หนุ่มวิศวะ เปิดร้านขนมไทยฟิวชั่น เกือบเจ๊งหลายครั้งแต่ไม่ยอมแพ้

งานประจำมันหายาก! หนุ่มวิศวะ มธ.หันเปิดร้านขนมไทยฟิวชั่น  เกือบเจ๊งหลายครั้งแต่ไม่ยอมแพ้

เดี๋ยวนี้ ไม่ว่ามองไปทางไหน เห็นแต่ธุรกิจคาเฟ่เต็มไปหมด หากรสชาติไม่ดีจริง มนุษย์ ผู้มีทางเลือกหลากหลายก็ไร้ซึ่งความสนใจ ท้ายที่สุดร้านนั้น คงต้องปิดกิจการไป สรุปแล้ว สิ่งสำคัญที่นักธุรกิจยุคนี้ต้องมี คือ ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อดึงดูดมนุษย์ขี้เบื่อ ที่เปลี่ยนแปลงความชอบไปตามกระแสนิยม

ในไอเดียที่ผุดขึ้นมาประชันกันอย่างมากมาย ใครจะไปคิด ”บัวลอย” ขนมหวานไทยแสนอร่อยที่มีมาอย่างยาวนาน จะถูกสร้างสรรค์จนกลายเป็นเมนูยอดฮิตเสียได้ แน่นอนว่า เมนูสุดฮิตนี้ ดึงดูดมนุษย์ผู้อยากลองสิ่งใหม่

แต่ก่อนจะลงรายละเอียดในตัวสินค้า ขอแนะนำให้รู้จัก คุณโจ้-โกศล บวรศักดิ์มงคล อายุ 34 ปี เจ้าของร้าน café Cococano (คาเฟ่ โคโคคาโน่) กันเสียก่อน

คุณโจ้ เล่าว่า เรียนจบปริญญาตรี จากคณะวิศกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งใจว่าจะเป็นวิศวกร ทำงานในบริษัทสักปีสองปี แต่คงเป็นเพราะโชคตะตา ทำให้ไม่มีบริษัทไหนรับเข้าทำงาน ท้ายที่สุดจึงต้องมาเป็นเจ้านายตัวเอง โดยเริ่มต้นจากการขายต้นไม้ที่ได้ต้นแบบธุรกิจจากต่างประเทศ

เมื่อทำแล้ว พบว่า ธุรกิจต้นไม้ไอเดียดีจากต่างประเทศไม่เหมาะกับประเทศไทย จึงประยุกต์ ปรุงแต่ง และรังสรรค์ จนเกิดเป็นไอเดียใหม่ที่ประสบความสำเร็จมากกว่าเดิม

“อากาศเมืองไทยร้อน คนไม่ชอบเดิน เราเลยสร้างห้องแอร์ฯ ให้คนชมต้นไม้จากข้างใน พอสร้างห้องแอร์ฯ ก็อยากจะใช้ให้มันคุ้มที่สุด เลยเริ่มต้นขายกาแฟ พอทำร้านกาแฟ มันประสบความสำเร็จมากกว่า” คุณโจ้ กล่าว

คุณโจ้-คุณแนน เจ้าของกิจการ “คาเฟ่ โคโคคาโน่”

เจ้าของร้านหนุ่มยังเสริมอีกว่า พอได้แนวคิดร้านกาแฟท่ามกลางธรรมชาติ เลยอยากจะดึงความเป็นธรรมชาติเข้ามาในกาแฟของเรา ประกอบกับที่เราศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับกาแฟอยู่ เลยลองเอามะพร้าว มาผสม ทีแรกคิดว่ามันไม่เข้ากัน แต่พอเอามาลองทำดู ปรากฏว่าอร่อย

นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของร้านกาแฟ ท่ามกลางธรรมชาติ นาม “หมากบุรี” ที่มาคู่กับแนวคิด “กาแฟสูตรมะพร้าว”

ชื่อร้าน “หมากบุรี” นั้น มาจากความชื่นชอบต้นหมากของคุณโจ้ เจ้าของร้าน และอยากให้ร้านของตนเป็นเมืองหมาก จึงตั้งชื่อขึ้นว่า “หมากบุรี” ซึ่งแปลว่า เมืองหมากนั่นเอง แต่ทั้งนี้ ด้วยความคิดที่ต้องการให้ชื่อร้านดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น จึงเปลี่ยนชื่อเป็นCafé Cococano”  โดยนำคำว่า coconut หรือมะพร้าว ซึ่งเป็นส่วนผสมของกาแฟ และ Americano มาบวกกัน กลายเป็น Cococano

 

