“อายุน้อยร้อยล้าน” เปิดมุมมองธุรกิจกับ “ศิรวัฒน์ เทพเจริญ” ทายาท “ณุศาศิริ”

ใครบางคนบอกไว้ว่า เราต้องมีความหวังต่อคนรุ่นใหม่ คนเจนเนอเรชั่นถัดไปที่กำลังผลิใบออกสู่โลกกว้าง เฉกเช่นกันกับชีวิตของเด็กหนุ่มคนนี้ ผู้ผลัดชีวิตจากเด็กหนุ่มวัยรุ่นสู่บทบาทนักธุรกิจในวัย 20 ต้นๆ  กับทายาทหมื่นล้านในเครือณุศาศิริ “ศิรวัฒน์ เทพเจริญ” ที่ชื่อเล่นสะดุดหูเมื่อแรกได้ยิน “มันนี่”

 
พูดคุยกับ “มันนี่” ผู้กำลังลำดับภาพย้อนหลังไปไม่กี่ปีก่อน ถึงเส้นทางนักธุรกิจที่อายุ 20 ปี…
ในห้วงขณะศึกษาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ และค้นพบว่าตัวเองมีความชื่นชอบในการทำธุรกิจมาตั้งแต่เด็ก ผนวกด้วยสภาพแวดล้อมของสมาชิกทุกคนในครอบครัวที่ทำธุรกิจ ทั้งหมดจึงโน้มนำให้เขาสนใจและลงมือทำงานด้านธุรกิจ ส่วนช่วงปิดเทอมก็จะกลับมาช่วยครอบครัวทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์อยู่เสมอ
14732393161473241872l
ที่มาของธุรกิจรับทำความสะอาดสินค้าหรู?
ด้วย นิสัยส่วนตัวที่เป็นคนรักความสะอาดเจ้าระเบียบและเมื่อเจอปัญหาเกี่ยวกับ ทรัพย์สินที่มีอยู่จึงเกิดมุมมองและเห็นในจุดเล็กๆที่น่าจะแก้ปัญหาได้ทำให้ เขาผุดไอเดียธุรกิจทำความสะอาดสินค้าหรูมีราคาที่เป็นที่หวงแหนของเจ้า ของอย่างบริษัท วิสทีเรีย จำกัด (Visterior) ที่ให้บริการทำความสะอาดและดูแลทรัพย์สินต่างๆ ทั้งเฟอร์นิเจอร์ เครื่องหนังต่างๆ ไปจนถึงเรือยอร์ช และเครื่องบินเจ็ท โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ดีที่สุดที่นำเข้าจากต่างประเทศในการคงสภาพ ทรัพย์สินมีค่าทุกชนิด ทั้งการตกแต่งภายนอกและภายใน รวมถึงฟื้นฟูทรัพย์สินที่เสื่อมสภาพให้กลับมาเหมือนใหม่ได้อีกครั้ง
ความ ที่ธุรกิจการดูแลทรัพย์สินให้มีสภาพสวยงามเหมือนเดิมเป็นธุรกิจที่กำลังเติบ โตในต่างประเทศทำให้”มันนี่”เห็นโมเดลที่จะมาทำธุรกิจนี้ในเมืองไทย
“เริ่ม จากผมเป็นคนเจ้าระเบียบรักความสะอาดทุกอย่างต้องสะอาด เนี้ยบตลอดอย่างผมไป เที่ยวบนเรือยอชกับเพื่อนมาแล้วฝนตกแดดออกแรงก็ต้องคอยย้ายเฟอร์นิเจอร์เข้า มาผมคิดว่าเฟอร์นิเจอร์มันสร้างมาเพื่อใช้ทำไมไม่ทำให้มันแข็งแรงไปเลยผม เห็นปัญหาตรงนั้นเลยเอามาคิดว่าจะแก้ปัญหายังไงอย่างเราเจอในบ้านว่าอย่านำ อาหารไปกินตรงนั้นนะอย่าเอาน้ำไปกินตรงนั้นนะเดี๋ยวมันหกใส่ เป็นสิ่งที่ผมมองเห็น ก็เลยคิดที่จะทำธุรกิจนี้ขึ้น โดยเฉพาะในต่างประเทศ มีการใช้อุปกรณ์ เฟอร์นิเจอร์ที่มีราคาสูงกันเยอะมาก เจ้าของต่างก็กลัวความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ซึ่งธุรกิจทำความสะอาดของผมก็จะช่วยทำความสะอาดและปกป้องสิ่งเหล่านั้น” ศิรวัฒน์อธิบายอย่างกระฉับกระเฉง
