ครัวสองพี่น้อง พิษณุโลก อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา เมนูปลาแม่น้ำ

ปิ่นโตเถาเล็กเพิ่งกลับจากเมืองสองแคว หรือพิษณุโลก ตระเวนชิมจนได้ร้านอร่อยเด็ดมาฝากแฟนๆ เพียบ ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าจะมาเยือนพิษณุโลกมากมายหลายครั้ง แต่ก็อยู่เพียงประเดี๋ยวประด๋าว ส่วนใหญ่เพื่อแวะมากราบสักการะพระพุทธชินราชอันงดงาม ซึ่งปวงชนชาวไทยรวมถึงปิ่นโตเถาเล็กนับถือศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง

แต่คราวนี้ได้มีโอกาสปักหลักอยู่ในตัวเมืองพิษณุโลกนานหลายวัน ผลปรากฏว่าอยากเขกกบาลตัวเองเสียจริงว่าทำไมเพิ่งมาตอนนี้ เพราะเมืองนี้มีของกินที่อร่อยจนตะลึงอยู่หลายร้านเลยทีเดียว

สัปดาห์นี้จึงขอภูมิใจนำเสนอ “ร้านอาหารจานปลาแม่น้ำที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา” ไม่ได้เป็นคำกล่าวอ้างเกินจริงเลย ร้านนี้มีชื่อว่า “ครัวสองพี่น้อง” (ถ้าค้นหาทางไปในกูเกิ้ล ให้พิมพ์คำว่า “ครัวสองพี่น้อง มะขามสูง” นะจ๊ะ โดยชื่อร้านในกูเกิ้ลเขียนว่า ร้านอาหารสองพี่น้อง)

ครัวสองพี่น้องอยู่ที่ “ตำบลมะขามสูง” ในอำเภอเมือง แต่อยู่ห่างไปทางทิศเหนือประมาณ 16 กม. ใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองเกือบครึ่งชั่วโมง โดยถ้านับจาก “แยกแสงดาว ที่ตัดกับถนนเลี่ยงเมืองพิษณุโลก”ไปตาม “ทางหลวงสาย 1086 พิษณุโลก-วัดโบสถ์” ประมาณ 10 กม. ก็จะเห็นร้านครัวสองพี่น้องทางขวามือ เลย “สามแยกไป อ.พรหมพิราม” นิดเดียว ตัวร้านเป็นบ้านชั้นเดียวเล็กๆ สีส้ม ติดเครื่องปรับอากาศทั้งหลัง ดูสะอาดมาก ขนาดขาโต๊ะยังเช็ดเลย แถมก่อนเข้าร้านต้องถอดรองเท้าเสียก่อนด้วย

ร้านนี้เปิดมานาน 28 ปีแล้ว (ตั้งแต่ 17 เมษายน 2534) ก่อนใครในละแวกนี้ ชื่อครัวสองพี่น้องมาจากคุณนก สุกัลยา แก้วทองหลาง กับน้องสาวที่แต่งงานย้ายมาอยู่กรุงเทพฯนานแล้ว โดยตอนนี้มีน้องนกกับคุณน้าเป็นแม่ครัว (นกช่วยในครัวมาตั้งแต่เปิดร้าน) และคุณแม่คอยดูแลลูกค้า

ส่วนคุณพ่อนั้นมีงานอดิเรกไปจับปลาในแม่น้ำแควน้อย (ชื่อเมืองสองแควมาจากแม่น้ำแควน้อยกับแม่น้ำน่าน) ด้วยตัวเอง โดยใช้วิธีการจับแบบพื้นบ้าน เช่น ตกเบ็ด ใช้พายช้อน (เหมือนสวิงอันใหญ่) และดักลอบ และยังมีเจ้าประจำมาส่งปลาสดๆ อีกด้วย ความสดคือสาเหตุที่ว่า ครัวสองพี่น้องครองตำแหน่งสุดยอดปลาแม่น้ำในใจผมไว้ได้ เน้นปลาตัวใหญ่ๆ หนักหลายกิโล ข้อสำคัญคือไม่มีกลิ่นคาวกลิ่นโคลนแม้แต่น้อย

ถ้าจะไปเป็นหมู่คณะควรโทรมาบอกน้องนกล่วงหน้า 2-3 วันเสียก่อนที่ “เบอร์ 0-5529-9038” เพื่อที่เขาจะได้เตรียมหาปลาไว้ให้ ซึ่งขึ้นอยู่กับโชคของเราเหมือนกัน อย่างปิ่นโตเถาเล็กโชคดีมาก น้องนกหาปลาไม่ได้เลยจนกระทั่งวันที่เราเดินทางไป อยู่ดีๆ ก็มีคนจับปลามาส่งได้เยอะ

ปลาที่ได้มีทั้ง ปลาน้ำเงิน ปลาค้าว ปลากราย ปลากะโห้ ปลาเบี้ยว ปลาเนื้ออ่อน ปลาแดง ปลาเทโพ ปลาเทพา ปลากด ปลาลึง

สุดยอดเมนูปลาแม่น้ำที่ห้ามพลาดเป็นอันขาด คือ “ต้มยำหัวพุงไข่ปลาช่อน” (129 บาท) ใส่พริกแห้งคั่วหอมๆ เผ็ดๆ รสพื้นบ้านจัดๆ เค็มเผ็ดอมเปรี้ยวใช่เลย พริกแห้งนี้ก่อนคั่วต้องตากแดดจนแห้ง แล้วคั่วเสร็จต้องตำในครก ปรุงต้มยำถึงเครื่องใส่ใบโหระพา ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง พริกสวน ทีเด็ดอยู่ที่พุงและไข่ปลาช่อนหอมมันไม่คาว ใส่มาไม่ยั้ง

