เจ้าของแยมผลไม้ไทย ผุด วอฟเฟิลตำรับเบลเยียม แก้วิกฤต ปังจนทำไม่ทัน

วอฟเฟิลตำรับเบลเยียม แก้เกม ออร์เดอร์ปังจนทำไม่ทัน
วอฟเฟิลตำรับเบลเยียม แก้เกม ออร์เดอร์ปังจนทำไม่ทัน

วิกฤตลากยาว เจ้าของแยมผลไม้ไทย ผุด วอฟเฟิลตำรับเบลเยียม แก้เกม ออร์เดอร์ปังจนทำไม่ทัน

หลายคนอาจไม่รู้ว่า ประเทศเบลเยียม ถือเป็นประเทศที่มีต้นตำรับอาหารอร่อยๆ หลากชนิด ไม่ว่าจะอาหารคาว หวาน หรือเครื่องดื่ม ที่แต่ละอย่างเรียกว่ามีชื่อเสียงโด่งดังสุดๆ ไม่ว่าจะเป็น ช็อกโกแลต วอฟเฟิล เฟรนช์ฟรายด์ และเบียร์ ถือได้ว่าเป็นของกินขึ้นชื่อที่นักท่องเที่ยวมักนึกถึงกันบ่อยๆ เลยทีเดียว

แต่เมื่อโควิดระบาด หลายประเทศยังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวกันในตอนนี้ คงทำให้เหล่านักท่องเที่ยวเดินทางไปสัมผัสกับอาหารจากประเทศต้นตำรับไม่ได้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอพาทุกคนไปกิน วอฟเฟิลตำรับเบลเยียมแท้ๆ จาก Be waffle กัน

คุณอ้อม-วิภาดา อิงเฮลแรม วัย 44 ปี หนึ่งในเจ้าของร้าน Be waffle เล่าว่า ก่อนจะมาเป็นธุรกิจวอฟเฟิลแสนอร่อยนี้ เธอและคุณคอนราด อิงเฮลแรม สามีชาวเบลเยียม วัย 54 ปี ได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับแยมกันมาก่อน

คุณอ้อม วิภาดา และ คุณคอนราด อิงเฮลแรม เจ้าของ Be waffle

“เราพบรัก แต่งงาน และอยู่ที่อังกฤษกัน จนปี 2010 คุณสามีต้องย้ายมาทำงานเป็น Executive Chef ที่โรงแรม 5 ดาวในไทย ก็ทำได้หลายปีรวมๆ แล้วมีประสบการณ์การเป็นเชฟมากว่า 30 ปี ส่วนพี่ก็เป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ ไปด้วย พอปี 2017 เราก็รู้สึกอิ่มตัว ประกอบกับคิดกันไว้นานแล้วว่า เราทั้งคู่อยากทำธุรกิจเป็นของตัวเอง

“ก็คิดจะทำนั่นทำนี่กันเยอะมาก แต่มาจบที่ ธุรกิจแยมผลไม้ไทย อย่าง ละมุน เพราะคุณสามีเขาคิดว่าประเทศไทยมีวัตถุดิบดีๆ เยอะ ผลไม้ก็มีหลากหลาย ด้วยความเป็นฝรั่ง ผลไม้บางชนิดเขาไม่เคยเห็น ก็ตื่นตาตื่นใจมาก ตอนทำงานเขาก็เห็นว่า ทำไมพวกโรงแรมชอบนำเข้าแยมจากต่างประเทศ ทั้งๆ ที่ในประเทศก็มีของดีนำมาทำได้ ก็เลยเกิดเป็นไอเดียในการทำธุรกิจหลักตัวนี้ขึ้น ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นโรงแรมทั่วไทยกว่า 40 แห่งเลยค่ะ” คุณอ้อม เล่า

ภาพจาก เพจ LamoonnJam

แยมละมุน เป็นแยมพรีเมี่ยมเพื่อสุขภาพ หวานน้อย ไม่ใส่สารกันเสีย ไม่แต่งสีหรือกลิ่นสังเคราะห์ เน้นวัตถุดิบที่สดใหม่ คัดสรรคุณภาพ ที่พัฒนาสูตรโดย เชฟคอนราด อดีตเชฟโรงแรม 5 ดาวหลายแห่งในประเทศไทย เชฟกวนแยมด้วยตัวเองทุกขวด ด้วยเทคนิคลับเฉพาะที่ตกทอดมาจากคุณย่าของเชฟ ผสมผสานกับการเลือกใช้ผลไม้ไทยกว่า 60% นำมากวนในสไตล์โฮมเมด ทำให้รสชาติแยมละมุนเป็นเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร

“ทำมาได้ 2 ปี ก็เจอโควิด แน่นอนว่าได้รับผลกระทบเต็มๆ ค่ะ เพราะหลักๆ เราทำแยมส่งตามโรงแรม รายได้เราเป็น 0 เลย จากการล็อกดาวน์ในครั้งโควิดรอบแรก ก็หันมาขายออนไลน์ มีรายได้เข้ามาบ้างพอเป็นค่านั่นนี่ จนมีการเปิดเพจฝากร้านของ มธ. ก็เข้าไปฝากขาย ผลตอบรับดีเลยค่ะ แต่บ่อยๆ เข้า ผลตอบรับที่ได้ก็ไม่ได้ดีเหมือนครั้งแรก เลยคิดกับเชฟว่า เราต้องทำอะไรนอกจากแยมขายแล้วแหละ แต่จะทำอะไรล่ะ”

