ราคานี้หาที่ไหนได้! ชาบูชีส เริ่มต้น 19 บาท บางสาขานั่งกินได้ยาวๆ ยันตีสี่

ราคานี้หาที่ไหนได้! ชาบูชีส เริ่มต้น 19 บาท บางสาขานั่งกินได้ยาวๆ ยันตีสี่

ยอมรับจริงๆ ว่าสมัยนี้อาหารแนวปิ้งย่าง อย่างหมูกระทะ ชาบู บุฟเฟ่ต์นั้นกำลังมาแรง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น เรียกว่าเป็นอาหารมื้อหลักกินแทนข้าวไปแล้ว หากเป็นเมื่อก่อนคนจะนิยมกินอาหารประเภทนี้ในวันพิเศษ หรือวันเงินเดือนออก แต่เป็นปัจจุบันวันไหนก็กินได้ เพราะราคาถูกมากขึ้น คนเข้าถึงง่าย

 

“กินกันจัง ชาบูชีส” คือ อีกหนึ่งร้านชาบูในดวงใจของกลุ่มวัยรุ่นที่เปิดให้บริการเพียง 3 ปี แต่ขยายไปแล้ว 8 สาขา เสิร์ฟราคาย่อมเยา เริ่มต้นเพียง 19 บาท สั่งได้จุใจมีให้เลือกมากกว่า 50 เมนู นั่งกินได้ยาวๆ เพราะปิดให้บริการดึกมาก 01.00 น. 02.00 น. และ 04.00 น.

คุณพชร เรืองพีระกุล เจ้าของร้านวัย 31 ปี เล่าว่า ก่อนหน้านี้เปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเรือมานาน 2 ปี กิจการไปได้ดี จึงขยายมาเปิดชาบู เพราะเห็นว่า คนนิยมกินอาหารแนวนี้ โดยสาขาแรก คุณพชรใช้เงินลงทุนไปมากถึง 500,000 บาท หนึ่งห้องแถว นั่งได้ 10 โต๊ะ ตั้งอยู่ที่จรัญสนิทวงศ์ 61

“สมัยนี้คนชอบกินอาหารแนวๆ หมูกระทะ ชาบู เลยเลือกเปิดชาบู ไม่ใช่แบบบุฟเฟ่ต์ แต่ทำแบบอาลาคาร์ท หรือสั่งแบบจานต่อจาน”

ด้วยมีความรู้ด้านอาหาร เพราะเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวมาก่อนแล้ว พวกสูตรน้ำซุปของชาบูจึงไม่ใช่เรื่องยาก หากจะคิดทำขาย

“น้ำซุปเราทำเอง หาสูตรและวิธีการทำจากอินเตอร์เน็ตบ้าง มี 2 ประเภทคือ น้ำซุปดำ กับน้ำซุปใส ปรุงอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้มั่นใจได้ว่า รสชาติของน้ำซุปต้องหอม อร่อย อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ให้ลูกค้าเลือกกินได้ตามแบบที่ชอบ ต้มในหม้อสเตนเลสแท้ ปลอดภัยจากสารตะกั่วตกค้าง 100 เปอร์เซ็นต์” คุณพชร เล่า

ในส่วนวัตถุดิบ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ ซีฟู้ด ผักต่างๆ นั้น ก็คัดแต่ของคุณภาพระดับดีเยี่ยม สดใหม่ทุกวัน

“เมื่อก่อนพวกวัตถุดิบ ผมจะเป็นคนไปจ่ายตลาดเอง แต่ปัจจุบันเปลี่ยนวิธีรับจากซัพพลายเออร์แทน เนื้อต่างๆ จึงนำเข้าสดใหม่ทุกวันจากเบทาโกร เมนูซีฟู้ดของสดจากทะเล เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า วัตถุดิบปลอดสารเจือปน และจะไม่สต๊อกวัตถุดิบค้างคืน มีเมนูให้เลือกหลากหลาย มากกว่า 50 เมนู เริ่มต้นจานละ 19 บาท”

