“เจ๊แอน”จากชีวิตติดลบ ขายปลากัด 6 ปี ทะยานสู่คำว่า “เงินล้าน”

ได้รับฉายาจากคนในวงการปลากัด ว่าเธอคือ “เจ้าแม่ปลากัดเงินล้าน” สำหรับ สุวรรณีย์ แสงดี หรือ “เจ๊แอน” หญิงสาวกตัญญูสู้ชีวิตที่เจ้าตัวก็ไม่คาดคิดว่าจะมีทุกวันนี้

เจ๊แอน เล่าว่า ไม่เคยคาดคิดว่าปลากัดตัวเล็กๆ สีสวยๆ ที่เลี้ยงในขวดโหล จะสามารถเปลี่ยนชีวิตให้สามารถลืมตาอ้าปากได้ เพราะจากที่เคยต้องกินข้าวคลุกน้ำปลา ไม่มีเงินขึ้นรถประจำทาง ทุกวันนี้กลายเป็นเจ้าของฟาร์มปลากัดมีเงินหมุนเวียนปีละล้าน ชีวิตเหมือนได้เริ่มต้นใหม่ เพราะยึดหลัก 3 ข้อ คือ ซื่อสัตย์ ไม่หมิ่นเงินน้อย และรักในอาชีพ

สำหรับจุดเริ่มต้น เจ๊แอน เท้าความว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 7 – 8 ปีที่แล้ว ยึดอาชีพขายอาหารตามสั่งและทำเบเกอรี่ สามีซ่อมมอเตอร์ไซค์

แต่แล้วแม่สามีล้มป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์และกระดูกสะโพกแตก จำต้องหยุดทำทุกอย่าง เพราะต้องดูแลแม่ ทำให้รายได้ทั้งหมดก็ขาดไป แต่โชคดีมีพี่น้องช่วยเหลือบ้าง ช่วงนั้นชีวิตลำบากมาก มีลูกเล็กด้วย บ่อยครั้งต้องกินข้าวคลุกน้ำปลา

ทุกอย่างที่ดูมืดมน แต่แล้วโอกาสที่ทำให้คุณแอนได้ก้าวต่อไปก็มาถึง เมื่อหญิงสาวตัดสินใจผันตัวไปขายปลากัด ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากพี่ชายสามี ซึ่งเป็นนักเดินสายประกวดปลากัด

“พี่ชายของสามีชอบประกวดปลากัดสวยงาม มีเลี้ยงเองบ้าง ซื้อมาประกวดบ้าง ซึ่งจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ คือ เมื่อ 7 ปีที่แล้ว ได้ไปเป็นตัวแทนรับรางวัลแทนพี่ชายสามี ได้เงินมา 5,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 1  เครื่อง ตอนนั้นรู้สึกว่าปลากัดตัวเล็กๆ สามารถทำเงินได้ เลยเริ่มสนใจอยากลองเลี้ยงปลากัดขายบ้าง”

จุดเริ่มต้นของเจ๊แอนมาจากเห็นรางวัลที่พี่ชายสามีได้รับจากการประกวด เธอเลยนำเงินเก็บพันกว่าบาทไปลงทุนซื้อปลากัดจากตลาดนัดสวนจตุจักรมาเพาะขายบ้าง ปรากฏว่าขาดทุน ปลากัดขายไม่ได้ สาเหตุมาจากการไม่มีความรู้ไปซื้อปลากัดไม่มีมาตรฐาน

“ดิฉันไปซื้อปลากัดมาเพาะขาย ทั้งๆ ที่ไม่มีความรู้ ครั้งแรกขายไม่ได้ ไม่มีค่ารถประจำทางกลับบ้าน อาศัยมีคนช่วย พอกลับมาก็ขวนขวายหาความรู้เรื่องปลากัด โดยไปร้านอินเตอร์เน็ต ชั่วโมงละ 10 บาท ศึกษาอยู่ซักพัก ประกอบกับถามพี่ชายสามีเพิ่ม ผ่านไปซักระยะเริ่มมีลูกค้าเข้ามาอุดหนุน จำได้ปลาตัวแรกขายได้ 200 บาท”