เชฟคอนราด กำลังทำส่วนผสมวอฟเฟิล

“ก็นั่งคิดกันหลายอย่างเลยค่ะ ทั้งเนยถั่ว นั่นนี่ แต่ก็มานั่งตกผลึกว่า จริงๆ จุดขายเราอยู่ตรงไหน ก็ปิ๊งขึ้นว่า ตัวสามีเราเป็นเชฟชาวเบลเยียม ซึ่งเบลเยียม มีขนมขึ้นชื่อหลายอย่าง แต่ที่พูดถึงกันมากๆ คือ ช็อกโกแลต กับ วอฟเฟิล ซึ่งช็อกโกแลต ขั้นตอนทำมันเยอะมาก วอฟเฟิลเลยน่าจะเป็นจุดต่างที่ดี อีกทั้งคุณยายของเชฟ เขาก็มีสูตรวอฟเฟิลที่เชฟเคยกินตั้งแต่เด็กๆ เชฟก็ได้สูตรมาทำให้ลูกกินบ่อยๆ เลยตัดสินใจลองทำให้คนรอบตัวชิมดูก่อน” คุณอ้อม ว่าอย่างนั้น

คุณยายเจ้าของสูตร

โดยวอฟเฟิลของเชฟคอนราด ต่างจากวอฟเฟิลที่เห็นทั่วไปในตลาด ตรงที่แป้งกรอบนอกนุ่มใน และที่สำคัญ  มีเกล็ดน้ำตาลผสมอยู่ ทำให้รสสัมผัสเวลาทาน จะมีความกรุบกรอบกว่านั่นเอง

“เพื่อนชิมแล้วติดใจกันมาก เลยลองทำขายในเพจ Be waffle เมื่อกลางปีที่แล้ว ผลตอบรับคือเกินคาดมาก มีออร์เดอร์สั่งเข้ามาเกือบหมื่นชิ้น แล้วเชฟจะทำเป็นส่วนใหญ่ ส่วนอ้อมจะช่วยนิดๆ หน่อยๆ ก็ทำกันสองคน ใช้เวลาเป็นเดือนๆ เลยค่ะ ตอนนี้ก็ขายมาเกือบปีแล้ว ก็ยังขายได้ ยิ่งตอนนี้คนทำงานที่บ้าน ก็ยิ่งขายดีเลย เพราะเราก็จัดโปรโมชั่น แถมให้เต็มที่เหมือนกัน” คุณอ้อม เล่า

นอกจากขายในออนไลน์แล้ว จนทางสถานทูตได้ติดต่อเชฟคอนราดเข้ามา เพื่อให้ไปออกอีเว้นต์ที่ห้างใหญ่กลางเมืองเนื่องในโอกาสพิเศษ และมีโอกาสได้พรีเซ้นต์กับทาง CEO ของห้าง ที่ได้สัมผัสและชอบขนมของทางเชฟและคุณอ้อม จนทำให้ทั้งคู่ได้มีโอกาสเข้าไปขายในห้างเป็นบู๊ธเล็กๆ โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันงานเลย

“ตอนที่ได้เข้าไปขาย เราทั้งคู่ดีใจมาก เพราะเราเป็นเจ้าเล็กๆ ที่เพิ่งเริ่มทำกันไม่นาน และช่วงที่ได้ขึ้นไปขาย ก็เป็นช่วงวาเลนไทน์พอดี ผลตอบรับก็ดีค่ะ ส่วนงานที่ทางสถานทูตติดต่อมาก็โดนเลื่อนเพราะโควิดเสียก่อน ก็เสียดายนิดหน่อยแต่ก็เข้าใจสถานการณ์ ต้องบอกว่าตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงพฤษภาคม รายได้เรามาจากวอฟเฟิลเสียเป็นส่วนใหญ่”

 

 

“เราก็ทำกันมาเรื่อยๆ ค่ะ ตอนนี้ก็กำลังหาฐานลูกค้าแยมให้มากขึ้น กะว่าจะขยายตลาดไปเชียงใหม่ อยากทำส่งออกเหมือนกันแต่ก็ต้องศึกษารายละเอียดกันก่อน เพราะแต่ละที่มันมีกฎต่างๆ ไม่เหมือนกัน ก็ต้องดูให้ดี อาจจะเป็นการวางขายในอะเมซอน ออนไลน์ในไทยก็มีอยู่ แต่ก็มีความอยากเปิดเป็นร้าน ก็กำลังดูที่อยู่ค่ะว่าตรงไหนดี แค่รอสถานการณ์ดีขึ้นเท่านั้น ส่วนวอฟเฟิล ก็พยายามคิดสูตรใหม่ๆ ออกมา ก็ขอให้รอเปิดใจลองทานกันนะคะ” คุณอ้อม ว่าอย่างนั้น

แยมละมุน ขวดจิ๋วทุกรส ราคาขวดละ 29 บาท และ ขนาด 240 กรัม ขวดละ 150 บาท ส่วน Organic Mulberry Jam แยมลูกหม่อนออร์แกนิกแท้ ขนาด 240 กรัม ขวดละ 219 บาท และ royale fruits ขวดละ 199 บาท

ส่วน วอฟเฟิล มี 2 รสชาติ คือ ออริจินัล ราคาชิ้นละ 39 บาท กับ ช็อกโกแลต ราคาชิ้นละ 49 บาท

สอบถาม สั่งซื้อได้ที่ แยม เพจ LamoonnJam และ วอฟเฟิล เพจ Be waffle

เผยแพร่ครั้งแรก วันอังคารที่ 29 มิถุนายน พ.ศ.2564

 

 

 

บทความก่อนหน้านี้เปิด 5 ขั้นตอน เช็กสิทธิ โครงการเยียวยา นายจ้าง- ผู้ประกันตน ม.33