บรรยากาศร้าน สาขาเอกชัย ซอย 30

เป็นเวลา 9 ปี นับตั้งแต่ปี 2553 จากร้านขายต้นไม้ สู่ร้านกาแฟกลางธรรมชาติ กลายเป็น café Cococano” ในปัจจุบัน คุณโจ้ ไม่เคยหยุดสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ ๆ เขาศึกษา ค้นคว้า ทดลองหาสิ่งใหม่ ๆ มาเพิ่มเติมเสริมใส่ในเมนูเสมอ จนเกิดไอเดีย “บัวลอยโวคาโน่” สุดปัง คู่แข่งชาไข่มุกที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว

“ไอเดียเอาขนมหวานมาใส่ เพิ่งทำมา 2 ปีกว่า ๆ คือ ทำกาแฟมะพร้าวมานาน มันอร่อย แต่ความอร่อยอย่างเดียวมันไม่ดึงดูดคน เรื่องรูปร่างหน้าตาก็สำคัญ เลยทำให้มันน่าสนใจมากขึ้น ซึ่งเราขายขนมหวานอะไรอย่างนี้อยู่แล้ว เลยเอาบัวลอยมาลองใส่ดู พบว่าเนื้อสัมผัสเหมือนกับไข่มุกที่กำลังมาแรง แล้วบัวลอย เป็นขนมหวานที่ทานคู่กับน้ำได้ มีสีสันสดใส มีความเป็นธรรมชาติ เลยเกิดไอเดียนี้ขึ้นมา จนกลายเป็นเมนูบัวลอยโวคาโน่” คุณโจ้ กล่าว

ด้วยความแปลกใหม่ที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน ทำให้ผลตอบรับของ “บัวลอยโวคาโน่” ดีเกินกว่าที่คาด

“ลูกค้าตื่นเต้น ถ่ายรูปกับสินค้าของเรา ช่วงแรกยังไม่ค่อยปัง หลัง ๆ เราเน้นรูปลักษณ์ทำสีให้ดูสวยขึ้น น่ากินขึ้น น่าถ่ายรูปมากยิ่งขึ้น แล้วสร้างสรรค์รูปลักษณ์ใหม่มากขึ้น จนกลายเป็นกระแส” คุณโจ้ เล่าด้วยน้ำเสียงร่าเริง

บัวลอยโวคาโน่

สำหรับจุดเด่นของ “บัวลอยโวคาโน่” อยู่ที่ความเป็นธรรมชาติและสีสันสดใสของน้ำอัญชัน ผสมกับความหวานหอมของนมมะพร้าวที่ดูเหมือนจะไม่เข้ากัน แต่เข้ากันอย่างลงตัว ดื่มเข้าไปจะได้สัมผัสนุ่มหนึบของสาคูจากก้นแก้ว ยิ่งทานคู่กับบัวลอยและวิปปิ้งครีมหอม ๆ อันเป็นท็อปปิ้งด้านบนแล้ว จะได้ความเหนียวนุ่มละมุนคูณสอง ราคาอยู่ที่ 120 บาท

แต่เมื่อถามว่า บัวลอยโวคาโน่ จะอยู่ในกระแสไปได้อีกนานแค่ไหน คุณโจ้ตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า ไม่นาน

“คิดว่าเมนูนี้จะอยู่ในตลาดได้ไม่นาน เพราะทุก ๆ อย่างต้องมีขึ้นมีลง แต่จะคิดอะไรใหม่ๆ ออกมาตลอดเวลา คือเป็นคนชอบคิดอยู่แล้ว ต้องปังสักตัวแหละ อย่าง บัวลอยโวคาโน่ปังขึ้นมาเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้เริ่มดรอปแล้ว เราก็รู้ถึงกระแสที่ดรอป เลยสร้างสรรค์ตัวใหม่ขึ้นมาแทน คือ เอ้กโยร์กลาวา ลูกค้าชอบแนวนี้กันเยอะ”

สำหรับ “เอ้กโยร์กลาวา” เมนูสุดแปลก ที่เพิ่งเปิดตัวมาไม่นานมานี้ มีความพิเศษ คือ การนำไข่หวานมาเป็นท็อปปิ้งหลักในแก้ว ทำให้ได้รสสัมผัสแปลกใหม่ แต่กลมกล่อมอย่างไม่น่าเชื่อ กลิ่นหอมของไข่หวานและนมมะพร้าวเตะจมูก ชวนรับประทาน เมื่อดื่มคู่กับบัวลอยนิ่มๆ ใต้แก้วแล้ว เคี้ยวเพลินอย่าบอกใครเชียว! ราคาแก้วละ 130 บาท

