ลูกชิ้นพิษณุโลกราม่า ของอร่อยเมืองสองแคว สู่ธุรกิจแฟรนไชส์ 280 สาขาทั่วประเทศ

ลูกชิ้นพิษณุโลกราม่า ของอร่อยเมืองสองแคว สู่ธุรกิจแฟรนไชส์ 280 สาขาทั่วประเทศ
ลูกชิ้นพิษณุโลกราม่า ของอร่อยเมืองสองแคว สู่ธุรกิจแฟรนไชส์ 280 สาขาทั่วประเทศ

ลูกชิ้นพิษณุโลกราม่า ของอร่อยข้างทางเมืองสองแคว สู่ธุรกิจแฟรนไชส์ 280 สาขาทั่วประเทศ

จากร้าน ลูกชิ้นทอด หน้าโรงหนังเมื่อ 50-60 กว่าปีที่แล้ว ปัจจุบัน ลูกชิ้นพิษณุโลกราม่า กลายเป็นธุรกิจที่มี แฟรนไชส์ กว่า 280 สาขาทั่วประเทศ โดยมี คุณโค้ว-ธนิตศักดิ์ อิงคะกิตติโรจน์ วัย 56 ปี เจ้าของธุรกิจรุ่นที่ 2 เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ โดยเขาให้สัมภาษณ์กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ถึงที่มาที่ไปธุรกิจลูกชิ้นหมูนี้ว่า

คุณโค้ว-ธนิตศักดิ์ อิงคะกิตติโรจน์ วัย 56 ปี เจ้าของธุรกิจรุ่นที่ 2

ธุรกิจแต่เดิมเริ่มต้นมาจากคุณพ่อของเขาซึ่งเป็นคนจีน ผ่านการทำงานมาหลากหลายอาชีพ ทำให้มีความรู้ติดตัวมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ ความรู้ด้านการทำลูกชิ้น เมื่อข้ามน้ำข้ามทะเลและตัดสินใจลงหลักปักฐานที่พิษณุโลก จึงนำความรู้นี้มาสร้างเป็นอาชีพ หวังเลี้ยงลูกและครอบครัว ทำไปขายไปจนกลายเป็นที่ชื่นชอบของชาวเมืองสองแคว และโด่งดังกลายเป็นที่รู้จักในที่สุด

“เมื่อก่อนเตี่ยตั้งร้านขายอยู่แถวโรงหนังพิษณุโลกราม่า ดวงความเป็นลูกคนจีน ผมเลยคลุกคลีมากับการทำลูกชิ้นมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วเห็นว่ามันเหนื่อย เพราะเตี่ยไม่เคยหยุดขายเลย ก็คิดไว้ว่าจะไม่ทำแบบเตี่ยแน่ พี่น้องคนอื่นๆ อีก 7 คนเขาก็ไม่เอา พอเรียนจบก็หนีไปทำอย่างอื่น”

โดยคุณโค้วได้เข้าทำงานในสถาบันการเงินแห่งหนึ่งอยู่หลายปี จนเมื่อปี 2540 เกิดวิกฤตฟองสบู่แตก นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาหันกลับมามองธุรกิจของครอบครัว และตัดสินใจลาออกกลับมาสานต่อกิจการของพ่อในที่สุด

“ด้วยความที่ผมทำงานธนาคาร ก็จะเห็นลูกค้าสินเชื่อ ธุรกิจเขาล้มเพราะฟองสบู่ ก็สงสารเขา แล้วมันก็ทำให้เรากลับมานั่งคิด หันกลับมามองเตี่ยตัวเองที่แกก็เริ่มไม่สบายตามวัย มันก็ถึงจุดหนึ่งที่ทำให้คิดได้ว่า เราต้องกลับมาสานต่อธุรกิจของเตี่ยที่เลี้ยงเราและพี่น้องอีก 6-7 คน ได้แล้วแหละ” คุณโค้ว เล่า

แน่นอนว่าการลาออกจากงาน มาทอดลูกชิ้นขาย ไม่ได้รับการสนับสนุนของผู้เป็นพ่อนัก คุณโค้ว เล่าว่า คุณพ่อของเขามองว่างานธนาคารเป็นงานที่ดี มีความมั่นคง และทราบมาตลอดว่าคุณโค้วไม่อยากทำลูกชิ้นขาย อีกทั้งผู้เป็นพ่อก็ไม่ได้อยากให้ลูกลำบาก เมื่อรู้ข่าวว่าเขาลาออกจากงานดีๆ มา จึงเสียใจมาก อีกทั้งยังสบประมาทคุณโค้วว่า เขาไม่สามารถทำลูกชิ้นขายได้หรอก

