เผยการลงทุน ร้านสเต๊ก แบบละเอียดยิบ แค่ทำให้อร่อย ก็ไม่ต้องง้อแฟรนไชส์

เผยการลงทุน ร้านสเต๊ก แบบละเอียดยิบ แค่ทำให้อร่อย ก็ไม่ต้องง้อแฟรนไชส์
เผยการลงทุน ร้านสเต๊ก แบบละเอียดยิบ แค่ทำให้อร่อย ก็ไม่ต้องง้อแฟรนไชส์

เผยการลงทุน ร้านสเต๊ก แบบละเอียดยิบ แค่ทำให้อร่อย ก็ไม่ต้องง้อแฟรนไชส์

ผู้มีประสบการณ์เปิดร้าน สเต๊ก คุณหนึ่งฤทัย  แพรสีทอง  เผยกับ”เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า ถ้าพูดถึงร้านสเต๊กริมทาง ที่มีราคาขายประมาณ 49-69 บาทต่อจาน เป็นสเต๊กราคาไม่แพง เอาจริงๆ แล้ว ยังเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ ด้วยเหตุผลที่ว่า สเต๊ก เป็นอาหารที่ไม่ได้เกลื่อนเหมือนร้านอาหารไทยทั่วไป คนทำยังมีไม่มาก (หรือที่มีอยู่ก็หาร้านอร่อยได้ยาก) ส่วนจะไปซื้อแฟรนไชส์ ผู้ขายก็ตั้งราคาไว้สูงเกิน จนเข้าถึงได้ยาก

จากประสบการณ์ของคุณหนึ่ง เธอว่า ถ้าทำให้อร่อย และมีทำเลดี กิจการประเภทนี้ไปได้แน่นอน

เพียงแต่ว่าเราจะหาคำตอบ สองประการนี้ได้อย่างไร

ถ้าพูดถึงความอร่อย  คุณหนึ่ง บอกว่า สเต๊กราคาถูก หรือสเต๊กริมทางส่วนใหญ่ เป็นชิ้นเนื้อหรือหมู ที่ไม่มีน้ำเกรวี่ หากแต่เป็นการกินแบบจิ้มซอสมะเขือเทศ ซอสพริกอะไรทำนองนั้น ดังนั้น ถ้าทำสเต๊กที่มีน้ำเกรวี่ ก็จะได้สเต๊กที่มีรสชาติดี บวกกับเทคนิคการหมักเนื้อที่พิถีพิถัน ทำออกมายังไงก็อร่อย

ส่วนทำเล เธอแนะว่า แน่นอนว่าควรจะอยู่ในแหล่งชุมชน ซึ่งไม่จำเป็นต้องติดถนนใหญ่เสมอไป อาจจะอยู่ในซอย ในหมู่บ้านก็ได้ โดยเฉพาะการเจาะกลุ่มลูกค้า หมู่บ้าน จะได้ลูกค้าที่ตรงกลุ่มมากกว่า

ส่วนการซื้อแฟรนไชส์สเต๊ก นั้น คุณหนึ่ง มองว่า นอกจาก จะต้องลงทุน(เฉพาะค่าสิทธิ์)ในราคาสูง 5-6 หมื่นแล้ว ผู้ที่ซื้อแฟรนไชส์ ก็จะเป็นเพียงแค่คนย่างเนื้อ เพราะจะต้องรับเนื้อหมักจากเจ้าของแฟรนไชส์ที่ไม่มีทางเผยสูตร  แต่หากสามารถทำเองได้แล้ว การลงทุน อยู่ที่ประมาณ 4 หมื่นบาทเท่านั้น (มีรายละเอียดการลงทุน ด้านท้ายบทความ)

สำหรับตัวคุณหนึ่งเอง เคยเปิดร้านสเต๊ก เมื่อปี 2554  เปิดได้ราว 4 ปี ก็ปิดไป ด้วยสาเหตุจากแรงงาน แต่ช่วงที่เปิดก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี มีลูกค้าประจำมากมาย

