เปิดร้านน้ำไม่เวิร์ก! เปลี่ยนมาขาย ‘ครอฟเฟิล’ ไซซ์จิ๋ว ออร์เดอร์พรึบ วันละ 2,000 กว่าชิ้น

เปิดร้านน้ำไม่เวิร์ก! เปลี่ยนมาขาย ‘ครอฟเฟิล’ ไซซ์จิ๋ว เริ่มต้น 14 บาท ออร์เดอร์พรึบ วันละ 2,000 กว่าชิ้น 

เพราะบรรยากาศที่เงียบเหงาในช่วงโควิด ทำให้ร้านน้ำของ คุณโอ๋-จรัส บุตรงาม ที่เปิดขายในตลาดขายไม่ได้ เพื่อความอยู่รอดและเรียกยอดขายกลับมา คุณโอ๋จึงต้องปรับตัวเบนเข็มมาเปิดร้านครอฟเฟิล ไซซ์จิ๋ว เริ่มต้นชิ้นละ 14 บาท ถึงปัจจุบัน 1 ปีกว่า คิงครอฟเฟิล’ กลายเป็นร้านขวัญใจลูกค้าทุกเพศทุกวัย สามารถทำยอดขายได้วันละ 2,000 กว่าชิ้น

ครอฟเฟิลของคุณโอ๋ แตกต่างจากร้านอื่นอย่างไร ทำไมถึงขายดีขนาดนี้ มาพูดคุยกับเธอกัน

คุณโอ๋ วัย 31 ปี เริ่มบทสนทนา ก่อนหน้านี้เปิดร้านน้ำในตลาดละลายทรัพย์ แต่ก็เงียบเหงา เพราะมีโควิดระบาด ระหว่างนั้นเธอได้สังเกตพฤติกรรมลูกค้าในตลาดและพนักงานออฟฟิศว่าชอบกินอะไร อีกทั้งจากการดูยูทูบ ก็ได้เห็นว่าเบเกอรี่ โดยเฉพาะครัวซองต์ น่าจะขายได้

“กินครัวซองต์เป็นปกติอยู่แล้วค่ะแต่กินไม่เคยหมด เพราะชิ้นใหญ่มาก เลยลองปรับมาทำชิ้นเล็ก นำเข้าเตาอบวอฟเฟิลแล้วแต่งหน้า แรกๆ หน้าขนมขี้เหร่มาก ไม่อร่อย เจอสารพัดปัญหา เราก็พัฒนามาเรื่อยๆ และเริ่มเปิดร้านเมื่อสิ้นเดือนตุลาคมปี 64 ช่วงที่ทำขายยังไม่ค่อยมีร้านครอฟเฟิลเลยค่ะ” 

คุณโอ๋ออกแบบหน้าร้านคิงครอฟเฟิลด้วยตัวเอง โดยวาดภาพในหัวก่อนตกผลึกมาเป็นโทนสีแดงกับผ้าลายจุด เธอบอกว่า แรกๆ มีเสียงคัดค้าน แต่ด้วยยังเชื่อในไอเดียของตัวเอง เมื่อทำออกมาหน้าร้านก็สามารถดึงดูดลูกค้าได้ดีจริงๆ

สำหรับร้านครอฟเฟิล ในปัจจุบันมีคนหันมาขายจำนวนมาก ‘คิงครอฟเฟิล’ มีจุดเด่นที่แตกต่างจากร้านอื่นอย่างไร ในความรู้สึกของคุณโอ๋ เธออธิบายว่า “รสชาติอร่อย เพราะใช้แป้งสูตรเฉพาะของร้านที่สั่งผลิตจากโรงงานเบเกอรี่ ซื้อแล้วเก็บได้หลายวัน ข้ามวันยังกรอบ เทคนิคนี้ขึ้นอยู่ที่กระบวนการอบในเตาวอฟเฟิล

 

