นต่อปอด และกระเพาะอาหาร ใช้ขับพิษร้อนถอนพิษไข้ โดยเฉพาะในผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ รักษาโรคผิวหนังและแก้ลำไส้อักเสบ ท้องเสีย ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ การจำลองภาพสามมิติในคอมพิวเตอร์ พบว่า สารสำคัญ luteolin-7-glucoside สามารถแย่งจับกับตำแหน่ง main protease ที่ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2019 ได้
บทความก่อนหน้านี้“ผักดอง ตราแม่บ้าน” จากสินค้าตลาดนัด สู่ผลิตภัณฑ์ส่งออกเกรดพรีเมี่ยม
บทความถัดไปอดีตผู้ประกาศ ทำสบู่ขายหาเงินรักษาตัว “อยากใช้ชีวิตปกติ ไม่ใช่เป็นอัมพาตแล้วโดนดูถูก”