‘หวานพอดี’ สูตรลับขนมไทย เสิร์ฟความอร่อย ‘คนกรุง’ จากเชียงใหม่ (คลิป)

‘หวานพอดี’ สูตรลับขนมไทย เสิร์ฟความอร่อย ‘คนกรุง’ จากเชียงใหม่

เมื่อพูดถึงขนมหวาน คุณคิดถึงอะไร

หวาน น้ำตาล เลี่ยน และ ความอ้วน อาจเป็นคำแรกๆ ที่ผุดขึ้นมาอย่างทันทีทันควัน จนทำให้เซย์กู๊ดบายกับขนมหวานไปง่ายๆ

แต่ถ้าขนมหวาน ที่กินแล้วไม่เลี่ยน และไม่อ้วนล่ะ หลายคนก็คงอยากสัมผัสอยู่บ้างใช่หรือไม่

“หวานพอดี” ร้านขนมไทยชื่อดังจากเชียงใหม่ เกิดขึ้นด้วยความเห็นพ้องต้องกันของเหล่าเพื่อนทั้ง 3 คน ที่อยากจะเสิร์ฟขนมไทย ที่หวานพอดี ดีต่อสุขภาพ และบ่งบอกถึงความพิถีพิถัน ให้กับคนทั่วไปได้รู้จัก ผ่านสูตรลับที่ตกทอดกันมาในครอบครัว

ด้วยอยากล้างภาพความหวานจนเลี่ยน และทำให้อ้วน นั้นเสีย

ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จน 3 สาว ขอนำเมนูเด็ด ยกมาให้คนกรุงได้ลิ้มลองครั้งแรก ณ ชั้น 4 ไอคอนสยาม ที่ ตุ๊กตา-นัททินี วงศ์เฉลิมทานต์ 1 ในผู้ก่อตั้งร้าน ได้เปิดพื้นที่ให้เราพูดคุยถึงเรื่องราวของขนมหวานอย่างลงลึก

ตุ๊กตา-นัททินี วงศ์เฉลิมทานต์

จุดเริ่มต้นของการเปิดร้านขนมไทยนี้ นัททินีเผยว่า เกิดขึ้นด้วย 1 ในหุ้นส่วน รู้สึกอิ่มตัวกับร้านอาหารที่ทำอยู่ และเขาก็มีความเชี่ยวชาญเรื่องขนม บวกกับ เราทุกคนมีความหลงใหลในขนมไทยกันเป็นทุนเดิม ก็คิดว่าหากเราได้เปิดร้าน นำเสนอความพิถีพิถันของขนมไทยให้คนได้รู้ เสิร์ฟแบบดั้งเดิม ไม่มีการฟิวชั่น ไม่ดัดแปลงให้เป็นฝรั่ง คงจะดีจึงลงตัวที่ขนมไทย สูตรต้นตำรับประจำตระกูลของแต่ละคน อย่าง เผือกเชื่อม กล้วยบวชชี ข้าวฟ่างเปียกลำไย ข้าวต้มน้ำวุ้น ข้าวเหนียวมะม่วง ไพลินสยาม ถั่วทอง ขนมต้ม ครองแครง เสิร์ฟในถ้วยชามกระเบื้อง ที่ได้กลิ่นอายสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ให้ความรู้สึกเหมือนแขกที่ไปเยือนบ้านของพวกเธอ ทำให้ร้านได้รับความนิยมอย่างมาก

ซึ่งด้วยความพิถีพิถันของขนมไทยนี่เอง ที่เป็นจุดเด่นของทางร้าน เมื่อกรรมวิธีต่างๆ ทำให้ขนมที่ออกมา ดีต่อสุขภาพ และ “หวานพอดี” จากวัตถุดิบเอง

“ขนมไทยที่จริงแล้ว กว่าจะได้แต่ละเมนูไม่ใช่ง่ายๆ ตั้งแต่เลือกวัตถุดิบ กรรมวิธีการทำ ซึ่งหลายคนอาจจะบอกว่า ขนมมันหวาน ทำให้อ้วน แต่ของเราเน้นความหวานจากวัตถุดิบ ทำให้เราใช้น้ำตาลน้อยมาก ทุกอย่างพอดี ดีต่อสุขภาพ ไม่เหมือนกับขนมฝรั่ง” ตุ๊กตาเผย