และสามารถกินได้หลายชิ้น เพราะชิ้นเล็ก น้ำหนักชิ้นละ 20-22 กรัม ที่สำคัญ ราคาถูก เริ่มต้นชิ้นละ 14-24 บาท เราขายราคาถูกได้เพราะสั่งผลิตจากโรงงานโดยตรง หากซื้อตามห้างขายส่งจะไม่สามารถขายได้ เนื่องจากต้นทุนสูงกว่า แต่ก่อนเราผลิตแป้งเองด้วยซ้ำ พอขายได้จำนวนมากขึ้น ผลิตเองไม่ไหวแล้วค่ะ ต้องสั่งผลิตแทน ต้นทุนตกชิ้นละ 7-8 บาท”

โดยมีให้เลือกทั้งหมด 16 หน้า คือ ออริจินอล, สตรอเบอร์รี, โกโก้, นม, ลูกเกด, ฝอยทอง, น้ำผึ้งมะนาว, มัตฉะโอริโอ้, อัลมอนด์คาราเมลช็อก, ชาไทย, สตรอเบอร์รีครีมชีส, ชาไทย ฝอยทอง, นูเทลล่า, นูเทลล่า ฝอยทอง, นูเทลล่า กล้วย และนูเทลล่า อัลมอนด์

สำหรับหน้าขายดีประจำร้าน คือ นม, สตรอเบอร์รีครีมชีส และอัลมอนด์คาราเมลช็อก “อัลมอนด์เราคั่วเอง ซอสสตรอเบอร์รีครีมชีสทำเองสดใหม่เลยค่ะ เลือกทำเองเพราะได้รสชาติที่ตรงใจตอบโจทย์ลูกค้า” คุณโอ๋ เล่าเสริม

ในส่วนของการขาย คิงครอฟเฟิล มีหน้าร้านประจำอยู่ที่ตลาดละลายทรัพย์ เปิดทุกวัน ยกเว้นวันเสาร์-วันอาทิตย์ และนักขัตฤกษ์ เริ่มขายเวลา 06.30-14.30 น. โดยประมาณ และออกบูธทุกวันเช่นกัน 

“หน้าร้านตลาดละลายทรัพย์ออร์เดอร์เฉลี่ย 800-1,000 กว่าชิ้น ถ้ารวมออกบูธเฉลี่ยวันละ 2,000 กว่าชิ้น ลูกค้าบางคนซื้อทีละ 10-20 ชิ้น ไปตุนไว้กิน เพราะเคยซื้อเก็บนำไปอุ่นแล้วยังอร่อย หรือบางคนซื้อไปเป็นของฝาก กลุ่มลูกค้าหลักๆ คือเหล่าพี่น้องชาวออฟฟิศ ทั้งสาวๆ หนุ่มๆ ถ้าเอาภาพรวมก็ทุกเพศทุกวัยจริงๆ ค่ะ” เจ้าของร้านสาว แชร์ให้ฟัง 

และเพื่อไม่ให้ลูกค้ามายืนออหน้าร้านนานๆ จนเมื่อย คุณโอ๋จึงแนะเทคนิคการขาย ตั้งแต่แบ่งหน้าที่ให้พนักงานประจำตำแหน่งอบ 1 คน และแต่งหน้าขนม 1 คน ถ้าออกบูธแบ่งตำแหน่งละ 2 คน รวมถึงใช้เตาอบทั้งหมด 6 ตัว แต่ละตัวสามารถอบได้ครั้งละ 3-4 ชิ้น โดยจะอบและแต่งหน้าขนมไว้จำนวนหนึ่ง 

ท้ายนี้ เจ้าของร้านบอกถึงแผนในอนาคตไว้ว่า ตั้งใจอยากฝึกพนักงานเพื่อเปิดหน้าร้านอีกสาขาของตัวเอง สามารถติดตามร้านคิงครอฟเฟิลว่าจะไปออกบูธที่ไหน ได้ที่ เพจ King-croffle