ทำกินตาม พัคแซรอย! ซูนดูบูจิเก หรือ “แกงเต้าหู้อ่อน” รสชาติร้อนแรง แต่ละมุนลิ้น

ทำกินตาม พัคแซรอย! ซูนดูบูจิเก หรือ “แกงเต้าหู้อ่อน” รสชาติร้อนแรง แต่ละมุนลิ้น
ทำกินตาม พัคแซรอย! ซูนดูบูจิเก หรือ “แกงเต้าหู้อ่อน” รสชาติร้อนแรง แต่ละมุนลิ้น

ทำกินตาม พัคแซรอย! ซูนดูบูจิเก หรือ “แกงเต้าหู้อ่อน”  รสชาติร้อนแรง แต่ละมุนลิ้น

อันยองฮาเซโย อาจุมมา พาไปตามรอยพัคเซรอย จากเรื่อง Itaewon Class กันต่อค่ะ นอกจาก “คงบูล” 콩불 ผัดถั่วงอกกับเนื้อแล้ว ซิกเนเจอร์ดิสของร้านทันบัม อีกอย่างคือ แกงเต้าหู้อ่อน ที่เรียกว่า “ซูนดูบูจิเก” 순두부찌개 หรือ “กิมจิซูนดูบูจิเก” 김치순두부찌개 เมนูนี้ เราเห็นในหลายฉากของซีรีย์เรื่องนี้

ฉากที่พัคแชรอย ทำแกงเต้าหู้อ่อน ที่เรียกว่า “ซูนดูบูจิเก” 순두부찌개

ใครเคยทำแกงกิมจิ ก็จะเห็นว่ามันคล้ายๆ กัน วัตถุดิบได้แก่ กิมจิ เต้าหู้อ่อน ใช้เต้าหู้หลอดง่ายที่สุด เนื้อหมูปกติจะใช้หมูสามชั้น แต่วันนี้ฉันใช้หมูสันใน หรือจะใส่ซีฟู้ดทั้งกุ้ง หมึก และหอยตลับก็เข้ากันดี

นอกจากนี้ก็มีต้นหอมและหัวหอม ในบ้านมีแต่หอมแขกก็เลยหยวนๆ อีกตามเคย ทำอาหาร อย่าไปเข้มงวดมากค่ะ วัตถุดิบหลายอย่างสามารถใช้ทดแทนกันได้

ส่วนสำคัญที่ต้องทำ เวลาทำซุปทำแกงของเกาหลี คือ น้ำสต๊อก วันนี้ฉันใช้ปลาแอนโชวี่แห้ง ซึ่งก็คือปลากะตักหรือปลาฉิ้งฉ้างนั่นเอง เด็ดหัวกับพุงออก หัวไชเท้าหั่นเป็นแว่น และเห็ดหอมแห้ง อันที่จริงจะต้องใส่สาหร่ายดาชิมา 다시마 แต่ที่บ้านหมดก็เลยหยวนๆ อีกเพราะแค่สิ่งที่ใส่ก็แน่ใจได้ว่าน้ำซุปหวานหอมตามธรรมชาติแล้ว แต่ถ้ามีสาหร่ายก็จะยิ่งอร่อยขึ้นไปอีก

ฉันทำอาหารเกาหลี ไม่เคยใช้ผงปรุงรสหรือผงน้ำซุปเลยสักที บางทีก็อยากขี้เกียจเหมือนกัน นำส่วนผสมเหล่านั้นใส่หม้อเติมน้ำกะพอแกงหนึ่งชามซึ่งน้ำจะลดลงเหลือแค่ครึ่งหนึ่งหลังจากต้มไปประมาณ 15-20 นาที แล้วกรองเอาแต่น้ำ

เตรียมส่วนผสมซอส ได้แก่ พริกป่นเกาหลี ซอสถั่วเหลือง กระเทียมสับ น้ำมันงา และน้ำตาลนิดหน่อย ส่วนใครจะใส่โคชูจังด้วยก็แล้วแต่ชอบค่ะ ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน ใส่ถ้วยรอไว้

นำหม้อดินเผาที่เรียกว่า “ตุ๊กเบกี” 뚝배기 ขึ้นตั้งเตา ใส่น้ำมันลงไปนิดหน่อยตามด้วยกระเทียม หัวหอม และเนื้อหมู ผัดให้หอม ตามด้วยกิมจิประมาณ 1 ถ้วย พร้อมน้ำกิมจิสัก 2-3 ช้อน ใส่ซอสที่เตรียมไว้แล้วผัดให้เข้ากัน แล้วเติมน้ำสต๊อก เมื่อแกงเดือดตักเต้าหู้ใส่ลงไป ไม่ต้องห่วงสวยเละๆ บ้างก็ได้

เมื่อแกงเดือดอีกทีก็โรยต้นหอมและต่อยไข่ลงไป 1 ฟอง พอดีไข่ฟองเล็ก ฉันเลยแถมให้อีก 1 ฟอง แล้วปิดไฟ หม้อดินจะเก็บความร้อนได้นานก็จะค่อยๆ สุกไปเรื่อยๆ เดี๋ยวกินไปสักพักไข่ก็สุกพอดีค่ะ

ทำไม่ยากเลยใช่ไหมคะ รสชาติร้อนแรงแต่ละมุนลิ้นด้วยความนุ่มของเต้าหู้ ถูกปากชาวเราแน่ๆ ค่ะ

บทความก่อนหน้านี้เปิดมาแล้วร้อยปี! “บ้านต้นมะขาม” ร้านเครื่องประดับหัตถศิลป์ เล็งเปิด WorkShop ในต่างแดน
บทความถัดไปเปิดใจ SMEs ไทย เกือบเอาตัวไม่รอด ในยุคโควิด -19 เผยเคล็ดลับประคองรายได้