ด้วยวัตถุดิบคุณภาพ และการบริหารนี้เองทำให้กินกันจัง ชาบูชีส สามารถขยายสาขาได้มากถึง 8 สาขาในระยะเวลาเพียง 3 ปี ได้แก่ สาขาจรัญสนิทวงศ์ 61 อยู่ริมถนนปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 61 สาขาสี่แยกบางขุนนนท์ สาขาตลาดพลู อยู่ใต้สะพานตลาดพลู สาขาเอกชัย 32 สาขาถนนจันทน์ 39 สาขาศาลายา สาขาสี่แยกบ้านแขก และสาขาบางมด ทั้งหมดนี้เป็นไซซ์ขนาด 20 โต๊ะ

“ที่ขยายสาขาได้เร็วขนาดนี้เพราะเรามีกลุ่มลูกค้าชัดเจน ไม่ได้เปิดเองคนเดียวแต่เป็นการร่วมทุนด้วย จะเน้นขยายไปตามมหาวิทยาลัย และใกล้เคียงกับสถานบันเทิง ชาบูของผมเมื่อกินแล้วเทียบกับราคา 199 บาทนั้นพอกัน อย่างผู้หญิงบางคนกินน้อย อิ่มเร็ว กินแล้วตกหัวละ 130 บาทก็กินอิ่มได้ในราคานี้”

ซึ่งทั้ง 8 สาขานี้ ต้องบอกว่า เปิดเย็น แต่ปิดดึกมากๆ ปิดเร็วสุดคือตีหนึ่ง และปิดช้าสุดคือตีสี่

“ชาบูร้านเราเน้นเปิดช่วงเย็น แต่ปิดดึก ที่เปิดเย็นเพราะเคยเปิดเร็วแล้ว แต่ไม่มีลูกค้า ลูกค้าจะนิยมมาช่วงเย็นมากกว่า แต่ปิดดึก เช่น ตีหนึ่ง ตีสอง สาขาพวกนี้จะอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย และบางสาขาที่ปิดดึกมาก คือตีสี่ ให้รู้ไว้เลยว่าสาขานั้นอยู่ใกล้สถานบันเทิง เวลานี้ลูกค้าขอมา ไว้รองรับคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ”

แม้บางสาขาจะขาดทุน แต่ไม่คิดปิด “บางสาขายังขาดทุนอยู่ เช่น สาขาศาลายา กับสาขาบางมด เพราะเปิดแล้วสู้บุฟเฟ่ต์ไม่ได้ ตอนนี้จึงพยายามเพิ่มเมนู และกำลังหาจุดขายใหม่เข้ามา ทำโปรโมชั่น หรือถ้ายังไม่ดี อาจปรับเป็นบุฟเฟ่ต์ทั้ง 8 สาขา คิดว่าจะคืนทุนใน 2 ปี”

คุณพชร ยังบอกอีกว่า ไม่คิดขายแฟรนไชส์เด็ดขาด เพราะกลัวว่าจะควบคุมคุณภาพไม่ได้ และย้ำว่า ธุรกิจนี้จะยังไปได้อีกไกล

“ผมว่าไปได้อีกไกล เพราะกลุ่มลูกค้าเรายังเหนียวแน่น ทั้งวัยรุ่น เด็ก ผู้ใหญ่ ยิ่งถ้าเราคงคุณภาพ รสชาติไว้ให้ดีตลอดเหมือนเดิมแล้ว ยังขายได้แน่นอน” คุณพชร ย้ำถึงจุดยืนของธุรกิจ

สามารถเข้าดูวันและเวลาเปิดของแต่ละสาขาได้ที่เฟซบุ๊ก กิน•กัน•จัง Shabu cheese

ขอบคุณรูปภาพจาก เพจ กิน•กัน•จัง Shabu cheese – เอกชัย 32

บทความก่อนหน้านี้สุดจะรั้ง! ผู้บริหารโพสต์อาลัย 12 ปี เพลินวาน ปิดตำนานแลนด์มาร์กหัวหิน
บทความถัดไปกระทรวงมหาดไทยเเจกของขวัญปีใหม่คนไทยรัวๆ 9 อย่าง