จากธุรกิจทำความสะอาด สู่ธุรกิจเครื่องบินเช่าเหมาลำ…
14732393161473241544l
นอกจากธุรกิจทำความสะอาดแล้ว “ศิรวัฒน์” ยังเห็นมุมมองที่ปัจจุบันเป็นยุคของการท่องเที่ยว และการตลาดด้านธุรกิจเครื่องบินเช่าเหมาลำ (Charter) กำลังมาแรง เขาจึงไม่รีรอ เมื่อครอบครัวของเขามีเครื่องบินส่วนตัวอยู่ (Nusa Charter) แต่ไม่ค่อยได้ใช้งาน ส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายจำนวนมาก จึงเกิดแนวคิดขยายไลน์ธุรกิจใหม่คือ ธุรกิจบริการเครื่องบินเช่าเหมาลำ ที่น่าจะช่วยเพิ่มรายได้ และลดรายจ่ายได้มากยิ่งขึ้น โดยขณะนี้มีเครื่องบินให้บริการ 1 ลำ เริ่มต้นเส้นทางการบินภายในประเทศก่อน
“ตอนนี้ตลาดชาร์เตอร์กำลังโตรวมถึงตลาดการท่องเที่ยวกำลังมาแรงซึ่งใน เมืองไทยยังไม่มีชาร์เตอร์เด่นๆคนไทยบางคนมีเครื่องบินแต่ไม่ได้ใช้และ อีกกลุ่มที่ไม่มีเครื่องแต่อยากเดินทางแบบส่วนตัวเพราะค่าชาร์เตอร์มันแพง มากเราจึงอยากเป็นเหมือนตัวแทนในการสร้างและพัฒนาตอนนี้มีเครื่องบินอยู่1 ลำ ซึ่งเป็นลำของครอบครัวอยู่แล้ว โดยการจอดไว้เฉยๆ ไม่ได้ใช้ ส่งผลให้เสียค่าใช้จ่ายมาก จึงนำมาทำเป็นธุรกิจเช่าเหมาลำ” เขาเล่าให้เราฟัง
ตามไปดูโมเดลธุรกิจเช่าเหมาลำ
กลุ่ม เป้าหมายหลักในการให้บริการคือเน้นหลากหลายกลุ่มโดยเฉพาะวัยรุ่นที่ชอบท่อง เที่ยวซึ่งราคาสำหรับการเดินทางไปด้วยเครื่องบินส่วนตัวเมื่อคำนวณแล้วราคา ก็ไม่ต่างจากการนั่งเครื่องบินปกติแบบบิสซิเนสคลาสหรือแบบเฟิร์สคลาสมากนัก ราคาเริ่มต้นเดินทางในประเทศอยู่ที่ประมาณ400,000บาทต่อเที่ยว สำหรับเครื่อง 8 ที่นั่ง
“เราให้ความสำคัญในเรื่องของความสะดวกสบาย จ่ายในราคาที่พิเศษกว่าคนอื่น ราคาของเราจะสมเหตุสมผลใกล้เคียงและใกล้กับความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้งนักบิน พนักงานตอนรับบนเครื่อง และการอำนวยความสะดวกต่างๆ”
ทั้งนี้ทางวิสทีเรีย ยังไม่มีแนวทางในการร่วมลงทุนกับสายการบินอื่นเพราะอยากจะเน้นด้านของ ชาร์เตอร์เป็นหลักซึ่งก็ยังนำธุรกิจการทำความสะอาดมาผนวกใช้กับธุรกิจเช่า เหมาลำด้วยดังนั้นลูกค้าที่ไม่ได้ใช้บริการด้านชาร์เตอร์ก็สามารถใช้บริการ ทำความสะอาดของเครื่องบินเจ็ทได้ด้วยเช่นกันส่วนในอนาคตก็อาจจะขยายไปสู่ ต่างประเทศมากขึ้น
ทำธุรกิจในวัยที่อาจถูกมองว่าอายุน้อย มีแนวคิดและแผนงานควบคุมธุรกิจได้อย่างไร?
