พิษโควิด จำต้องปิดหน้าร้าน เบนเข็มลุยออนไลน์ หั่นราคาขาย เก็บลูกค้าได้ทุกกลุ่ม

ร่าง-พิษโควิด จำต้องปิดหน้าร้าน เบนเข็มลุยออนไลน์ หั่นราคาขาย เก็บลูกค้าได้ทุกกลุ่ม
ร่าง-พิษโควิด จำต้องปิดหน้าร้าน เบนเข็มลุยออนไลน์ หั่นราคาขาย เก็บลูกค้าได้ทุกกลุ่ม

พิษโควิด จำต้องปิดหน้าร้าน แซนด์วิชขวัญใจสายชีส เบนเข็มลุยออนไลน์ หั่นราคาขาย เก็บลูกค้าได้ทุกกลุ่ม

ตั้งแต่โควิดระบาด ร้านรวงต่างๆ ก็พากันปิดหน้าร้าน ขยับเข้ามาขายผ่านออนไลน์กันมากขึ้น แต่บางร้านไปไม่ไหว ตัดใจปิดกิจการไปไม่น้อย ส่วนบางส่วนที่ยังพอสู้ไหว ก็จัดโปรโมชั่นแข่งเรียกลูกค้ากันให้พรึ่บ Holy Cheese เอง ก็เช่นกัน

คุณลูกเกด-กัณฐาภรณ์ สุบรรณ ณ อยุธยา  วัย 32 ปี หนึ่งในเจ้าของร้าน ได้คุยกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า เดิมทีคุณลูกเกดเรียนจบจากคณะอักษร จุฬาฯ ไม่เคยทำธุรกิจใดมาก่อน แต่ยึดอาชีพเป็นแอร์โฮสเตสมาได้หลายปี เมื่อว่างจากไฟลต์บินหมด ก็เริ่มมองหางานอย่างอื่นทำ โดยเอาความชอบของตัวเองและ คุณเอ็ม-สิทธิพร ญาณวรุตม์วงศ์ ผู้เป็นเพื่อนสนิทเป็นที่ตั้ง จึงเกิดเป็นธุรกิจแซนด์วิชชีส Holy Cheese ขึ้น โดยทำเป็นร้านเล็กๆ ขายในตลาดนัดรถไฟรัชดาฯ เน้นขายเมนูที่มีชีสเป็นหลัก โดยปัจจุบัน เปิดขายมาแล้วกว่า 6 ปี

คุณลูกเกด-กัณฐาภรณ์ สุบรรณ ณ อยุธยา  วัย 32 ปี หนึ่งในเจ้าของร้าน

“คือด้วยอาชีพทำให้เราเป็นคนเดินทางบ่อย และเป็นคนชอบกิน แล้วเรามีเพื่อนเป็นบล็อกเกอร์ เขาก็สายกินเหมือนกัน ก็เลยได้มาคุยกันว่า อยากทำร้านด้วยกันโดยเอาความชอบของพวกเราเป็นที่ตั้ง ซึ่งก็คือ แซนด์วิช เพราะเราก็ได้ลองอาหารมาเยอะ แล้วรู้สึกว่า แซนด์วิชมันกินง่าย กินสะดวก เลยค่อนข้างชอบเมนูนี้ และอยากทำขาย เลยคุยกันว่าถ้าจะทำก็ต้องทำให้อร่อยและออกมาเวิร์กที่สุด”

“ตอนแรกก็ลองทำให้เพื่อน ให้คนที่บ้านทาน แล้วแซนด์วิชเจ้าไหนที่ว่าอร่อยก็ไปลองกินกัน แล้วมาปรับสูตรของเรา ทำไปทำมาจนพอใจคนก็เชียร์ให้เปิดร้าน เลยเปิดเป็นป๊อปอัพบู๊ธอยู่ครึ่งปีค่ะ ดูกระแสว่าคนสนใจของเราแค่ไหน พอเราเห็นว่าผลตอบรับจากลูกค้าดี เลยย้ายมาเปิดร้านแบบทางการที่ตลาดนัดรถไฟ” คุณลูกเกด ว่าอย่างนั้น

โดยวัตถุดิบหลักอย่างชีส ทางร้านก็เน้นใช้ชีสคุณภาพ 2 ชนิด เป็นเบสในการทำ ทำให้ได้รสชาติไม่เหมือนใคร จึงไม่กลัวปัญหาเรื่องเจ้าใหญ่ในตลาดจะมาข่มแบรนด์เล็ก เพราะถึงจะเป็นสินค้าชนิดเดียวกัน แต่แซนด์วิชชีสของเธอนั้นแตกต่าง มีคุณภาพถึงขั้นเรียกได้ว่าพรีเมี่ยมกันเลยทีเดียว

คุณลูกเกดและคุณเอ็ม-สิทธิพร ญาณวรุตม์วงศ์ (ผู้ชาย) เจ้าของร้าน

แต่เมื่อโควิดมาเยือน ร้านแซนด์วิชเล็กๆ ของเธอก็โดนผลกระทบหนัก ไหนจะงานบินที่ต้องหยุดพักเพราะแทบจะไม่มีไฟลต์ให้บิน ทำเอาต้องปรับตัวกันยกใหญ่