เครื่องในปลาแซ่บแห้ง

อีกอย่างที่ถูกใจมากเพราะหากินได้ยากคือ “เครื่องในปลาแซ่บแห้ง” (99 บาท) มีทั้งตับปลา ไส้ พุง ไข่ ถุงลมที่เรียกว่าข้าวเหนียว ลวกกับตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง ไม่คาวเลย จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ด โดยส่วนมากจะเป็นเครื่องในปลาค้าว ปลากดคัง ปลาเทโพ ปลาลึง

ต่อกันด้วยของเผ็ดๆ มี “พื้นท้องปลาผัดฉ่า” (129 บาท) ใช้พื้นท้องปลาค้าวซึ่งประหลาดใจมากว่าไม่คาวเลยและหอมมาก ผัดฉ่าใส่กระชาย พริกไทยอ่อน ใบมะกรูด โหระพา เติมน้ำตาลนิดหน่อย อีกทั้ง “แกงป่าปลากดคัง” (129 บาท) ทำน้ำขลุกขลิกเหมือนผัดแห้งไม่เหมือนใคร ที่นี่โขลกพริกแกงเองทุกเช้า รสเข้มข้นเคลือบอยู่ที่เนื้อปลากดคัง ซึ่งชิ้นโตมากเพราะใช้ปลาตัวใหญ่หนัก 4-5 กิโล เอามาคลุกข้าวสะใจดีแท้ แถมผักสวนครัวกินสนิทใจเพราะเขาปลูกเอง

แกงป่าปลากดคังทำน้ำขลุกขลิก
ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน

ของเผ็ดอีกอย่างคือ “ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน” (199 บาท) เป็นฉู่ฉี่พริกสดไม่ใส่กะทิ เครื่องฉู่ฉี่ซึมเข้าเนื้อปลามีรสมีชาติ ซึ่งปลาเนื้ออ่อนจะนำไปทอดก่อนเพื่อไม่ให้หนังเละ แต่ถ้าเป็นปลาอื่นๆ ก็ทำฉู่ฉี่ได้เลย ไม่ต้องทอด หรือจะสั่ง “ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม” (199 บาท) เด็กก็กินได้ผู้ใหญ่กินเรียบเลย

ทอดมัน (ปลาเห็ด)
ปลาค้าวทอดน้ำปลา

ของไม่เผ็ดอื่นๆ มี “ปลาค้าวทอดน้ำปลา” (149 บาท) ชิ้นโตๆ ใช้ปลาค้าวตัวใหญ่หนัก 5 กิโลขึ้นไป หั่นเป็นท่อนๆ แล้วแช่น้ำเกลือ จากนั้นนำไปหมักน้ำปลา 2 ชม.แล้วทอด หรือจะสั่ง “ไข่เจียวหมูสับ” (49 บาท) ใส่หอมแดง ต้นหอมแก้เผ็ด ที่ไม่เหมือนใครคือ “ไข่เจียวสมุนไพร” (49 บาท) ใส่โหระพา กระเทียมซอย ต้นหอม หอมแดง ก็น่าลิ้มลอง ที่นี่มีแม้กระทั่ง “กบทอดกระเทียม” (99 บาท) ด้วย

กบทอดกระเทียม
ไข่เจียวหมูสับ

คราวนี้น้องนกบอกว่า เรายังไม่สั่งเมนูเด็ดอีกหลายอย่าง เช่น ลาบปลา คั่วกลิ้งปลา และทีเด็ดสุดๆคือ “หมูสามชั้นทอดน้ำปลา” คงไม่เป็นไรเพราะผมตั้งใจแล้วว่าจะแวะเวียนมาหาน้องนกที่ร้านครัวสองพี่น้องตลอดเป็นแน่

ร้านครัวสองพี่น้องขยันเปิดทุกวันไม่มีวันหยุด ตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม โทรศัพท์  (055) 299-038 ผมยกให้ร้านนี้เป็นที่หนึ่งในดวงใจสำหรับเมนูปลาแม่น้ำไปแล้วนะจ๊ะ


ข้อมูลร้าน

ครัวสองพี่น้อง

โดย คุณสุกัลยา (นก) แก้วทองหลาง

ที่ตั้ง เลขที่ 11/2 หมู่ 5 ถ.1086 (สายวัดโบสถ์เก่า) ต.มะขามสูง อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000

โทรศัพท์ (055) 299-038

เปิดบริการ 08.00-21.00 น. ทุกวัน

แนะนำ ต้มยำหัวพุงไข่ปลาช่อน เครื่องในปลาแซ่บแห้ง พื้นท้องปลาผัดฉ่า แกงป่าปลากดคัง ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม ปลาค้าวทอดน้ำปลา ไข่เจียวหมูสับ หมูสามชั้นทอดน้ำปลา

บทความก่อนหน้านี้ชัดแล้ว!! “บิ๊กตู่”ปราศรัยใหญ่โคราช 10 มี.ค. ก่อนลุย กทม. บอก รอดูหมัดเด็ด โค้งสุดท้าย
บทความถัดไปเปิดเบื้องหลังการฝึกม้า กว่าจะนำมาใช้ในพิธีบวชนาค