14732393161473241738l
ผมเป็นคนคิดบวก แทบไม่ได้กังวัลอะไร ผมเริ่มทำธุรกิจตั้งแต่อายุ 20 ส่วนคุณแม่ผมทำงานมาตั้งแต่อายุ 14 ปี ซึ่งถือว่ามีระยะห่างที่ไม่น่ากังวล คุณแม่เริ่มต้นจากศูนย์ ในขณะที่ผมเองสตาร์ท ฟรอม ซัมธิง ถามว่าผมกลัวไหม ก็ไม่ เพราะผมมีคนเก่งๆ รอบตัวให้คอยปรึกษา เวลาผมไม่รู้อะไรผมก็จะถาม ผมไม่อวดเก่ง ไม่เข้าใจตรงไหนก็จะถาม ครอบครัวและคุณแม่จะให้คิดบวกตลอด จะบอกเสมอว่าอะไรที่เกิดขึ้นแล้วอย่าไปกังวลมัน รู้ว่ามันเกิดปัญหาอย่างไรก็แก้เท่านั้น กังวลไปเครียดไปแล้วได้อะไร บ้านผมไม่ค่อยเครียดกัน จะคิดบวกตลอด
ก้าวมาสู่การทำธุรกิจ คิดว่ามาจากสิ่งแวดล้อมครอบครัวปลูกฝัง หรือเราสนใจเอง?
ครอบครัวเป็นส่วนหนึ่ง ผมโตมากับครอบครัวทำงาน ทุกคนทำงานกันหมด ชีวิตเราก็คุยแต่กับเรื่องงาน คิดอีกแง่คือทำงานเครียดแล้วมันไม่สนุกหรอกมันต้องทำงานไปด้วยสนุกไปด้วย ผมก็เลยกลายเป็นคนอยากทำนั่นนี่ เห็นทุกคนทำงานอย่างสนุก เราก็อยากทำอย่างสนุกไปด้วย คุณแม่บอกว่าทำงานเครียดๆ ไป เราจะเจริญไหม
ปัจจุบันมีไลฟ์สไตล์ งานอดิเรกแบบไหน?
ผมชอบขับรถ ชอบทำอาหารแต่ไม่อยากเปิดร้านอาหาร ผมไม่ชอบนั่งอยู่เฉยๆ อาหารมันต้องใช้ความคิด ที่ต้องจัดโน้น ใส่นี่ รวมถึงการชิมรสชาติ ซึ่งมันเป็นเหมือนงานศิลปะ ผมชอบทำอาหารฝรั่งเศส เพราะมันเฮลตี้กว่า และเล่นได้หลากหลาย และที่ชอบกินคืออาหารอีสาน ส้มตำเลยครับ มันก็ทำงานไปด้วยคิดไปด้วย ผมเป็นคนชอบสถาปัตย์เวลาว่างก็จะศึกษาหรือไปดูงานสถาปัตย์ คุณแม่ทำด้านอสังหาฯ ผมเลยอยากทำและได้ไอเดียมาจากท่านด้วย สถาปัตย์เหมือนแฟชั่นมันอัพเดตเรื่อยๆ
14732393161473241811l
แรงบันดาลใจในการทำงาน?
ผมทำเพื่อตัวเอง พ่อแม่บอกมาตั้งแต่เด็กว่าไม่ต้องทำอัะไรให้ ผมเลยไม่ค่อยได้ทำไรให้ท่านเลย เพราะว่าผมเรียนจบผมได้ใบปริญญา ผมทำงานได้เงินเขาก็ไม่ได้ คือเราทำเพื่อตัวเองคือดีที่สุดแล้ว พ่อแม่จะได้ภูมิใจไปด้วย
ถามถึงมุมมองการเริ่มต้นทำธุรกิจของคนรุ่นใหม่?
ผมว่ามันอยู่ที่ธุรกิจอะไรมากกว่าถ้ารู้ว่าอยากทำธุรกิจอะไรอย่าคิดเฉยๆให้ลงมือทำเลยเพราะคิดมันก็อยู่ในหัวเหมือนฝันไปเฉยๆ ถ้าเราตั้งว่าจะทำอะไรมันก็ทำได้ ให้ตั้งไว้เลยว่า 2 ปีจะทำอะไรยังไงวางแผนแล้วต้องทำให้ได้ ถ้ามีความฝันใหญ่เราก็ต้องทำใหญ่ไปด้วย คิดแล้วต้อง Setgo เจอโอกาสเมื่อไหร่ให้ลงมือทำเลย อย่าเอาแต่คิด รอไปฝรั่งเขาก็ทำกันหมด…ไม่เหลือแล้ว