เบื่องานบริษัท สาวบัญชี ลาออก หันขายโลงผีหมี่เกี๊ยว เหนื่อยแต่ภูมิใจ

เบื่องานบริษัท สาวบัญชี ลาออก หันขายโลงผีหมี่เกี๊ยว เหนื่อยแต่ภูมิใจ
เบื่องานบริษัท สาวบัญชี ลาออก หันขายโลงผีหมี่เกี๊ยว เหนื่อยแต่ภูมิใจ

เบื่องานบริษัท สาวบัญชี ลาออก หันขายโลงผีหมี่เกี๊ยว เหนื่อยแต่ภูมิใจ

เบื่องานบริษัท สาวบัญชี ลาออก หันขายโลงผีหมี่เกี๊ยว คุณแมว-ณัฐชา อภัยเสวตร์  อายุ 49 ปี เจ้าของกิจการร้านก๋วยเตี๋ยว โลงผีหมี่เกี๊ยว เจ้าดัง ย่านภูเขาทอง เล่าความเป็นมาให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟัง กว่าจะมีวันนี้ ว่า ก่อนหน้านี้เธอทำงานบริษัท ในตำแหน่งนักบัญชี ก่อนหน้าจะเกิดเหตุการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริษัท ส่วนงานที่ทำอยู่ต้องย้ายไปเปิดทำการที่ประเทศมาเลเซีย ทางบริษัทจึงมีโครงการจ้างออก เธอเลยสมัครเข้าร่วมโครงการ เพราะเริ่มรู้สึกเบื่อและอิ่มตัวกับงานประจำแล้ว

หลังหลุดจากวงจรชีวิตมนุษย์เงินเดือน คุณแมวผันไปเป็นฟรีแลนซ์ รับจ้างทำบัญชีเล็กๆ น้อยๆ ร่วมกับเพื่อน ประกอบกับช่วงดังกล่าว หลานชายปลดประจำการจากทหารเกณฑ์ ยังไม่มีงานทำ อยู่กับบ้านเฉยๆ  จึงอยากช่วยหาอาชีพให้ทั้งตัวเธอเองและหลานชาย

“คุยกันก่อนในครอบครัว มาขายของกันมั้ย ซึ่งครอบครัวมีพื้นฐานด้านค้าขายอยู่แล้ว บ้านพักอาศัย อยู่แถววัดสระเกศ พอดีได้ความอนุเคราะห์จากทางท่านผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสระเกศ อนุญาตให้ไปตั้งรถเข็นขายของได้ เลยตัดสินใจเริ่มต้นกันเลย” คุณแมว ย้อนที่มา

หมูแดง สูตรของแม่

ก่อนบอกต่อว่า  เลือกขายบะหมี่เกี๊ยวหมูแดง  เพราะคุณแม่ของเธอ เคยทำหมูแดงให้ทาน เป็นสูตรของที่บ้านซึ่งอร่อยมาก หมักเอง ย่างเอง ส่วนบะหมี่และแผ่นเกี๊ยว รับมาจากแหล่งผลิต ที่ผ่านการทดสอบรสชาติมาอย่างดีแล้วว่า ผ่านแน่นอน

เมื่อสินค้าพร้อม ที่เหลือคือ กิมมิก ซึ่งคาดว่าน่าจะช่วยเรียกความสนใจได้ คุณแมว จึงตั้งต้นจาก ทำเลขาย ที่คนสมัยก่อนจะเรียกบริเวณดังกล่าวว่า ตรอกโลงผี เลยตั้งชื่อกิจการของเธอว่า โลงผีหมี่เกี๊ยว จากนั้นจึงหา พร็อพ (Prop) มาเป็นจุดขาย คิดไปคิดมา ลงตัวที่พวงเครื่องปรุง และกล่องใส่ตะเกียบ ซึ่งดูยังไงมันก็คือโลงใบจิ๋ว ส่วนขวดน้ำปลา นำไปใส่ใว้ในโกศทองเหลือง ซึ่งโดยปกติคนทั่วไป นำไปใช้สำหรับบรรจุใส่อัฐิของผู้ล่วงลับ

“พร็อพ ที่เอามาใช้ มันได้ผล โลงจิ๋ว เรียกลูกค้าได้มาก หลายคนมาแม้อาหารยังไม่ได้ชิม แต่พอได้ชิมเขาก็มาซ้ำ ด้วยชอบความแปลก ที่บนโต๊ะ เอาโลงมาตั้ง เอาโกศ มาตั้ง” คุณแมว เล่ายิ้มๆ