“จริงๆ แล้ว เราชอบกินสเต๊ก   เห็นร้านไหนก็ไปกิน จนวันหนึ่ง คิดว่า น่าลงทุน ก็เริ่มศึกษา จนไปเจอร้านที่ อ.ไทรน้อย (จ.นนทบุรี)   ไปชิม พอไปชิม ก็อร่อยจริงๆ  ก็ถามเค้าว่า สอนมั้ย เค้าก็บอกว่าไม่ได้สอนนะ ถ้าจะเรียนก็สอนให้  ก็เลยไปเรียน แล้วมาเปิดร้าน  เปิดร้านอยู่ 4 ปี  เหตุที่ปิด  เพราะไม่มีคนช่วย แต่ผลตอบรับดีมาก  ขายดีตั้งแต่วันแรก” คุณหนึ่ง เล่าให้ฟัง

มาถึงการลงทุน อยู่ที่ประมาณ 4 หมื่นบาท โดยคุณหนึ่ง แจกแจงการลงทุนที่ค่อนข้างละเอียด มาดังนี้

1.เตาสเต๊ก 4,500-5,000 บาท (เตาใหญ่)

2.โต๊ะ อันนี้แล้วแต่แบบ ถ้าโต๊ะพับธรรมดาก็ตัวละ 500-600 บาท

3.โต๊ะวางจาน โต๊ะวางของ 2 ตัวยาว ตัวละ 800-1,200 บาท

3.เก้าอี้ แล้วแต่แบบเหมือนกัน เก้าอี้พลาสติกไม่มีพนักพิงก็ 50-70 บาท แบบมีพนักพิงก็ 100-120 บาท ใช้แบบไม้ก็จะแพงขึ้น  ถ้าทุนไม่เยอะใช้แบบธรรมดาก็พอ

4.ร่มชายหาด(250-300) +ขา(300-400) ถ้าขายในร้านที่มีหลังคาก็จะประหยัดส่วนนี้ไป

5.มีดสเต๊ก ซื้อร้านขายจานจะถูกกว่าแมคโคร โหลละ 270-300 บาท

6.จาน ใบละ 15-20 บาท

7.หลอดไฟ ห้อยร่ม

8.อื่นๆ เช่น กระทะทอดเฟรนซ์ฟราย ใช้แบบธรรมดา 150-200 บาท กระทะทอดปลา ถาดใส่เนื้อ ขวดซอส ส้อมและอื่นๆรวมแล้ว 2,500-3,000 บาท

สรุปเงินลงทุนเบื้องต้น ร้านแบบที่เห็น 10 โต๊ะก็จะลงทุนประมาณ 30,000-40,000 บาท (ถ้าร้านไม่ต้องกางร่มก็จะประหยัดไปได้อีกเกือบหมื่นบาท)

ต้นทุนต่อจาน

-หมูสันคอ หมูสันนอก กก.ละ 125-150 บาท(ส่ง-ปลีก) หั่นได้ 7 ชิ้น ราคาขาย 50-60 บาท

-เนื้อสัน กก.ละ 190-220 บาท หั่นได้ 6 ชิ้น ราคาขาย 70-80 บาท

-อกไก่ กก.ละ 70-90 บาท หั่นได้ 10 ชิ้่น (1 อกผ่ากลางได้ 2 ชิ้น) ราคาขาย 50-60 บาท(กำไรดีแต่คนกินน้อย)

– ทีโบน ( ตอนนี้ราคาปรับขึ้นสูงมาก ทีโบนโคขุน กก.ละ 400 บาท ทีโบนโคธรรมดา กก.ละ 370 บาท ) เอาโคขุนดีกว่า 120 บาท ขาย 160-170 บาท

-พอร์คช็อป ชิ้นละ 35-40 บาท ขาย 70-80 บาท

-ปลาดอลลี่ ตัวละ 25 บาท ปลาย่างขายตัวละ 60-80 บาท ปลาทอด(คลุกเกล็ดขนมปัง) 1 ตัวหั่นครึ่งได้ 2 ชิ้น ขายชิ้นละ 50-60 บาท