“โควิดแรกๆ มันก็เริ่มไม่ดีแล้วค่ะ เพราะไฟลต์บินก็เริ่มน้อยลง พอช่วงมีนา สายการบินประกาศว่าหยุดบินไปเลย แถมงานสำรองอย่างร้านแซนด์วิช ตลาดก็ดันมาปิดอีก ก็ช็อกเหมือนกันค่ะตอนนั้น เพราะเรากระทบเต็มๆเลย ทั้งงานหลักงานรอง”

เมื่อตั้งสติได้ก็หันมาปรึกษาคุณเอ็มผู้เป็นหุ้นส่วน จึงได้ข้อสรุปที่ว่าหันมาขายออนไลน์ และให้พนักงานที่ร้านมาเป็น ไรเดอร์ ขับมอเตอร์ไซค์ส่งของของร้าน โดยได้เงินค่าส่งเป็นรายได้เสริมไปด้วย รวมถึงคุณลูกเกดและคุณเอ็มก็เข้าครัวมาช่วยขายกันอย่างเต็มตัว

“รอบ 1 เราก็ทำเป็นดีลิเวอรี่มาเรื่อยๆ รู้สึกว่าขายดีกว่าตอนเปิดหน้าร้านอีกค่ะ แต่พอตลาดเปิดให้ขายได้ คนก็เหมือนระแวง นักท่องเที่ยวก็ไม่มี เราก็เลยกลับไปออกบูู๊ธขายกัน พอทำไปแล้วมันกำลังจะดีขึ้น ปรากฏ รอบ 2 มาอีกแล้ว ร้านก็ต้องปิดอีก ซึ่งค่าเช่าที่อะไรพวกนี้เราก็ยังเสียเท่าเดิม พอหมดรอบ 2 กลับมาเปิด รู้สึกได้เลยว่าคนน้อยกว่าเดิม ก็คุยกับเพื่อนว่าถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป มันคงไม่คุ้มที่จะเปิดร้านให้เข้าเนื้อทุกเดือน แล้วเราก็ไม่รู้อีกว่าจะจบตอนไหน เลยตัดสินใจปิดหน้าร้านแล้วมุ่งดีลิเวอรี่กับออกบูู๊ธเอา” คุณลูกเกด ว่าอย่างนั้น

หลังจากตัดสินใจปิดร้าน ก็ขนอุปกรณ์ต่างๆ ออกและใช้บ้านของคุณลูกเกดเป็นครัวในการผลิตแซนด์วิชแทน โดยให้พนักงานสลับกันมาทำ โดยทางร้านจะเปิดรับออร์เดอร์เป็นรอบ รอบหนึ่งเปิดให้สั่งเพียง 8 วันต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งเป็นการทำให้ลูกค้ารู้สึกอยากกินและต้องรอสั่งเท่านั้นถึงจะได้กิน

“พอบอกว่าขายแซนด์วิช ลูกค้าจะรู้สึกแบบเป็นเมนูที่จะกินเมื่อไหร่ก็ได้ อยากกินก็กดสั่งแล้วร้านก็จะมาส่ง ซึ่งการทำแบบนั้นมันทำให้ร้านอย่างเราคุมค่าส่ง ค่าใช้จ่ายของร้านไม่ได้ แต่ถ้าเปิดเป็นรอบๆ แล้วปักโซนส่งเป็นวันไป มันทำให้คุมค่าใช้จ่ายของเราได้ดีกว่า” คุณลูกเกด ว่าอย่างนั้น

โดยช่วงรอบ 3 นี้ หลายๆ คนต้องทำงานอยู่บ้าน คุณลูกเกดก็ได้อานิสงส์ไปด้วย เพราะคนหันมาสั่งทานเยอะขึ้น จากที่ปกติขายได้วันละ 200 ชิ้นก็ทำแทบไม่ทันอยู่แล้ว เดือนเมษาที่ผ่านมา ร้านมียอดสั่งแซนด์วิชเพิ่มขึ้นมาถึง 2 เท่าต่อวัน!

นอกจากนี้ ที่ร้านยังตอบโจทย์การซื้อยุคโควิด ด้วยการออกโปรโมชั่นราคาขายที่ถูกลง ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อตามกำลัง อีกทั้งเป็นการเก็บฐานลูกค้าได้ครบทุกกลุ่มอีกด้วย

“ปกติแซนด์วิชเราจะราคาเริ่มต้นที่ 159 บาทค่ะ แต่ช่วงนี้เรารู้สึกว่าลูกค้าคิดเยอะขึ้นว่าจะซื้ออะไร ก็เลยทำราคาใหม่ออกมาให้เลือก โดยเป็นเริ่มต้นที่ 55 บาท ซึ่งแม้ราคาจะถูกลง แต่วัตถุดิบเราใช้แต่ของพรีเมี่ยมเหมือนเดิม แค่ไซซ์เท่านั้นที่เปลี่ยนไป ก็ถือว่าตอบโจย์ลูกค้านะคะ เพราะบางคนเขาก็อยากกินแต่ก็ติดเรื่องราคา แล้วทำให้เราเก็บฐานลูกค้าได้ทุกกลุ่มด้วย” คุณลูกเกด ว่าอย่างนั้น

หากใครสนใจ สอบถามสั่งซื้อได้ที่ เพจ Holy Cheese

 

 

 

บทความก่อนหน้านี้รู้หรือไม่ ช้อปปิ้งออนไลน์ จะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง ในอีก 4 ปีข้างหน้า?
บทความถัดไปเปิด 5 งานออนไลน์ แค่ใช้ความถนัด ก็สร้างรายได้อย่างงาม