เปิดแนวคิด “แฟรนไชส์ให้ยืม” ของร้านขนมจีบซาลาเปาเจ้าดัง ตลาดยิ่งเจริญ

เปิดแนวคิด “แฟรนไชส์ให้ยืม” ของร้านขนมจีบซาลาเปาเจ้าดัง ตลาดยิ่งเจริญ

แฟรนไชส์ให้ยืม – ขนมจีบ-ซาลาเปา เรียกได้ว่าเป็นอาหารประเภทติ่มซำที่คนไทยนิยมขายและรับประทานกันมาก สวนทางกับการทำ ที่ต้องใช้ความประณีตละเอียดอ่อน ค่อยๆ ปั้นไปทีละลูก ติ่มซำจึงเป็นอาหารคำเล็กๆ ที่อัดแน่นไปด้วยความใส่ใจกับการเลือกวัตถุดิบและการปรุง อีกทั้งยังผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ลงไปด้วย

คุณแตน-ธัญลักษณ์ และคุณวิฒน์-เดชาวิฒน์ คงอยู่ สองสามีภรรยาเจ้าของร้าน “เป๋าตุง” ร้านขนมจีบซาลาเปาเจ้าดังในตลาดยิ่งเจริญ

คุณแตน-ธัญลักษณ์ และคุณวิฒน์-เดชาวิฒน์ คงอยู่ สองสามีภรรยาเจ้าของร้าน “เป๋าตุง” ร้านขนมจีบซาลาเปาเจ้าดังในตลาดยิ่งเจริญ ได้เล่าที่มาที่ไปให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า เดิมทีสองสามีภรรยาคู่นี้ไม่ได้เปิดร้านขายติ่มซำนี้มาก่อน แต่มีอาชีพเป็นพ่อค้าแม่ค้ารถเข็นข้างทางที่ขายขนมถังแตก

“เมื่อก่อนพี่เป็นแม่ค้าขายเร่ค่ะ ขายพวกขนมถังแตกอะไรแบบนี้ ทีนี้พี่ไปเห็นคนเขาขายพวกขนมจีบที่ตลาดสำโรง ก็เกิดเป็นแรงบันดาลใจว่า เราน่าจะมาทำขายได้เหมือนกันนะ เพราะพี่ชายเราก็เป็นกุ๊กที่ทำงานอยู่ที่สิงคโปร์ แล้วเขาจะกลับมาอยู่ไทย มาทำอาหารขาย เราก็น่าจะไปทำร่วมกับพี่ชายได้นะ ก็เลยไปช่วยๆ กันกับพี่ชายแล้วก็เริ่มทำขาย โดยเข็นรถเร่ขายตามข้างทาง ตลาดสดทั่วไปนี่แหละ โดยใช้ชื่อประวิฒน์ขนมจีบซาลาเปา พอลูกค้าเขาเริ่มติดใจ ก็ขยับขยายแยกตัวออกมาจากพี่ พัฒนาสูตรให้ถูกปากคนไทย แล้วก็ขยับขยายมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นร้านขนมจีบซาลาเปาเป๋าตุงมาจนทุกวันนี้ค่ะ” คุณแตน เล่าให้ฟัง

ขนมจีบมีทั้งหมด 4 ไส้ ได้แก่ ไส้หมู ปู กุ้ง และไส้หมูห่อสาหร่าย ส่วนซาลาเปานั้นมีทั้งหมด 5 ไส้ ไส้หมูสับ หมูแดง ครีม ถั่วดำ และมันม่วง นอกจากนั้นก็ยังมีหมั่นโถวและอย่างอื่นขายด้วย ราคาเริ่มต้นที่ 15 และ 20 บาท

เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่ “เป๋าตุง” ได้ถือกำเนิดขึ้น จุดเด่นที่ทำให้ขนมจีบซาลาเปาของร้านเป็นที่นิยม คือ น้ำจิ้ม ที่มีรสชาติเปรี้ยวหวานและความเผ็ดร้อนของพริกไทยอย่างลงตัวถูกปากคนไทย อีกทั้งตัวอาหารมีแป้งไม่หนาจนเกินไป แถมไส้แน่น เป็นที่ถูกอกถูกใจของลูกค้าเป็นอย่างมาก

“วันๆ หนึ่งเราขายขนมจีบได้ประมาณหมื่นกว่าลูก ส่วนซาลาเปาจะอยู่ที่ 5-6 พันลูก ทั้งขนมจีบและซาลาเปาของเรา แป้งจะบาง ไส้จะแน่นมากๆ รสชาติอร่อย แถมราคาไม่แพงมาก ใครๆ ก็ซื้อทานได้ ขนมจีบที่ลูกค้านิยมทานกันก็จะเป็นหมู ปู กุ้ง นี่แหละค่ะ แต่ซาลาเปาต้องเป็นไส้หมูสับไข่เค็ม เพราะหมูเราใช้เนื้อสันบดและผสมเข้ากับพริกไทยและมันหมู ทำให้รสสัมผัสที่ออกมามีความนุ่มลิ้น หอมพริกไทย รายได้ก็กำลังดีค่ะ พอเลี้ยงครอบครัว เลี้ยงลูกน้องได้” คุณแตน กล่าวยิ้มๆ

ปัจจุบัน ขนมจีบซาลาเปาเป๋าตุง มีสาขาแฟรนไชส์และลูกค้ารับของไปขายต่อรวมกันกว่า 100 เจ้า คุณแตน กล่าวว่า หากใครที่สนใจอยากขายแต่มีทุนน้อย ทางร้านก็มี “แฟรนไชส์แบบให้ยืม” เป็นทางเลือกให้กับผู้ที่สนใจด้วย

“ร้านเรามีขายแฟรนไชส์ค่ะ ราคาสามหมื่นต้นๆ แล้วก็มีแฟรนไชส์แบบให้ยืมด้วย เป็นแฟรนไชส์ที่เน้นช่วยเหลือคนที่มีทุนน้อยหรืออยากหารายได้เสริม โดยเราจะมีสัญญาให้ทำ แล้วก็จะให้ฝ่ายการตลาดไปดูว่า ทำเลที่คุณจะเอาแฟรนไชส์ไปลงนั้นผ่านไหม ถ้าผ่านก็มาทำสัญญาแล้วทางเราก็จะเอาของไปลงให้ ถ้าวันไหนคุณอยากเลิกกิจการก็คืนแฟรนไชส์กลับมาให้เรา”

ถามถึงแผนต่อไปสำหรับกิจการขนมจีบซาลาเปา เป๋าตุง คุณแตน กล่าวว่า ตอนนี้กำลังขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยเน้นที่ ประเทศลาว พม่า กัมพูชา ก่อน

หากใครสนใจสั่งซื้อหรืออยากซื้อแฟรนไชส์ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ เฟซบุ๊ก : ขนมจีบซาลาเปาบริษัทเป๋าตุงฟู้ดส์จำกัด หรือ โทร. (092) 275-7615 และ (089) 361-6359

 

บทความก่อนหน้านี้ขสมก. ปรับเวลาเดินรถเมล์ ให้บริการ 05.00 – 21.00 น. เริ่ม 3 เม.ย. เป็นต้นไป
บทความถัดไป‘ข้าวกล่องอาม่า’ ปรับกลยุทธ์สู้โควิด ขยายเวลา-เจาะกลุ่มคอนโด-ออกเมนูมื้อเย็นใหม่