อดีตหนุ่มออฟฟิศ ผันตัวขาย ขนมไทย เริ่มต้นยืนขายริมฟุตบาท เปิดร้านด้วยลำแข้ง!

อดีตหนุ่มออฟฟิศ ผันตัวขาย ขนมไทย เริ่มต้นยืนขายริมฟุตบาท เปิดร้านด้วยลำแข้ง!
อดีตหนุ่มออฟฟิศ ผันตัวขาย ขนมไทย เริ่มต้นยืนขายริมฟุตบาท เปิดร้านด้วยลำแข้ง!

อดีตหนุ่มออฟฟิศ ผันตัวขาย ขนมไทย เริ่มต้นจากศูนย์ ยืนขายริมฟุตบาท ขยับขยาย เปิดร้านได้ด้วยลำแข้ง!

ขนมไทยดั้งเดิม มีส่วนผสมคือ แป้ง น้ำตาล กะทิ เท่านั้น ในสมัยก่อน ขนม มักถูกทำและมีให้ทานเฉพาะวาระสำคัญ อย่าง งานทำบุญ เทศกาลสำคัญ หรือใช้ต้อนรับแขกสำคัญๆ เพราะขนมบางชนิด จำเป็นต้องใช้กำลังคนและอาศัยเวลาในการทำ

ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการพิมพ์ตำราอาหารออกเผยแพร่ รวมถึงตำราขนมไทยด้วย จึงนับได้ว่าวัฒนธรรมขนมไทยมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรก ต่อมาเมื่อการค้าเจริญขึ้น ในตลาดมีขนมนานาชนิดมาขาย จึงเห็นได้ว่า ปัจจุบันมีร้านขนมไทยมากมายให้ได้อุดหนุน

คุณเบค-ภาสกร วาสะสิริ วัย 35 ปี ก็เป็นอีกคนที่ผันตัวมาเป็นพ่อค้าขนมไทย โดยใช้ชื่อร้านว่า เบค ขนมไทย เขาเล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ก่อนจะผันตัวมาทำขนมไทยขาย คุณเบคเคยทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งมาประมาณ 3 ปี จากนั้นจึงลาออกมาเรียนต่อปริญญาโท

จนเมื่อได้มีโอกาสชิมขนมไทยของคุณน้าท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นคนรู้จักของคุณแม่ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณเบค มีความสนใจในด้านขนม

“มีคุณน้าที่รู้จักกับคุณแม่ เขาทำพวกขนม เบเกอรี่ เขาก็เอามาให้คุณแม่ทาน แล้ววันหนึ่งผมก็มีโอกาสได้ทานก็รู้สึกว่า รสชาติมันอร่อยมาก พอขนมหมดไปหาซื้อกินที่ไหนก็ไม่เหมือนกัน พอมีโอกาสได้ทานอีก ก็คุยกันเล่นๆ กับแกว่า ถ้าคุณน้าไม่อยู่ ผมจะไปหาทานที่ไหนได้แบบนี้ แถมแต่ละอย่างที่แกทำก็หากินยาก อย่างขนมตะลุ่ม อาลัวกุหลาบ ที่ใช้มือบีบทำ คุณน้าแกก็พูดว่า ขนมพวกนี้ก็คงตายตามตัวแกไป ผมเลยรู้สึกว่า ไม่ได้สิ เราต้องอนุรักษ์ไว้ ขนมของคุณน้ามันมีคุณค่านะ ไม่ใช่แค่ขนมขายถูกๆ มีแต่แป้งกับน้ำตาล”

“เลยบอกกับคุณน้าว่า งั้นผมขอไปเรียนทำได้ไหม ผมอยากอนุรักษ์ อยากสืบสานต่อ ก็เลยมีโอกาสได้ไปเรียนอยู่กับแก 6 เดือนเต็ม เรียนรู้ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ เรียนแม้กระทั่งยกซึ้งยังไงไม่ให้น้ำมันซึมออกมา มันก็มีแอบคิดๆ กับตัวเองนะว่า เรียนมาตั้ง ป.โท แต่มานั่งทำอะไรแบบนี้ เหนื่อยก็เหนื่อย พ่อแม่ก็เป็นข้าราชการ ไม่เคยมานั่งหรือให้เราทำแบบนี้ แต่พอมานึกถึงปณิธานที่ตั้งใจเอาไว้ เลยสู้ต่อ จนเรียนทำขนมจบจากแกมา แล้วก็บอกแกว่า ผมขอมาเปิดร้านนะ” คุณเบค เล่า