“ตอนเตี่ยรู้ว่าลาออกจากธนาคาร เตี่ยเสียใจมากครับ แล้วแกก็สบประมาทผมไว้ถึงขนาดว่า ไม่ยอมให้เหยียบเข้าไปในโรงงานทำลูกชิ้นของแกเลย จนผมเบนเข็มไปเปิดร้านอาหาร แกก็ยอมให้เงินมาทำร้านก้อนหนึ่ง พอแกเห็นว่าผมทำให้ร้านมันไปรอด แกก็เลยยอมรับในตัวผม และให้ทำลูกชิ้นขายต่อจากแก แต่ธุรกิจนี้คู่แข่งมันเยอะ เพราะพอตกงานก็มาขายอาหารขายลูกชิ้น ไหนจะขายตัดราคากันอีก มันก็เป็นวิกฤตที่เราต้องเจอ ซึ่งบอกเลยว่ามันเหนื่อยมาก เพราะลูกชิ้นของผมเป็นลูกชิ้นคุณภาพที่ใช้เนื้อหมูเนื้อวัวแท้ๆ มาทำ มันทำให้ต้นทุนสูง ไปขายราคาถูกมากก็ไม่ไหว เลยเป็นจุดที่ทำให้คิดว่า ควรทำแบรนดิ้งแบบจริงจังได้แล้ว เพราะตั้งแต่เตี่ยขายมาไม่มีแบรนด์เลย อาศัยว่าลูกค้าจำได้ว่าเตี่ยขายแค่นั้น” คุณโค้ว กล่าว

ด้วยกาลเวลาที่ผันเปลี่ยน ค่าเงินก็แปรผันตาม ทำให้ราคาวัตถุดิบราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ คุณโค้ว กล่าวว่า เขามองแล้วว่าถ้าราคาวัตถุดิบยังดีดขึ้นตลอดแบบนี้ สิ่งเดียวที่จะทำให้ธุรกิจลูกชิ้นของเขาสามารถอยู่ได้ คือต้องใช้ คุณภาพเข้าสู้

“พอมารับช่วงต่อ ก็ทำมาเรื่อยๆ จนปี 47-48 ผมเริ่มจดทะเบียนการค้า จดทะเบียนแฟรนไชส์ พอปี 55 ผมก็เริ่มศึกษาเรียนรู้ทำให้มันอยู่ได้ ก็เขียนแผนขยายกิจการไปทั่วประเทศ ซึ่งแฟรนไชส์ก็เป็นตัวเลือกที่ดี จนปี 56-57 เริ่มกล้าขายจริงจังแล้ว”

“ลูกชิ้นของผมมีจุดเด่นตรงที่มันมีความกรอบและหอม ผิวข้างนอกบางแต่เนื้อนุ่ม ไม่มีใครทำขายแบบนี้แล้วในไทย เป็นลูกชิ้นโบราณจริงๆ ที่ไม่มีเครื่องเทศกระเทียมพริกไทยกลบกลิ่นเนื้อสัตว์เลย แต่ไม่คาวเพราะผมมีวิธีการกลบกลิ่นให้ไม่คาว แล้วผมผลิตอย่างสะอาดได้มาตรฐาน ลูกชิ้นถ้าฟรีซเก็บไว้ได้ พอเอามาทอดกินเนื้อสัมผัสไม่เสีย ผมสามารถส่งลูกชิ้นให้แฟรนไชส์ได้ในราคาถูกเพราะผมผลิตเอง และรับประกันราคาได้เลยว่าไม่แพงถ้าเทียบกับคุณภาพ ที่สำคัญ น้ำจิ้มอร่อย ผมเดินสายขยายสาขากับภาครัฐเลย ถือเป็นการกระจายรายได้ให้คนอย่างหนึ่ง ขายมา 50 กว่าปีตอนนี้ก็มีแฟรนไชส์ 280 กว่าสาขาทั่วประเทศแล้วครับ”

แต่ใช่ว่าธุรกิจของเขาจะไม่มีจุดอ่อน คุณโค้วยอมรับว่า การทำมาร์เก็ตติ้ง ยังเป็นอะไรที่เขายังต้องพัฒนาอยู่บ่อยๆ ซึ่งปัจจุบันเกิดสถานการณ์โควิด จึงทำให้คุณโค้วต้องปรับตัวหันมาขายผ่านออนไลน์ด้วย ซึ่งเจ้าของกิจการรุ่นที่ 2 เผยว่ายอดขายออฟไลน์ก็ยังครองแชมป์ทำเงินมากกว่า แต่ใช่ว่าออนไลน์จะไม่ดี

“โควิดมา ไม่ได้กระทบเท่าไหร่ เพราะของผมมันเป็นอาหารสตรีตฟู้ด แต่ถามว่ายอดตกไหมมันก็ตกเหมือนกันทุกธุรกิจ ก็หันมาทำออนไลน์เพราะมันก็อยู่ในจุดที่ว่ามันต้องทำแล้วเหมือนกัน รวมๆ แล้วก็ถือว่ายังโอเค ยังขายได้อยู่ ในอนาคตก็จะพัฒนาสินค้าให้ดียิ่งขึ้น แล้วก็ว่าจะรับทำ OEM เหมือนกัน แต่ก็ต้องศึกษาดูก่อน” เจ้าของธุรกิจลูกชิ้น ว่าอย่างนั้น

ลูกชิ้นพิษณุโลกราม่า มีทั้งแบบที่เป็นลูกชิ้นหมูและเนื้อวัว หากสนใจอยากลองชิม สามารถสอบถามรายละเอียดและสั่งซื้อได้ที่ เฟซบุ๊ก ลูกชิ้นพิษณุโลกราม่า

เผยแพร่เมื่อ วันพฤหัสที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2563

บทความก่อนหน้านี้อดีตมนุษย์เงินเดือน ลาออก ทำ มะตูมเชื่อม เจ้าสุดท้ายในบางกอกน้อยที่ใช้เตาถ่าน
บทความถัดไปเปิดทริกพิชิตปัญหา คู่แข่งขายของตัดราคา แก้อย่างไรดี