-เบคอน 1 ถุง 200 บาท เยอะแยะมากมาย กำไรดีมาก ขาย 5 ชิ้น 60 บาท

-ไส้กรอก นี่ก็กำไรเยอะ (คุณหนึ่งจำราคาไม่ได้ ลองไปเช็คได้ทั่วไป)

-หมูรมควัน อันละ 50 บาท ขาย 80 บาท

ผักสลัด เฟรนซ์ฟราย ขนมปังและส่วนที่แต่งบนจาน ต้นทุนต่อจาน 5 บาท

นี่เป็นการลงทุน  สำหรับการเปิดร้านสเต๊ก

มาถึงคำถามที่ว่า ทำไมคุณหนึ่ง ไม่ขายแฟรนไชส์  เธอตอบว่า “หนึ่งคิดว่าเงินค่าแฟรนไชส์มันคือเงินที่ทุกคนสามารถเอามาเป็นเงินลงทุนในการทำร้านได้เลย แล้วไม่ต้องมาซื้อวัตถุดิบจากหนึ่งเพราะคุณจะเหลือกำไรน้อยลง แล้วก็จะทำสเต๊กไม่เป็นตลอดไป เพราะเจ้าของแฟรนไชส์จะขายแต่ชิ้นเนื้อให้คุณ สุดท้ายคุณเปิดร้านสเต็ก คุณทำเป็นแค่…ย่างเนื้อ…มันจะมีความหมายอะไร”

นอกจากนี้ เธอยังบอกอีกว่า การทำสเต๊กนี่  เป็นการทำอาหารที่ง่ายมาก คนที่ทำไม่จำเป็นต้องมีทักษะทำอาหารมาก่อน ก็ทำได้

“หัวใจคือ การหมักเนื้อ และการทำสูตรน้ำเกรวี่  มันทำไม่ยากเลย และไม่เสี่ยง ตรงที่ว่า เราจะขายต่อเมื่อมีลูกค้าสั่ง ถ้าเหลือก็เก็บไว้ได้”

ทั้งนี้ หลังจากหยุดร้านไปชั่วคราวจากปัญหาเรื่องแรงงาน ด้วยความน่าสนใจของธุรกิจที่ทำกำไรค่อนข้างสูงถึง 40% แม้จะขายในราคาสเต็กริมทาง แต่รสชาติที่อร่อย จึงทำให้คุณหนึ่งกลับมาเปิดร้านสเต็กอีกครั้ง เพราะมั่นใจในสูตรลับความอร่อยของเธอเอง พร้อมกับเปิดโอกาสให้คนที่สนใจธุรกิจสเต็กได้เข้ามาร่วมใช้ชื่อเดียวกับร้านสเต็กของเธอ คือ THE ONE STEAK โดยไม่มีการเก็บค่าแฟรนไชส์ แต่จะเผยสูตรและเทคนิคความอร่อยด้วยการเปิดสอนให้กับคนที่สนใจ สร้างสาขา THE ONE STEAK ไปด้วยกัน

และนี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวการลงทุนสร้างอาชีพ ซึ่งเป็นอาชีพที่ลงทุนไม่มาก แต่หากทำได้ดี ประสบความสำเร็จ ก็อาจจะได้เดินอยู่บนเส้นทางที่เรียกว่า “เศรษฐี” เลยทีเดียว

สนใจติดต่อ พูดคุยกับคุณหนึ่ง  ติดต่อได้ที่  ร้าน The One Steak ที่ หมู่บ้านเมืองประชา ต.บางคูวัด อ.เมือง (สะพานนวลฉวีหรือสะพานปทุมธานี1) จ.ปทุมธานี  โทร. 089-7835887

 

ขอบคุณภาพจาก คุณหนึ่งฤทัย แพรสีทอง

บทความก่อนหน้านี้SHOPLINE ชู 3 กลยุทธ์ช่วย SMEs ไทยฝ่าวิกฤตโควิด-19
บทความถัดไปค่า GP ควรเป็นวาระแห่งชาติ โรบินฮู้ด ให้คำมั่น ไม่เก็บค่า GP ตลอดไป