ขายอาหาร รับเงินสดทุกวัน

ใช้วลาเตรียมตัวราว 1 เดือน กิจการ โลงผีหมี่เกี๊ยว เริ่มจาก 3 โต๊ะ ปัจจุบัน ขยายเป็น 7 โต๊ะ โลงจิ๋วใส่เครื่องปรุง และใส่ตะเกียบ ต้องสั่งทำเพิ่ม ตอนแรกทำรถเข็นคันเดียวหนึ่งหม้อลวก ตอนนี้ทำไม่ทัน ต้องเพิ่มรถเข็นเล็ก อีกคัน หม้อลวกอีกหนึ่ง ทำเฉพาะใส่ห่ออย่างเดียว

คุณแมว บอกอีกว่า ไม่คาดว่าร้านของเธอขายดีขนาดนี้ ตอนแรกยังพูดกับหลาน ทำกันสองคน ถ้าขายไม่ดี ก็นั่งชิลๆ กันไป เพราะบ้านอยู่ใกล้แค่นี้เอง ไม่คิดว่าชั่วข้ามคืน กระแสแรงมาก มีคนมารอทานตั้งแต่สี่โมงเย็น สองทุ่มของหมดแล้ว วันแรกๆ ใช้เส้นบะหมี่ 5 กิโล กลัวจะขายไม่หมด แต่ตอนนี้ใช้เกือบ 30 กิโลทุกวัน

พร็อพ ประจำร้านโลงผีหมี่เกี๊ยว ของคุณแมว

“หลายคนมารอตั้งแต่สี่โมงเย็น ทุกคนมารอถ่ายรูปพร็อพ ก็รู้สึกขำๆ ว่าตกลงร้านเราขายโลงจิ๋ว หรือขายอาหาร กันแน่ ไม่รู้ว่าโลงนำพา หรืออาหารนำพา ให้ประสบความสำเร็จขนาดนี้” คุณแมว บอกอย่างนั้น

และว่า เธอเป็นคนไม่เชื่อเรื่องดวง ตอนคิดจะทำพร็อพ เป็นโลงจิ๋ว มีการถกเถียงในครอบครัวเหมือนกัน หลานบอก ไม่มีปัญหา พี่สาวของเธอบอกไม่ดี อาจเป็นของอัปมงคล ส่วนเธอ ปีนี้อายุ 49 อยู่ระหว่างกึ่งกลาง คนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ เลยตัดสินใจเอง โน้มเอียงไปทางคนรุ่นใหม่ ดีกว่า

 

“ไม่เคยหวังว่า โลงจิ๋ว จะโด่งดัง เพราะสินค้าหลักคือ อาหาร โลงจิ๋ว กล่องเครื่องปรุง เป็นแค่พร็อพ เท่านั้นเอง แค่อยากให้ลูกค้ามาลองมาชิมก่อน ถ้าอร่อยถูกปาก คงบอกต่อกันเอง” คุณแมว บอกจริงจัง

คุณแมว (กลาง) กับลูกค้าคนดัง

เมื่อถามถึง ความแตกต่างของอาชีพแม่ค้ากับพนักงานประจำ คุณแมว อธิบาย

“ขายอาหาร รับเงินสดทุกวัน ส่วนทำงานออฟฟิศ สิ้นเดือนได้เงินที แต่งานแตกต่างกันมาก งานออฟฟิศ นั่งตากแอร์ ทำตามคำสั่งของเจ้านาย แต่ค้าขาย ต้องทำเป็นหมด และทำได้ทุกหน้าที่ในคนเดียว ถามว่าเหนื่อยมั้ย เหนื่อยสุดๆ แต่ดีใจที่มีร้านของเราเอง แม้จะเป็นแค่ร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ”

ก่อนจาก ขอให้คุณแมว ฝากถึงคนที่อยากเริ่มต้นทำอาชีพอิสระ โดยเฉพาะการทำอาหารขาย

“ตั้งต้นธุรกิจนี้ ด้วยเงินทุน 3 หมื่นบาท ก่อนทำต้องแน่ใจอาหารของเราอร่อย ถ้าอร่อยจริง คนบอกต่อกันแน่นอน ส่วนกิมมิก มีส่วนช่วยได้บ้าง แต่ถ้าอาหารไม่อร่อย กิมมิก จะดึงคนให้มาทานได้แค่ครั้งเดียว แต่ถ้าขายจนมีลูกค้าประจำแล้ว ถือว่าน่าจะไปต่อได้” คุณแมว แนะไว้อย่างนั้น