คุณเบค-ภาสกร วาสะสิริ วัย 35 ปี เจ้าของร้าน เบค ขนมไทย

เบค ขนมไทย จึงถือกำเนิดขึ้นในปี 2558 และต้องถือว่าเป็นการเริ่มต้นธุรกิจที่เริ่มจาก ศูนย์ ที่แท้จริงของคุณเบค เพราะอย่างที่กล่าวไปว่า ทางครอบครัวของคุณเบค ไม่มีใครยึดอาชีพค้าขายเลย จึงไม่มีตัวอย่างให้คุณเบคได้เรียนรู้จริง เขาจึงต้องเริ่มจากการไปยืนขายที่ริมฟุตบาท จนสามารถเปิดร้านได้โดยใช้ครัวบ้านเป็นจุดผลิตหลัก ซึ่งโดยรวมแล้ว ก็เป็นเวลากว่า 6 ปีที่อดีตหนุ่มออฟฟิศดีกรีปริญญาโทคนนี้หันมาจับธุรกิจขนมไทย

“ผมเริ่มจากศูนย์จริงๆ เลยนะ เพราะทั้งบ้าน มีผมคนเดียวที่แหวกเหล่าแหวกกอมาขายขนมไทย แล้วด้วยความที่เริ่มจากศูนย์ ผมก็เลยไม่รู้ว่าจะต้องหาที่ขายยังไง ลงล็อกยังไง ก็ไปอาศัยยืนขายตามฟุตบาท ก็โดนเจ้าที่เขาเขม่น จนมีพ่อค้าแม่ค้าที่เขาเอ็นดู เข้ามาแนะนำว่าถ้าอยากไปขายที่นั่นที่นี่ เราต้องทำยังไง จนขนมของผมกลายเป็นที่รู้จัก ก็เปลี่ยนแผนมาขายตามงานออกบู๊ธ ตามห้าง” คุณเบค ว่าอย่างนั้น

โดยจุดเด่นของขนมไทยของคุณเบค คือเป็นขนมไทยที่ค่อนข้างหาทานยากในปัจจุบัน อีกทั้งวัตถุดิบในการทำเน้นความสดใหม่วันต่อวัน ไม่ใส่สารกันเสีย เน้นคุณภาพและความหลากหลาย แม้ต้องเหนื่อย ตื่นมาทำตั้งแต่ตี 1 ตี 2 คุณเบคก็รู้สึกภูมิใจกับอาชีพนี้

“ตลาดขนมไทย จริงๆ มันก็มี การแข่งขันก็เยอะ แต่ผมว่าข้อดีของมันคือ มันทำให้ภาพลักษณ์ของขนมไทยมันมีคุณค่า ราคาสูงมากขึ้น มันทำให้ภาพรวมอุตสาหกรรมดีและโตขึ้น ถือเป็นการคัดสรรคุณภาพจริงๆ ร้านนั้นถึงจะอยู่ได้ ซึ่งผมไม่ได้มีหน้าร้านประจำและไม่ได้ทำขายทุกวันเหมือนคนอื่น เป็นธุรกิจเล็กๆ ที่อิงวันหยุดตามราชการ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นกลุ่มพนักงาน ราคาของผมก็เริ่มต้นที่ 35 บาท ถ้าขายห้างก็ปรับราคานิดหน่อย เพราะค่าที่มันก็มี รายได้เฉลี่ยก็หลักหมื่นปลายๆ ถ้าออกพวกอีเว้นต์ก็หลักแสน แต่ยังไม่ได้หักภาษี”

 

โดยขนมตัวเริ่มต้นที่คุณเบคทำขาย มีอยู่ด้วยกัน 4 ตัว ได้แก่ ขนมหยกมณี ขนมน้ำดอกไม้ ขนมถ้วยฟูใบเตย และขนมข้าวตู จวบจนปัจจุบัน ร้านของคุณเบค มีขนมให้เลือกกว่า 17 ชนิด โดยตัวที่ถือว่าเป็นตัวสร้างชื่อจนขายดีเลยก็คือ ขนมใส่ไส้ประยุกต์ และ ขนมตะลุ่มสังขยา ซึ่งคุณเบค กล่าวว่า ในตลาดขนมไทยไม่ค่อยมีคนทำขาย เพราะเวลาที่ใช้ทำค่อนข้างนาน

“ถามว่าโควิดกระทบไหม ไม่ว่าจะขายอะไร ผมว่า มันกระทบเหมือนกันหมด ผมก็หันมาทำออนไลน์มากขึ้น ซึ่งเดิมก็ทำอยู่แล้ว แต่ไม่ได้กระตือรือร้นมากเพราะอาศัยไปขายตามตลาด ตามออฟฟิศอะไรแบบนี้ พอเกิดสถานการณ์แบบนี้ ก็หันมาขายตามหมู่บ้าน เข้าแอพดีลิเวอรี่ แล้วก็พวกลูกค้าเก่า มันก็ไม่ได้ขายดีไปกว่าตอนก่อนโควิด แต่มันก็ไม่ได้เจ็บหนักขนาดนั้น ก็ต้องดิ้นรน ปรับตัวกันไป ให้เรารอด ลูกน้องรอด” คุณเบค ทิ้งท้ายอย่างนั้น

สอบถามเพิ่มเติม เฟซบุ๊ก เบค ขนมไทย