เปิดไอเดียผลิตภัณฑ์แปรรูปจาก “ข้าวไรซ์เบอร์รี่” เตรียมเจาะกลุ่มคนรักสุขภาพในต่างประเทศ

“เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้เจอกับป้ายโฆษณาผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่ง ระบุข้อความว่า “สวยใส สองพันปี RICE BRAN & GERM OIL ที่สุดแห่งปี จาก 4 สถาบัน” ด้วยความสนใจจึงลองเข้าไปดู จึงทราบว่าผลิตภัณฑ์นั้น คือ “น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวไรซ์เบอร์รี่” ด้วยความที่ไม่ค่อยเห็นผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปมาจากข้าวไรซ์เบอร์รี่มากนัก จึงเข้าไปพูดคุยกับเจ้าของร้านเสียหน่อย

คุณเหล็ก – ญานทัศน์ แสงปาก วัย 39 ปี เจ้าของบริษัท ไรซ์เบอร์รี่ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด และ เจ้าของผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ ได้เล่าให้ฟังว่า เขาเรียนจบคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จากมหาวิทยาลัยมหิดล จบมาก็ทำธุรกิจก่อสร้างได้สักพัก วันหนึ่งมีโอกาสทำ MOU ร่วมกับศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว ของ ม.เกษตร วิทยาเขตกำแพงแสน

เห็นว่า ข้าวไรซ์เบอร์รี่ มีประโยชน์หลากหลาย ในปัจจุบันคนไม่ค่อยอยากทานข้าว ที่เป็นข้าวจริงๆ กันสักเท่าใดนัก อาจเป็นเพราะไม่ค่อยมีเวลา หรือมีความหลากหลายในการทานมากขึ้น คุณเหล็กอยากเห็นคนทั่วโลกมีสุขภาพที่ดี อีกทั้งตนเป็นลูกชาวนาแท้ๆ ใฝ่ฝันอยากจะเห็นคุณภาพชีวิตของชาวนาดีขึ้น และเพิ่มขีดความสามารถให้กับชาวนา พร้อมทั้งสร้างคุณค่าเพื่อเพิ่มมูลค่าให้พืชผลทางการเกษตร จึงทำการคิดและนำข้าวไรซ์เบอร์รี่มาแปรรูป

โดยข้าวไรซ์เบอร์รี่ที่นำมาแปรรูป จะผ่านกระบวนการตรวจ DNA ข้าวเสียก่อน ว่าเป็นข้าวไรซ์เบอร์รี่แท้หรือไม่ จากนั้นผ่านการตรวจหาสารเคมีแปลกปลอม อย่าง สารหนู อีกครั้ง แล้วจึงค่อยนำมาทำการแปรรูป

ผลิตภัณฑ์แรก ที่คุณเหล็กแปรรูปออกมาจากข้าวไรซ์เบอร์รี่ คือ “น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวไรซ์เบอร์รี่” เป็นการสกัดเอาสารอาหารที่จำเป็น มาทำให้อยู่ในรูปแบบแคปซูลทรงกลมสีม่วงเข้ม เป็นการลดระยะเวลาการทานข้าว แต่ได้คุณประโยชน์และสารอาหารเสมือนทานข้าวที่ไม่ผ่านการแปรรูป

ผลิตภัณฑ์ตัวที่สอง คือ “น้ำไรซ์เบอร์รี่” เครื่องดื่มรสชาติกลมกล่อม เป็นการแปรรูปข้าวไรซ์เบอร์รี่ให้อยู่ในรูปแบบของของเหลว โดยต้มข้าวผสมกับน้ำผึ้งเดือน 5 และมะนาว ทำให้กลิ่นหอม ทานง่าย สร้างความสดชื่นให้ร่างกาย อีกทั้งยังมีวิตามินซี ช่วยบำรุงผิว และไม่มีการใส่วัตถุกันเสียลงไปในเครื่องดื่ม

ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนรักสุขภาพ แต่คุณเหล็กบอกว่า เป้าหมายที่แท้จริงเป็นกลุ่มคนทุกเพศทุกวัยมากกว่า เพราะอยาก “ส่งมอบความมีสุขภาพดี” ให้กับทุกคน ซึ่งเป็นสโลแกนของแบรนด์ไรซ์เบอร์รี่

กำลังการผลิต ทั้งน้ำมันรำข้าวฯและน้ำไรซ์เบอร์รี่ ไม่แน่นอน เพราะเพิ่งเริ่มขายจริงจังเมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา ทำให้แบรนด์ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก รายได้ในแต่ละเดือนยังไม่แน่นอน แต่ถือว่าพออยู่ได้ เพราะมีออร์เดอร์สั่งเข้ามาเรื่อยๆ

“ผมเองมีความรู้เรื่องข้าวไรซ์เบอร์รี่และการปลูกข้าว เพราะพ่อแม่ก็เป็นชาวนา ก็ใฝ่ฝันว่าอยากให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถให้เกษตรกร เพื่อสร้างคุณค่าเพื่อเพิ่มมูลค่า ก็ลงไปทำเองทุกอย่าง ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ มีลงไปให้ความรู้เรื่องข้าวไรซ์เบอร์รี่กับชาวนา สอนให้ปลูกแบบออร์แกนิก พอเขาปลูกได้ตามเกณฑ์ที่ต้องการ ก็รับซื้อนำมาตรวจสอบหาสารแปลกปลอม แล้วค่อยแปรรูปเป็นน้ำมันรำข้าวฯ และน้ำไรซ์เบอร์รี่ ผมทำการตลาดเอง ขายเองมาได้ 4 ปีแล้ว ผลิตภัณฑ์ทุกตัวใช้เวลาค้นคว้าวิจัยและพัฒนา อย่างน้อย 1 ปี คนที่ซื้อผลิตภัณฑ์ไปจากผม สามารถมั่นใจได้เลยว่า คุณได้สินค้าที่ปลอดภัยและมีประโยชน์จริงๆ เงินที่ได้จากการขาย ก็นำไปเป็นทุนในการวิจัยพันธุ์ข้าว เพื่อมาต่อยอดผลิตภัณฑ์อีกทีหนึ่งด้วย” คุณเหล็ก กล่าว

ในอนาคตวางแผนจะตีตลาดสุขภาพทั้งไทยและต่างประเทศ โดยส่งขายที่ประเทศเกาหลีใต้ จีน และอเมริกา เป็นลำดับแรก รวมทั้งนำข้าวไรซ์เบอร์รี่มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น นำมาสกัดเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง เช่น ซีรั่ม หรือ ลิปสติก เป็นส่วนผสมในการทำเบเกอรี่เพื่อสุขภาพ หรือทำเป็น คัพไรซ์ ข้าวไรซ์เบอร์รี่หุงสุกพร้อมทาน เป็นต้น

น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ ขายในราคา 890 บาท สามารถเก็บได้นาน 2 ปี และน้ำไรซ์เบอร์รี่ ขายขวดละ 45 บาท เก็บได้นาน 1 เดือน หากสนใจ สามารถสอบถามเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อได้ที่ เฟซบุ๊ก น้ำมันรำข้าวเเละจมูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ หรือ โทรศัพท์ (086) 341-1919 (คุณเหล็ก)

 

 

 

 

 

บทความก่อนหน้านี้สาวออฟฟิศถูกเลิกจ้างในวัยกลางคน หันคุมก่อสร้าง-ทำสวน มีทุนอีกนิดคิดเปิด “ร้านขนมจีนโคตรผัก”
บทความถัดไปเตือนคนไทย เลิกราดน้ำแดงลงหิมะ โชว์โซเชียล ชี้ เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นตักเตือน!