ซิกเนเจอร์ของร้านยังมี โก้โก้ผสมชาร์โคลอย่าง “แบล็กโวคาโน่” ด้านล่างเป็นนมหอมๆ ส่วนด้านบนเป็นเนื้อชาร์โคลผสมโกโก้ ดื่มเข้าไปแล้วได้รสโกโก้ติดปลายลิ้น ไม่หวานจนเกินไป อร่อยไปอีกแบบในราคา 85 บาท

บิงซูบัวลอย

นอกจากนี้ ยังตามกระแสบิงซู ที่กำลังมาด้วยเมนู “บิงซูบัวลอย” บิงซูราดนมมะพร้าวหอมๆ ทานคู่กับท็อปปิ้ง อย่าง อัลมอนด์ บัวลอย มะพร้าว ในราคาเริ่มต้นที่ 110 บาท

“จุดเด่นของร้าน อันดับแรก เป็นรูปร่างหน้าตาของสินค้า ทุกอย่างเข้ากัน สีสันสวยงาม ดึงดูดคนด้วยสีสันของสินค้า โดดเด่นด้วยความสดใส อันดับสองก็เป็นเรื่องรสชาติ คนกินครั้งแรกประทับใจกันทุกคนเลย เราดูฟีดแบ็กเป็นประจำอยู่แล้ว” คุณแนน-รตี บวรศักดิ์มงคล น้องสาวของคุณโจ้ กล่าวเสริม

เมื่อถามถึงรายได้ของร้าน จากทั้งหมด 3 สาขา คือ สาขาเอกชัย ดิ เอ็มควอเทียร์ และเซ็นทรัลเวิลด์ คุณแนนบอกว่า หักลบค่าใช้จ่าย ทั้งค่าเช่าที่ รวมถึงค่าพนักงานและอื่นๆ แล้ว กำไรอยู่ที่หลักหมื่นต่อเดือน

ด้านกลุ่มลูกค้านั้น เธอระบุว่า เจาะกลุ่มลูกค้าวัยทำงาน และชาวต่างชาติเป็นหลัก ส่วนเรื่องการขยายสาขานั้น เธอเผยว่า มีความคิดที่จะขยายสาขา แต่ขึ้นอยู่กับทำเล ถ้าทำเลดี มีกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก ก็อาจจะเปิด ส่วนแฟรนไชส์ก็อยากทำ และถ้ามีโอกาสอยากขยายไปต่างประเทศด้วยเหมือนกัน แต่สำหรับต่างจังหวัดยังไกลอยู่ เกินกำลังตัวเองไป

อย่างไรก็ตาม บนเส้นทางธุรกิจที่ดูเหมือนว่าจะสวยหรูของ ใครจะรู้ ว่าแท้จริงแล้ว การก้าวผ่านถนนธุรกิจสายนี้ เป็นไปได้ยากกว่าที่คิด

“เอาจริงๆ มีหลายครั้งที่ล้ม ธุรกิจเกือบเจ๊ง แต่ดันทุรังไม่ยอมแพ้ ถ้าไม่ปิด กิจการมันก็ไม่เจ๊ง แล้วเราเองพยายามคิดอะไรใหม่ ๆ เข้ามาช่วย เลยอยู่มาได้ถึงขนาดนี้” คุณโจ้ เผยอย่างนั้น

แบล็กโวคาโน่

พร้อมเล่าต่อด้วยน้ำเสียงเจือความสุขอีกว่า

“ทำธุรกิจนี้เพราะความสุขล้วนๆ เราชอบ ฝักใฝ่กับมัน บ้ากับมัน พอเห็นคนกินมีความสุข ยิ้มมีความสุขกับเมนูของเรา ก็ชื่นใจ มีความสุขไปด้วย นี่คือทุกอย่างของเรา เรื่องเงิน กลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง”

 สนใจลิ้มลองบัวลอยโวคาโน่และเมนูที่น่าสนใจอื่นๆ พิกัด ร้าน café Cococano สาขาแรก ตั้งอยู่ที่ซอยเอกชัย 30, สาขา 2 ดิ เอ็มควอเทียร์ และ สาขา 3 เซ็นทรัลเวิลด์

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม ได้ที่ Facebook : café cococano, instagram : café cococano, line @cafecococano หรือ โทรศัพท์ 082-694-9796

 

บทความก่อนหน้านี้คู่แข่งไม่มี กำไรดีแต่เหนื่อยหน่อย “เครื่องเซ่น-ของไหว้” ส่งถึงที่ ธุรกิจนี้มีแต่รุ่ง!?!
บทความถัดไปทูลกระหม่อม ทรงตอบแล้ว!! ลุ้นเซอร์ไพรส์ให้ใช้ทรงพระสเลนเดอร์