ก่อนจะขยายความ สิ่งที่เรียกได้ว่า บรรจงรังสรรค์ขึ้นมาในแต่ละเมนูว่า

“กว่าจะเป็นเมนูแต่ละอย่าง เราต้องใส่ใจตั้งแต่การเลือกสรรวัตถุดิบ อย่าง กะทิ ที่ต้องคัดมะพร้าวที่แก่จัด มาคั้นสดๆ ก่อนนำไปเคี่ยวอย่างระวัง ไม่เติมแต่งส่วนผสมอื่น เพื่อไม่ให้แตกมันเกินไปจนเสียรสของมะพร้าว ขณะที่กล้วยบวชชีนั้น ต้องคัดกล้วยที่ข้างในเป็นสีเหลืองนิดๆ เพื่อให้กล้วยหวานในตัว ซึ่งต้องเป็นกล้วยจากสวนที่ราชบุรีเท่านั้น และต้องมีขนาดและความสุกที่ได้มาตรฐานของเรา จะทำแล้วจะออกมาหอม หวานพอดี

เช่นเดียวกับมะพร้าวน้ำหอมที่คัดมาทำขนมต้ม หรือถั่วที่นำมาทำถั่วทอง ก็ต้องได้ตามที่เราต้องการ หากแข็งไปเราก็ไม่ขาย นั่นทำให้ 2 เมนูนี้ไม่ได้มีทุกวัน เมนูใดที่เป็นผลไม้ก็อยากให้คงความหวานจากตัวของเขา ไม่เสียรสชาติ”

นอกจากความพิถีพิถันในแต่ละเมนูแล้ว นัททินีเผยว่า ร้านยังได้ประดิดประดอย เพิ่มสีสันให้ขนมดูสวยงาม เช่นข้าวเหนียวมะม่วง ที่เสิร์ฟ ข้าวเหนียว 5 สี กับมะม่วงสุกพอดี หรืออย่าง ข้าวฟ่าง ที่เป็นธัญพืชเม็ดสีน้ำตาล ก็ได้นำมาคั้นกับน้ำใบเตยจนกลายเป็นสีเขียว ที่ดูละมุนมากขึ้น หรือสลิ่ม ที่ต้องทำสด กดเอง เพื่อให้เหนียวนุ่ม พอดี ไม่แตก ทำให้บางเมนูต้องใช้เวลาข้ามวันในการทำขึ้นมา

ข้าวฟ่างเปียกลำไย
ขนมต้ม
เผือกเชื่อม
กล้วยบวชชี

อีกหนึ่งเมนูที่ได้ใจเหล่าวัยรุ่น ก็คือ เฉาก๊วยปั่นนมสด เมนูสุขภาพที่ทางร้านอยากเสนอเป็นทางเลือกให้กับผู้ที่ชื่นชอบเครื่องดื่มอย่าง ชานมไข่มุก ที่ให้ความเหนียวหนึบ ดูดอร่อย แต่สุขภาพดีจากเฉาก๊วยและนมสดแท้ หรือเมนู ลอดช่องกะทิ ลอดช่องสิงคโปร์สีไพลิน มิกซ์กับน้ำตาลอ้อย ที่ทั้งสองเมนู มีกิมมิคในการดื่มด้วยการต้องคนแรงๆ ให้น้ำแข็งไสแตกตัว เพลินไปอีกแบบ

ไม่เพียงแต่ขนมหวาน ที่สอดแทรกความละเมียดในแต่ละเมนู แต่กับ น้ำดื่มสมุนไพร ต่างๆ ก็ยังเป็นสูตรเฉพาะ เช่น น้ำกระเจี๊ยบที่ตรงใส่พุทราจีน ให้ครบเครื่องมากขึ้น

เรียกได้ว่า แต่ละเมนูไม่ธรรมดา

เฉาก๊วยนมสด และ ลอดช่องสิงคโปร์
น้ำสมุนไพรต่างๆ

เจ้าของร้านหวานพอดียังเผยอีกว่า ส่วนใหญ่แล้ว คนเชียงใหม่จะชื่นชอบน้ำแข็งไส จำพวกข้าวต้มน้ำวุ้น ขณะที่คนกรุงเทพฯอาจจะชอบเมนูพวกกล้วยบวชชี และเมนูกะทิทั้งหลาย ส่วนชาวต่างชาติที่หลายคนอาจคิดว่าจะต้องสั่ง ข้าวเหนียวมะม่วง กลับชอบเมนูผลไม้ต่างๆ เพราะเข้าใจง่าย ไม่ต้องอธิบายให้ยุ่งยาก และมักจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาลิ้มลองอยู่ไม่ขาด

คนรักขนมไทย สูตรดั้งเดิม ย่อมพลาดไม่ได้

บทความก่อนหน้านี้เชียงใหม่-ลำปาง ฝุ่นพิษวิกฤต หลายจังหวัดภาคเหนือ-อีสานยังเกินมาตรฐาน
บทความถัดไปไทยถก ‘มาเลย์-อินโด’ ดันราคายางเกิน 50 บาท/ก.ก. เล็งชะลอส่งออก-ลดพื้นที่ปลูก