เจ๊แอน เล่าต่อว่า ช่วงเริ่มต้นแรกๆ ซื้อปลากัดใส่ขวดโหลขายหน้าบ้าน ขนาด 20 ตารางวา โชคดีบ้านติดถนนใหญ่ ลูกค้าเริ่มสนใจมาดู มาซื้อกันบ้าง เริ่มจะได้เงินจากการขายปลากัด ก็เริ่มขยายกิจการ

“หลังจากศึกษาเรื่องปลากัดเพิ่มขึ้น ก็เริ่มมีความรู้ในการเลือกซื้อพ่อแม่พันธุ์ปลา ซึ่งปลากัดไทยข้อดี คือ สีสวย ลำตัวยาว ส่วนพ่อแม่พันธุ์อินโดนีเซียจะเด่นที่หางสวย นำมาผสมข้ามสายพันธุ์ ซึ่งหัวใจสำคัญอยู่ที่การเลือกพ่อแม่พันธุ์”

ถึงตรงนี้เจ๊แอนเริ่มมีกำลังใจสู้ เธอ บอกว่า จริงจังกับอาชีพขายปลากัดมาก  ทุ่มเทศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลา และเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ไปประกวดงานมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ได้รับรางวัลที่ 2 ประเภทปลาหม้อฮาลฟ์แฟนซี เงินรางวัลที่ได้จำนวน 3,000 บาท หลังจากได้เงินมาก็ไปซื้อกล้องถ่ายรูป จากนั้นมาก็เดินสายประกวด และยังทำปลาประกวดให้ลูกค้าจนมีรางวัลกันแทบทุกคน

สำหรับปลากัดที่จำหน่ายไม่เน้นปลาสายกัด  เน้นปลากัดสวยงาม ตามมาตรฐานสากลมาตรฐานไทย อาทิ ปลาหม้อฮาฟ ปลากัดหม้อฮาฟมูน ปลาหม้อฮาลฟ์แฟนซี ปลาเกรดประกวด ลูกปลา อาหารปลา เป็นต้น ปัจจุบันเลี้ยงปลากัดทั้งหมดราว 2,000 ตัว

 

 

“การผสมพันธุ์ปลากัด อธิบายง่ายๆ ก็เหมือนคน เลือกยีนส์เด่นผสมข้ามสายพันธุ์ ปลากัดถึงจะออกมาสวย ปลากัดที่สามารถใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ได้ ต้องมีอายุ 4 เดือน ซึ่งแอนเน้นปลาประกวดโดยเฉพาะ ปลาหม้อฮาล์ฟแฟนซีและPK ลักษณะเป็นปลาครีบสั้น หางกาง 180 องศา และลำตัวมีสีสันหลากหลาย เพราะความชอบเป็นการส่วนตัว”

ปัจจุบันนอกจากเจ๊แอนจะขายปลากัดในประเทศ รับหาปลาส่งลูกค้าเพื่อประกวด เธอยังส่งออกไปต่างประเทศผ่านตัวแทน อาทิ สิงค์โปร มาเลเซีย เวียดนาม ส่งออกเฉลี่ยวันละ 150 ตัว ราคาตั้งแต่ตัวละ 1,000 – 3,000 บาท แต่ละปีจะมีรายได้จากปลากัดราวหลักล้านบาท

ต้องบอกก่อนว่า เจ๊แอนไม่เก่งภาษาอังกฤษ แต่เวลาไปเจอลูกค้าต่างประเทศ เธอใช้วิธีจ้างคนเก่งไปช่วยเป็นล่าม ทั้งหมดที่หญิงสาวทำเพื่อลบคำดูถูก และเพื่อไม่ให้กลับไปจนใช้ชีวิตลำบากอีกต่อไป

“การเป็นคนขายปลากัด ไม่ใช่แค่การคัดปลาสวยมาขาย แต่หมายถึงงานที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ คุณค่าของตัวปลา ต้องซื่อสัตย์ต่อลูกค้า เพราะอาชีพที่ทำให้ทุกวันนี้สามารถลืมตาอ้าปากได้ ก็คือปลากัด”